วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
18 ปี ม.แม่ฟ้าหลวง สถาปนามหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย

18 ปี ม.แม่ฟ้าหลวง สถาปนามหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย

  • Share:

ในการจัดงาน 18 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น พี่แคมปัสได้เดินทางไปร่วมงานที่จังหวัดเชียงราย โดย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้เปิดเผยถึงวันสถาปนามหาวิทยาลัย และพูดคุยเรื่องการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยให้ฟังในหลายๆ ด้าน

โดย รศ.ดร.วันชัย กล่าวถึงประเด็นการสถาปนาครบ 18 ปีมหาวิทยาลัยว่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ ปี จากเมื่อ 18 ปีก่อน เปิดรับนักศึกษาครั้งแรกเพียง 62 คน ใน 2 สำนักวิชา ซึ่งในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย เราไม่ได้ต้องการเลียนแบบมหาวิทยาลัยใด แต่จะเลือกความเหมาะสมให้กับมหาวิทยาลัย ที่เรามองว่า ภาษาอังกฤษ เป็นจุดอ่อนของประเทศ เราจึงเปิดสอนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ เรามองว่าจีนเป็นประเทศมหาอำนาจของโลก ที่นี่ก็เน้นการเรียนการสอนภาษาจีนเป็นมหาวิทยาลัยแรก และอย่างอุตสาหกรรมเกษตร ที่จะเป็นเป้าหมายหลักของประเทศในเรื่องอาหาร เราก็เปิดสอนอุตสาหกรรมเกษตร ไอทีก็เช่นกัน เพราะมันคืออนาคตของโลก การท่องเที่ยว ธุรกิจการบิน ที่เราไม่เน้นสอนเด็กให้ไปเป็นบริกร แต่จะเน้นสอนให้ลูกศิษย์เป็นผู้บริหารจัดการธุรกิจการบิน ธุรกิจการท่องเที่ยว หรืออย่างการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เราก็เปิดสอนมาแล้วกว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่มหาวิทยาลัยคิด และดำเนินการมาก่อนหน้า หลักสูตรเครื่องสำอางก็เช่นกัน มีนักศึกษาแม่ฟ้าหลวงที่จบสาขาเครื่องสำอางไปทำงานอยู่ในทุกบริษัท

"ดังนั้นพอรัฐบาลประกาศนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หรือ Thai Citizen 4.0 ปลูกฝังแนวความคิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงมีความพร้อมในทุกด้าน ที่จะร่วมมือพัฒนาประเทศ โดยการพัฒนาและวางหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดงาน เน้นพัฒนาภาษาต่างประเทศ รวมถึงการเตรียมนักศึกษาให้พร้อม ไม่เฉพาะเพื่อท้องถิ่นหรือในประเทศเท่านั้น เพื่อให้มีทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวเองและเรียนรู้ตลอดชีวิต และยังให้ความสำคัญกับคำว่า โอกาส ที่เป็นเจตนารมณ์เดิมว่า จะไม่มีนักศึกษาคนใดที่เรียนได้ ต้องออกจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้เพราะความยากจน โดยพร้อมที่จะจัดหาทุนการศึกษาเข้ามาสนับสนุนที่เรียนได้ให้ได้เรียน"

นอกจากนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยังกล่าวถึง การประกาศให้จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองสมุนไพร ว่า ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับการเป็นเมืองสมุนไพรครบวงจร และตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงจัดตั้งสถาบันวิจัย พัฒนา และบำบัดรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและศาสตร์การแพทย์ทางเลือกครบวงจร และพร้อมเดินหน้าดำเนินการได้อย่างทันที เพื่อพัฒนาวิชาชีพทางด้านสมุนไพร ให้เป็นอาชีพหลักของราษฎรในท้องถิ่น และพัฒนายาที่ใช้สมุนไพร เป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้ชาวบ้านอีกทางหนึ่ง และยังเป็นการพัฒนาศาสตร์การแพทย์แผนไทย และศาสตร์การแพทย์ทางเลือกให้มีความเป็นสากล โดยใช้เทคนิคและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ตอบโจทย์ให้ได้ว่า สนุนไพรแต่ละตัวมีบทบาทมีสารออกฤทธิ์อะไรบ้าง และสามารถไปใช้ได้อย่างไร สถาบันนี้จึงเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา

"แม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมอย่างมาก เพราะเราเตรียมบุคลากรด้านนี้มากกว่า 11 ปี และมีโรงยา คือห้องผลิตยาที่ทันสมัย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการขอรับรองมาตรฐานจากจีเอ็มพี และเรามีห้องวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สุดท้ายเรายังมีแหล่งปลูกสมุนไพร ทำให้ในวันนี้เราพร้อมที่จะผลิตสมุนไพรของจังหวัดเชียงรายออกไปสู่ตลาดได้ทันที และด้วยความพร้อมที่ว่า วิจัย พัฒนา สร้างยา ก่อนจะนำยาสมุนไพรไปบำบัดรักษา ถ้าเราทำงานร่วมมือกับจังหวัดเต็มที่ เป้าหมายที่จะให้จังหวัดเชียงรายเป็นศูนย์กลางการบำบัดรักษาด้วยสมุนไพรไทยได้อย่างแน่นอน"

อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ลงทุนเงินไปแล้วกว่า 10 ล้าน เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ แม้จะยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากทางใด เพื่อให้จังหวัดเชียงรายเป็นศูนย์กลางสมุนไพรครบวงจร โดยมีมหาวิทยาลัยสานฝันให้เป็นจริง พร้อมอธิการบดี ยังย้ำอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนมาถึง 18 ปีแห่งวันสถาปนามหาวิทยาลัย เราเชื่อว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ใช้เงินรัฐไปอย่างคุ้มค่าและคุ้มทุน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้