วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผันผวน!!

ดัชนีหุ้นไทยประจำวันที่ 26 ก.ย.59 ปิดที่ 1,490.14 จุด ลบ 2.74 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 34,952.13 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 543.97 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด CPF ปิด 31.75 บาท ลบ 0.25 บาท, PTT

ปิด 331 บาท ลบ 2 บาท, SCB ปิด 151 บาท ลบ 1.50 บาท, TRUE ปิด 7.25 บาท บวก 0.10 บาท และ KBANK ปิด 189 บาท บวก 1.50 บาท

บล.ทรีนีตี้ ออกบทวิเคราะห์ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ได้แก่ การดีเบตยกแรกระหว่าง “ฮิลลารี คลินตัน” กับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของทั้งคู่ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยผลโพลล่าสุดบ่งชี้ว่า “คลินตัน” ยังคงมีคะแนนนำหน้า “ทรัมป์” อยู่ แต่ด้วยช่องว่างที่ลดลง

การให้ความเห็นของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯสาขาต่างๆรวมถึงสมาชิก FOMC โดยมีไฮไลต์อยู่ที่คณะกรรมการที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงปีนี้

การประชุมระหว่างกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC ที่แอลจีเรียวันที่ 26-28 ก.ย. ล่าสุด ตลาดคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำที่ทั้ง 2 กลุ่มจะตกลงกันได้ในประเด็นการปรับลดกำลังการผลิต หลังซาอุฯไม่คาดว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงใดๆในการหารือครั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงมารับข่าวแล้ว

ทรีนีตี้ประเมินว่า ดัชนีมีโอกาสผันผวนสูงในสัปดาห์นี้จาก 3 ปัจจัยหลักข้างต้น ดังนั้นคาดว่าจะมีโอกาสที่ดีสำหรับการเข้าลงทุนเพิ่มอีกครั้ง มองแนวรับบริเวณ 1,460 จุด เป็นจุดที่น่าสนใจในการสะสมหุ้น

รอบใหม่ เนื่องจากคาดว่า Fund flow จะเป็นตัวช่วยประคับประคองดัชนีต่อไปได้ หลัง Bond yield 10 ปีของสหรัฐฯยังคงอยู่ในระดับต่ำมากเพียง 1.61% เท่านั้น ทำให้ดัชนียังคงมีความน่าสนใจในมิติของ Earning yield gap

แนะกลยุทธ์ลงทุน หลังจากที่ได้ขายทำกำไรส่วนหนึ่งไปแล้วบริเวณดัชนีเหนือ 1,500 จุด แนะนำถือเงินสดไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะการเข้าซื้อใหม่อีกครั้งบริเวณแนวรับ 1,460 จุด โดยมองกลุ่มหุ้น Laggard เป็นกลุ่มที่น่าสนใจเช่นเดิม ดังนี้ กลุ่มพลังงาน ได้แก่ BANPU, BCP กลุ่ม Consumer ได้แก่ COM7, GL และ SAWAD กลุ่มอสังหาฯ ได้แก่ ANANและ SPALI!!

อินเด็กซ์ 51

27 ก.ย. 2559 00:01 ไทยรัฐ