วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไซเตสลดระดับความกังวล "งาช้างไทย" ทส.ใช้ ม.44 ตรวจดีเอ็นเอช้างเลี้ยงทั่วไทย

เผางาแอฟริกาอีก 2-3 ตัน

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) หรือ CITES CoP17 ที่นครโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 24 ก.ย.-5 ต.ค.นี้ ว่า ขณะนี้มีเรื่องที่น่ายินดีที่ไซเตสมีความกังวลเกี่ยวกับการค้างาช้างในประเทศไทยลดน้อยลง เนื่องจากไซเตสรับทราบถึงความคืบหน้าและความจริงจังในการแก้ปัญหาการลักลอบค้างาช้างของไทย นอกจากนี้ ยังมีงาช้างแอฟริกาที่อยู่ระหว่างการ ดำเนินคดีอีกประมาณ 2-3 ตัน ซึ่งหากคดีหมดอายุความแล้ว จะมีการทำลายงาช้างดังกล่าวทันที

นายเกษมสันต์กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการต่อไป ทส. ได้ออกร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองฉบับใหม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบถ้อยคำก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คาดว่าจะบังคับใช้ได้ภายใน 1 ปี ทั้งนี้จะมีบทลงโทษผู้ลักลอบครอบครองงาช้างผิดกฎหมายทั้งจำคุกและโทษปรับซึ่งกำหนดในอัตราค่อนข้างสูง รวมทั้งการเจรจาและขอแก้ไขระเบียบ ว่าด้วยการสัตว์พาหนะของกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการจดทะเบียนลูกช้าง โดยกฎหมายเดิมกำหนดให้จดทะเบียนลูกช้างเกิดใหม่อายุไม่เกิน 8 ปี ถึงจะเอาไปทำตั๋วรูปพรรณ จึงเป็นปัญหาของการนำลูกช้างป่ามาสวมสิทธิได้ โดยจะมีการแก้ไขลดอายุการจดทะเบียนลูกช้าง เป็นต้น

ปลัด ทส.กล่าวอีกว่า ที่สำคัญ ทส.จะขอให้รัฐบาลออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อให้ปางช้างทั่วประเทศให้ความร่วมมือกับกรมอุทยานฯ ในการตรวจดีเอ็นเอช้างเลี้ยงประมาณ 3,500 ตัวทั่วประเทศ เพื่อเป็นฐานข้อมูลช้างบ้าน เชื่อว่าหากใช้มาตรา 44 จะช่วยป้องกันในการนำช้างป่ามาสวมเป็นช้างบ้าน ได้และคาดหวังว่าการประชุมไซเตสครั้งต่อไปจะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการแบนของไซเตสได้.

ขณะนี้มีเรื่องที่น่ายินดีที่ไซเตสมีความกังวลเกี่ยวกับการค้างาช้างในประเทศไทยลดน้อยลง เนื่องจากไซเตสรับทราบถึงความคืบหน้าและความจริงจังในการแก้ปัญหาการลักลอบค้างาช้างของไทย นอกจากนี้ ยังมีงาช้างแอฟริกาที่อยู่ระหว่างการ 27 ก.ย. 2559 00:59 27 ก.ย. 2559 01:00 ไทยรัฐ