วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกมพลิกสลับข้างรุกรับ

ปรากฏการณ์เบียดชิงพื้นที่ข่าว กลบกระแสกันอุตลุด

ตามสถานการณ์ที่ปมร้อนๆว่าด้วยเรื่องของ “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. กำลังเผชิญมรสุมข่าวโหมประจานพฤติกรรม “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ของเมียกับลูกชาย

ตกอยู่ในวงล้อม “ตำบลกระสุนตก”

ถึงขนาดที่พี่ชายอย่าง “บิ๊กตู่” กับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องช่วยกัน “อุ้ม” ฝ่าดงระเบิด เสียงโห่ดังๆจากสังคมเรื่องมาตรฐานความโปร่งใส

แต่ก็ไม่กล้าเอาตัวเข้าการันตีกันเต็มๆ

และในจังหวะช่างบังเอิญพอดิบพอดี กับคิวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ปลุกผีคดีบริหารจัดการน้ำผิดพลาดทำให้น้ำท่วมใหญ่

ปี 2554 มาไล่บี้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แบบไม่ทันได้ตั้งหลัก

ชนิดที่เจ้าตัวถึงกับโอดครวญ นั่งอยู่เฉยๆก็เหมาคนเดียว 15 คดีไปแล้ว

และต่อเนื่องกันเลยกับคิวที่คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว แถลงตัวเลขอย่างเป็นทางการ

“เช็กบิล” ค่าทำเจ๊งจากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์คนเดียวเพียวๆ 3.5 หมื่นล้านบาท

“น้องปู” คนสวยกลับมาเป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แทน

และก็ทันเกมกันอีกเหมือนกัน ในเหลี่ยมเชิงการเมืองเขี้ยวๆ แบบที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ชิงตีปี๊บดักคอ “นายกฯลุงตู่” วอนขอให้ใช้หลักยุติธรรมมาตรฐานเดียวกันในการดำเนินการกับตนเอง

เหมือนอย่างที่หัวหน้า คสช.ปกป้องน้องชาย

เกมชิงกระแสเฉพาะหน้า ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำ

เมื่อ “จันทร์โอชา” ยังห่วงพี่น้องได้ ฝั่ง “ชินวัตร” ห่วงพี่ห่วงน้องก็ไม่แปลกเหมือนกัน

แต่แน่นอน ว่ากันตามเกมในระยะยาวย่อมเป็นฝ่ายของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเมืองไทยที่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากกว่าหลายเท่า

วิบากกรรมเก่าตามล้างตามเช็ดจนหายใจหายคอไม่ทัน

โดยเงื่อนสถานการณ์คดีสำคัญมาถึงจุดเข้าด้ายเข้าเข็มตามโปรแกรมของกระบวนการยุติธรรมส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เข้าเงื่อนของอำนาจพิเศษมาตรา 44

ในจังหวะเข้าทางเกม “ล็อก” แบบหนีไม่ออก

ตามเส้นทางโหดๆที่เห็นตรงหน้า เค้าลางมาแล้วกับการโดนตั้งแท่นยึดทรัพย์

แต่นั่นยังไม่น่าลุ้นเท่ากับการขยับเข้าสู่โซนลุ้นโทษจำคุกในลำดับต่อไป

ในบรรยากาศชวนเสียววาบอย่างที่ “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.ไอซีที “นำร่อง” เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ รับโทษจากคดีใช้อำนาจโดยไม่สุจริตเอื้อ “นายใหญ่”

วัดตามมาตรฐานคำตัดสินของศาล ถึงตรงนี้ใครก็ติดคุกได้ทั้งนั้น

และก็เป็นอะไรที่เห็นๆกัน กับสภาพของลูกข่าย “ทักษิณ” โฟกัสในส่วนของอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไล่ตั้งอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ที่โดนเรียกเช็กบิลค่าเสียหายโครงการจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน แถมไล่เบี้ยเรื่องบริหารน้ำผิดพลาด

ขณะที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ นายภูมิ สาระผล 2 อดีตรัฐ-มนตรีกระทรวงพาณิชย์ โดนทวงค่าเสียหายการทุจริตขายข้าวแบบจีทูจี ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ ก็โดน ป.ป.ช.จ่อเชือดคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร

หันไปที่เครือข่ายกลุ่มเสื้อแดง นปช. ล่าสุดก็เป็นฉากสถานการณ์ ที่ “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มเสื้อแดง นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. พร้อมแกนนำรวม 19 คน ต้องเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม

เพื่อรายงานตัวในคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป กรณีร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติ เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

โดยกระแสพลิกกลับ สลับข้าง สถานการณ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับช่วงปีแรกของรัฐบาล คสช.ที่ต้องเผชิญเหลี่ยมโคตรเซียนการตลาดยี่ห้อ “ทักษิณ” ตีกินกระแสเสียฟอร์มตลอด

แต่เวลาเนิ่นนานออกไป ในจังหวะคดีสำคัญไหลเข้าเหลี่ยมโดยอัตโนมัติ

ทีมท็อปบูตก็ได้เปลี่ยนจากรับเป็นรุก

ทีม “ทักษิณ” ต้องปรับจากรุกเป็นรับ.

ทีมข่าวการเมือง

27 ก.ย. 2559 00:30 ไทยรัฐ