วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หมวยๆ นี่แหละสเปกเลย! เปิดโปรไฟล์สาวเก่งสุดมั่น ‘พลอย ปณิตา’ เป๊ะปังเว่อร์

หมวยๆ นี่แหละสเปกเลย! เปิดโปรไฟล์สาวเก่งสุดมั่น ‘พลอย ปณิตา’ เป๊ะปังเว่อร์

  • Share:

เปิดตัว ‘พลอย-ปณิตา ศรไทยเทวา’ อีกหนึ่งสาวเก่งในวงการเซเลบบริตี้แถวหน้าของเมืองไทย ลูกสาวคนกลางจากพี่น้อง 3 ใบเถาของ ‘โรจนินทร์-ณสิกาญจน์ ศรไทยเทวา’ เจ้าของบริษัท เอ็มไพร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด...

ด้วยดีกรีนักเรียนนอกจากสหรัฐฯ ที่พกพาความมั่นใจเกินร้อย อีกทั้งยังเป็นทายาทเจเนอเรชั่นที่ 3 ของธุรกิจนำเข้าแว่นตาแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทำให้เธอสะดุดตา ไฮโซโปรไฟล์ อยู่ไม่น้อย ล่าสุดเราเจอเธอฉายเดี่ยวออร่าจับในงาน ‘Watch Fair 2016’ ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม เลยต้องขอคว้าตัวมาเม้าท์มอยแบบเอ็กซ์คลูซีฟถึงธุรกิจ และเรื่องส่วนตั๊ว ส่วนตัวกันสักหน่อย !

‘พลอย-ปณิตา ศรไทยเทวา’ อีกหนึ่งสาวเก่งในวงการเซเลบริตี้
‘พลอย-ปณิตา ศรไทยเทวา’ เจเนอเรชั่น 3 ของธุรกิจนำเข้าแว่นตาแบรนด์ชั้นนำ

ที่มาของนิกเนม : แม่อยากให้ชื่อไทย เพราะพี่ชื่อจีน น้องชื่อฝรั่ง
อายุ :
27 ปี
วันเกิด :
13 ส.ค. 32
ส่วนสูง-น้ำหนัก :
161 ซม.-50 กก.
พี่น้อง :
2 คน พลอยเป็นคนกลาง (เป็น 3 สาวเลย)
การศึกษา :
ป.ตรี นิเทศศาสตร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) จุฬาฯ และ Annenburg, School of Communication&Journalism University of Southern California,USA
อาชีพในปัจจุบัน :
Director of Communication&Branding
อาหารที่ชอบ :
อาหารไทย และญี่ปุ่น
ที่เที่ยวสุดโปรด :
ปารีส ฝรั่งเศส
สิ่งที่เกลียด-กลัวสุดๆ :
หนอน และผี ... บรึยยสุดอ่ะ
คติประจำใจ :
Live life to the fullest
อินสตาแกรม :
ploypanitta_s
เฟซบุ๊ก :
panitta S.

หมวยแบบน่ารักๆ
‘พลอย-ปณิตา ศรไทยเทวา’ สวยเก่ง ดีกรีนักเรียนนอกจากสหรัฐฯ

แนะนำตัวกันหน่อย
ปณิตา ศรไทยเทวา นะคะ ชื่อเล่น ‘พลอย’ ตอนนี้เราช่วยงานธุรกิจของที่บ้านเต็มตัว เป็นผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายแบรนด์ชั้นนำหลายแบรนด์รวมกัน ส่วนใหญ่ก็จะมาจากปารีส มิลาน ลอนดอน นำเข้าจากต่างประเทศมาเลย และเราเองมี Retail ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศไทยด้วย เราเป็นรุ่นเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่มาหันหัวเรือบริษัทให้เดินไปในทิศทางใหม่ ซึ่งตอนแรกเราทำกับพี่สาวช่วยกัน 2 คน ตอนหลังน้องสาวเพิ่งเรียนจบก็มาคอยช่วยกันอีกแรง เป็นอะไรที่สนุกดีนะ

3 พี่น้องแบ่งการทำงานยังไงบ้าง ใครทำหน้าที่ในส่วนไหน-ทำตำแหน่งไหน
เราแบ่งกันโดยสิ้นเชิงเลย เพราะแต่ละคนเก่งคนละด้าน อย่างพี่สาวเราเป็นคนที่ฉลาดมาก คนนี้จะมีความเป็น Planner นักคิดวางแผน วาง Direction ของบริษัทว่าไปทางไหน ส่วนตัวเราเองก็จะออกศิลปะอาร์ตๆ หน่อย เราจะทำในด้านของ Communication&Branding ไม่ว่าจะเป็นการพบเจอผู้คน การดีลคอนเนกชั่นต่างๆ หรือแม้แต่มาคุย-เชิญพี่ๆ สื่อมวลชนเวลามีอีเวนต์อะไร และน้องสาวคนเล็กคนนี้ก็ฉลาดมากเหมือนกัน เป็นคนเรียนเก่งมาก เขาจะคล้ายๆ กันกับพี่สาว ทว่าถึงเขาจะเด็กสุดแต่มีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก มักคิดอะไรนอกกรอบ อาจด้วยความที่เขาเรียนต่างประเทศมาตลอดก็เลยมีความคิดเป็นเด็กนอก ค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง และมีความคิดเป็นของตัวเอง ตรงจุดนี้เหมือนเวลาบริษัทมีปัญหาอะไร เขาก็จะมีความคิดแตกต่าง ชอบเสนอไอเดียตลอดว่าอันนี้ดี-ไม่ดียังไง ฉะนั้นทั้ง 3 คนมันก็เลยเหมือนต่างคนต่างช่วยกัน Include ideas

3 พี่น้องตระกูล 'ศรไทยเทวา'
แฟชั่นนิสต้าสุดๆ

ตอนเรียนกับทำงานจริงแตกต่างกันมาก-น้อยแค่ไหน
เอาจริงๆ ไม่ค่อยต่างกันนะ อาจเพราะตอนไปเรียนที่อเมริกา เราเรียน Business ด้าน Marketing มันก็เลยเหมือนเราเอาทฤษฎีต่างๆ จากในห้องเรียนมาปรับใช้กับการทำงานจริง อีกทั้งตัวเราเองเริ่มฝึกงานตั้งแต่อยู่ ม.6 ฝึกทุกๆ ช่วงซัมเมอร์ เราจะเปลี่ยนที่ฝึกงานไปตลอด มันก็เลยทำให้เราอาจจะรู้ หรือมีประสบการณ์เร็วขึ้นกว่าคนอื่น ประสบการณ์สั่งสมช่วยสอนเราได้มากนะ จนถึงตอนนี้ 5 ปีแล้วที่เรามาทำงานเต็มตัว มันก็ทำให้เราโตขึ้น ความรับผิดชอบและหน้าที่ก็มากขึ้น

ทำงานตรงนี้รู้สึกอิ่มตัวรึยัง อยากคิดเปิดธุรกิจตัวเองบ้างไหม
ก็ยังนะ เรายังแฮปปี้กับมันอยู่ เพราะมันก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราชอบจริงๆ ถามว่าอยากเปิดธุรกิจไหม ตอนแรกเราก็มีคิดๆ นะ แต่เพราะว่าที่บ้านเองนอกจากธุรกิจนำเข้าแว่นตา เรายังทำอสังหาฯ เป็นคอนโด และอพาร์ตเมนต์ด้วย มันก็เลยทำให้งานตอนนี้ค่อนข้างหนัก เราเป็นคนรักการเต้นนะ เราเต้นบัลเลต์อยู่ จริงๆ แล้วเราเป็นครูสอนมาก่อน แต่ก็นั่นแหละด้วยเนื้องานที่มันเยอะ-ค่อนข้างหนัก เราก็เลยยังไม่มีเวลาได้กลับไปสอนเด็กๆ

ไม่คิดอยากเปิดโรงเรียนสอนบัลเลต์หรอ ? (หัวเราะร่า) อันนี้มีคนถามมาเยอะมากเหมือนกัน มีแต่คนพูดนะ เดิมทีตอนเราสอนเด็กๆ เคยคิดอยากเปิด แต่ไปๆ มาๆ เหมือนมีช่วงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ตอนนั้นเราได้โปรเจกต์ของที่บ้านพอดี ได้แบรนด์ Balmain จากฝรั่งเศสมา เราก็เลยตื่นเต้นมาก เพราะเราไปติดต่อทำโน่นนี่เองทั้งหมด ไม่คิดว่าจะได้ด้วยซ้ำ ทีนี้ตั้งแต่ตอนนั้นก็เลยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราออกไปไหนไม่ได้เลย งานค่อนข้างรัดตัวมาก...ก (หัวเราะ)

ที่บริษัทนำเข้าแบรนด์หรูอะไรบ้าง มีการโปรโมตยังไง
เยอะมากนะ อย่าง Balmain, Kenzo, Victoria Beckham, Anna Karin Karlsson, J Plus หรือ Christian Dior เรามีการทำตลาด-โปรโมตตามทั่วไปเลย แต่ส่วนใหญ่จะเน้นหนักเป็น New Media โดยเฉพาะโซเชียลฯ อย่างไรก็ดี เราโชคดีอย่างหนึ่งตรงที่แบรนด์นำเข้ามีแฟนคลับของเขาเองอยู่แล้ว มีคนที่ติดตามคอลเลกชั่นใหม่ๆ ของแบรนด์ (ที่ชอบ) อยู่ตลอด เราก็เพียงแต่แค่นำเสนอสิ่งที่ดีกว่า เช่น มีเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับที่ประเทศไทยเท่านั้น รุ่น/แบบที่เป็นลิมิเต็ดบ้าง หรือจะเป็นจำนวนของที่ประเทศไทยมีมากกว่าประเทศอื่นบ้าง อะไรเหล่านี้ที่เรานำเสนอให้กับลูกค้าแล้วมันเวิร์ค-ทำสำเร็จ เราก็รู้สึกภูมิใจ และอยากที่จะทำแบบนี้อีก

แบรนด์นี้เลิฟสุด !
สวย-คลาสสิกอยู่นะ

ส่วนตัวชอบแบรนด์ไหนมากสุด ? มี 2 แบรนด์นะ คือ Balmain และ Victoria Beckham เราใส่บ่อยเว่อร์ เราเองเป็นคนไม่ได้แต่งแฟชั่นตามเทรนด์ แต่ขอให้มีความเก๋-เรียบง่ายแซมเข้ามานิดนึง ซึ่ง 2 แบรนด์นี้มันสวยเก๋ตอบโจทย์เราเลย และเราสามารถใส่มันไปได้ด้วยทุกที่ ใ่ส่ออกงานก็ได้ แว่นตาส่วนใหญ่เราจะเลือกอะไรที่เบสิค เช่น กรอบสีทอง สีเงิน หรือเลนส์ไล่สีให้ดูมีมิติหน่อย (จะไม่ใช่สีดำสนิท) หลายคนชอบบอกว่าบ้านเราต้องมีแว่นตาเป็น 100 อัน แต่จริงๆ ไม่เลย มีน้อยมาก แค่ประมาณ 20 อันเอง

มาดีลงานที่ปารีสนะ...รู้ยัง ?!

ก้าวเข้ามาเป็น Gen 3 คุณพ่อคุณแม่สอน-แนะนำการทำธุรกิจยังไงบ้าง
เป็นความโชคดีตรงที่บ้านของเราจะต้องบินไปต่างประเทศ-ไปดีลธุรกิจอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ปารีส มิลาน มีลอนดอนบ้าง หรือฮ่องกงบ้างก็แล้วแต่ และทุกๆ ครั้งตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ก็จะหิ้วเรา 3 พี่น้องไปด้วย มันเลยทำให้เราได้เห็นกระบวนการทำงานจริงๆ ได้เรียนรู้จริงๆ ตั้งแต่เด็ก เราได้เห็นพวกเขาทำงานเริ่มจากตรงไหน ต้องทำอะไร ยังไง

จนพอเราเริ่มโตขึ้น ซึมซับอะไรได้มากขึ้น พวกเขาก็เริ่มมาถามเราแล้วว่า คิดเห็นเป็นยังไง ครั้งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ฟังความคิดเห็นเรา แล้วมันเวิร์ก ก็เลยเหมือนเปิดโอกาสให้เราลองทำดูสิ คุณพ่อคุณแม่ก็จะอยู่ข้างๆ คอยให้คำปรึกษา

จากเดิมที่เหมือนเล่นๆ กลับกลายเป็นว่าจริงๆ มันก็เวิร์กเหมือนกันนะ เราเริ่มช่วยงานคุณพ่อคุณแม่มาเรื่อยๆ มากบ้างน้อยบ้าง จนถึงตอนนี้เรารู้สึกชอบ-เอ็นจอยกับงานจริงๆ ด้วยความที่ธุรกิจตรงนี้ไม่ใช่เพียงแค่ระดับประเทศ ทว่ามันเป็นระดับอินเตอร์ เวลาเรา Co-ทำแบรนด์ดิ่งจากต่างประเทศ ‘อินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์’ ทุกอย่างมันเป็นมาตรฐานทั่วกัน มันก็เลยทำให้เหมือนเราเปิดโลกกว้างมากขึ้น

คุณแม่สุดเลิฟ
สวย รวย เก่ง โปรไฟล์ดี๊ดี

คุณพ่อคุณแม่ฟิกไหมว่าต้องรับช่วงต่อที่บ้าน
ไม่เลย...ย คุณแม่เพิ่งบอกเองว่า โชคดีเนอะที่ลูกๆ 3 คนอยากกลับมาช่วยที่บ้านหมดเลย ไม่มีใครไปทำงานข้างนอกเลย (หัวเราะร่า) แต่ถามว่าเราจะฟิกทำตรงนี้ไปตลอดรึเปล่า...ก็คงไม่ ตราบใดที่ทำแล้วยังเอ็นจอย เราเองคิดว่าก็คงจะทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะยังไงสุดท้ายแล้วธุรกิจก็เป็นของเราเอง เราเองถือว่าโชคดีกว่าคนอื่นมากนะตรงที่ไม่ต้องไปเริ่มจากศูนย์ เรามา Pick up แล้วทำให้ธุรกิจมันขยายไปเร็วขึ้น ไม่รู้สิ อาจเพราะเราซึมซับ-คลุกคลีกับมันตั้งแต่เด็กๆ ด้วยมั้ง เลยอยากจะมาทำของที่บ้านมากกว่า

แฟชั่นระดับตัวแม่ !!
สวยเก๋

แพลนเรียนต่อโท
เอาจริงๆ เรามีแพลนนานมากแล้ว แต่ด้วยความที่เรากับพี่สาวกระโดดเข้ามาเปลี่ยนใหม่เกือบทั้งบริษัทเลย ก็เลยคิดว่าถ้าทั้งสองคนจะหายไปทันทีคงไม่ได้ ฉะนั้นก็ต้องผลัดกัน ตอนนี้พี่สาวเราเพิ่งเรียนจบ MBA กลับมาได้ 3 เดือน มันก็คงถึงตาเราแล้วที่จะไปเรียนต่อบ้าง คิดไว้เรียนที่ไหน สาขาอะไร ? ที่คิดๆ ไว้เราว่าจะไปเรียนอังกฤษ ไม่ก็อเมริกา แต่เปอร์เซ็นต์อเมริกาจะมีสูงกว่า (หัวเราะ) ไม่รู้สิ เราเคยไปอยู่อเมริกาแล้วเราชอบ เราอยากกลับไปเรียนที่นั่น อีกอย่างก็รู้จักกับอาจารย์ Professsor ที่นั่นด้วย ตอนนั้นที่คิดไว้จะเรียนต่อก็มีคุยกันเรียบร้อย แลกนามบัตรกัน จนเลยมาถึง 2 ปีกว่านี่แหละ

จริงๆ ถามว่าทั้ง 2 ประเทศมันดีไหม มันก็ดีทั้ง 2 ที่นะ ทว่าก็แล้วแต่คนชอบ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องคิดดีๆ ก่อนเลือกด้วยว่า เราอยากจะได้ประสบการณ์อะไรมากกว่า ณ ตอนนี้ เพราะถ้าไปอังกฤษมันก็อย่างหนึ่ง ชีวิตที่อเมริกาก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเราเชื่อว่าทั้ง 2 ที่มันดีหมด แล้วแต่ว่าถ้าไปจะสนุก-เอ็นจอยกับมันรึเปล่า

ชิลๆ กันไป

ทำงานหนักขนาดนี้ มีเคล็ดลับดูแลตัวเองยังไง
นอนให้เพียงพอ สมัยนี้เอาจริงๆ เรานอนน้อยมากนะ รู้สึกว่าตัวเองไม่สดชื่นเลย คิดอะไรไม่ค่อยออก เหนื่อยๆ ไม่ค่อยมีแรง ฉะนั้นถ้ามีเราเวลาก็จะพยายามนอนให้ได้เยอะๆ หรือพยายามนอนให้เร็วขึ้น ยิ่งรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเราอาจจะต้องนอนตอน 4-5 ทุ่มแล้ว อีกทั้งเรื่องการออกกำลังกายก็สำคัญเลย เราเป็นคนบ้าคลั่งแบบใน 1 วัน เหงื่อต้องออกให้ร่างกายเผาผลาญ ไม่ว่าจะวิ่ง ฟิตเนส หรืออะไรก็ได้ ถ้าไม่ออกเราจะรู้สึกตงิดใจมากเลย (หัวเราะร่า)

วันไหนที่เราขี้เกียจไปฟิตเนสข้างนอก เพราะเราทำงาน 6 วันออกจากบ้านทุกวันก็เหนื่อยแล้ว เราก็จะออกกำลังกายอยู่บ้านนี่แหละ (มีเครื่องออกกำลังกายที่บ้าน) พร้อมๆ กับเปิดซีรีส์ดูไปด้วย มันก็เอ็นจอยเพลินๆ ดีนะ แต่ขอย้ำนิดนึงว่า การออกกำลังกายไม่ใช่แค่ฟิตอย่างเดียวนะ แต่อาจจะเปลี่ยนเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ โยคะบ้าง เต้นคาร์ดิโอบ้าง โดยปิดแอร์เปิด Open เอาธรรมชาติ สลับวันกันไป

วิธีดูแลผิวบ้างล่ะ
ง่ายๆ ขัดตัว-เข้าสปา แล้วก็ทาครีมอยู่บ่อยๆ เดิมทีเด็กๆ ผิวเราแห้งแตกเป็นลายงูเลยนะ เราก็ต้องคอยหมั่นทาครีมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวตลอด อาบน้ำทุกครั้งก็ต้องทาครีม หรือพกติดตัวไปทาระหว่างวัน สิ่งสำคัญสุดคือ ทานผัก-ผลไม้จะช่วยบำรุงผิวได้เยอะ ปกติเราไม่ชอบทานนะ แต่พอรู้สึกว่าต้องบังคับตัวเองให้ทาน มันก็เริ่มทานได้เรื่อยๆ ทานบ่อยขึ้นจนชอบไปเอง เราจะชอบทานน้ำผักผลไม้ เอามันมาปั่นทานด้วยกัน

วันนี้มาเฝ้าเคาน์เตอร์แบรนด์เองเลย มากันเยอะๆ นะ !!
ลองมาดูกันก่อนได้นะคะ =)

สไตล์การแต่งตัว เวลาไปทำงานกับอยู่บ้าน
อยู่บ้านมันก็จะชิลๆ อยู่แล้ว ส่วนตอนทำงานเราเน้นสบาย และเอาตัวเองเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าเสื้อผ้าที่ใส่มันจะ Reflex on mood ของเราด้วย ถ้าสมมติเราใส่เสื้อผ้าอึดอัดคับๆ เวลาจะเดินจะลุกนั่ง ตัวเราเองคงหงุดหงิดน่าดู ฉะนั้นเราก็เลยเลือกใส่ชุดที่มันสบายๆ แล้วเข้ากับตัวเองมากกว่า แต่มันก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์วันนั้นๆ ด้วยนะว่า อยากแต่งตัวลุคไหนสไตล์ไหน หวานไหม เรียบร้อยไหม หรือออกเปรี้ยวๆ หน่อย ก็แล้วแต่อารมณ์

ถามว่าส่วนตัวติดแบรนด์ไหม เราว่าไม่เลยนะ เว้นแต่เวลาเราทำงานก็ต้องมีบ้างเพื่อให้ลุคของเราดูภูมิฐาน-น่าเชื่อถือนิดนึง เวลาช็อปฯ เราชอบซื้อแอคเซสเซอรี่มากกว่าเสื้อผ้า อย่างต่างหูจะชอบมาก ไม่รู้ทำไม อันนี้จะขาดไม่ได้เลย (หัวเราะ) ทุกครั้งที่ออกจากบ้านถ้าไม่มีต่างหู เหมือนหน้ามันดูโล่งไปหมด เราก็จะต้องหามันมาใส่จนได้

ส่วนตัวเราชอบใส่ต่างหูแบบมุก เพราะรู้สึกใส่แล้วหน้าขาว-สว่างขึ้น แต่กลับเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เราไม่ได้มีเยอะขนาดนั้นก็จะมิกซ์แอนด์แมตช์เอา เห็นแบบนี้แต่จริงๆ เราเป็นคนซื้อของยากนะ !

ชอบใส่อะไรสบายๆ ลุยๆ

คนรู้ใจ และแพลนแต่งงาน
(หัวเราะร่า) คนนี้คุยกันมาได้ 5 ปีแล้วตั้งแต่ตอนเรายังเรียนอยู่ แต่ยังไม่มีแพลนแต่งงานหรอก เราแฮปปี้มากกับ 5 ปีที่ผ่านมา แฟนเสมอต้นเสมอปลายทำให้เราเชื่อใจมาตลอด เราเองไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย ส่วนแฟนเองก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เรารู้จักกันแรกๆ แต่ละคนก็แสดงความเป็นตัวเองออกมา เป็นยังไงก็แสดงออกมาแบบนั้น ฉะนั้นสถานะตอนนี้มันเลย Stable แฟนกับเรานิสัยคล้ายๆ กัน และมีไลฟ์สไตล์เหมือนๆ กัน

คิดไว้อยากแต่งงานตอนไหน ? คงต้องมีสักวันหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน เพราะเราเองก็อยากพร้อมมากกว่านี้ ไหนจะเรียนต่อโท ไหนจะขยายธุรกิจครอบครัว เราอยากให้ตรงนี้มันเข้าที่เข้าทางก่อน อีกอย่างเราก็ยังเอ็นจอยอยากทำงานอยู่ ก็อีกสัก 4-5 ค่อยว่ากันล่ะกัน (หัวเราะ)

หวานใจเค้าเอง =)

มีแพลนจะขยายธุรกิจไปที่ไหนบ้าง...ยุโรป หรือเอเชีย ?
ตอนนี้ที่โฟกัสจริงๆ จะเป็นกรุงเทพฯ เท่านั้น อย่างไรก็ดี ณ ตอนนี้เรามีลูกค้าต่างจังหวัดเข้ามาเยอะมากๆ ก็หวังว่าเร็วๆ วัน เราจะสามารถขยายไปที่ต่างจังหวัดได้มากขึ้น ทีนี้ก็อาจจะขยายไป AEC และต่างประเทศในแถบยุโรปต่อตามลำดับ เอาจริงๆ ตอนนี้เรามีโปรเจกต์เยอะมากแต่ขออุ๊บส์ไว้ก่อนนะ เพราะเราเองอยากให้มันออกมาดีที่สุด ซึ่งก็ต้องใช้เวลาดูอะไรๆ นิดนึง

ใส่ออกงาน รับรองสวยเก๋ไม่ซ้ำใคร !

สุดท้ายแพลนอีก 2-3 ปีที่ตั้งใจไว้
เราคงไปเรียนต่อแน่นอน อาจจะจบกลับมาแล้ว กลับมาคราวนี้เราก็ตั้งใจจะขยายธุรกิจให้ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ แล้วก็อาจเริ่มอะไรที่เป็นของตัวเอง เป็น Passion ที่อยากทำ ซึ่งจริงๆ มันมีหลายอย่างที่เราอยากทำเลย ก็ต้องดูๆ กันไปรอช่วงจังหวะเวลา

พลอย ปณิตาปณิตา ศรไทยเทวาเซเลบบริตี้เซเลบบริตี้เมืองไทยบริษัท เอ็มไพร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ปแว่นตาแบรนด์ชั้นนำธุรกิจนำเข้านำเข้าแว่นตาธุรกิจนำเข้าแว่นตาแบรนด์แว่นตา ปารีสแบรนด์แว่นตา มิลานแบรนด์แว่นตา ลอนดอนบัลเล่ต์โรงเรียนสอนบัลเล่ต์แว่นตาแบรนด์ Balmainแว่นตาแบรนด์ Victoria Beckhamแว่นตาดีไซน์เก๋แว่นตา เลนส์ไล่สีอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์เคล็ดลับดูแลสุขภาพเต้นคาร์ดิโอเต้นคาร์ดิโอ ลดหุ่นคาร์ดิโอ คืออะไรคาร์ดิโอ ลดหุ่นต่างหูมุกเรียนต่อโท ที่ไหนดีต่อโทอังกฤษต่อโทอเมริกาข่าวไทยรัฐออนไลน์ข่าวไลฟ์สไตล์ณสิกาญจน์ ศรไทยเทวาโรจนินทร์ ศรไทยเทวา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้