วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิษณุ' ปัดรวบรัดคดีโกงข้าว แจงยึดเกณฑ์สั่ง 'ปู' จ่ายค่าเสียหาย

"วิษณุ" แจงหลักเกณฑ์กรมบัญชีกลางสั่ง "ยิ่งลักษณ์" จ่ายค่าเจ๊งข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท ปัดรวบรัดขั้นตอน คดีความมีอายุ 10 ปี ยังไม่ชัดนายกฯ ลงนามเอง หรือมอบอำนาจ ชี้หากถูกฟ้องล้มละลาย หมดสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการหลังจากคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว รายงานตัวเลขสรุปเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวว่า กระบวนการหลังจากนี้เป็นแบบเดียวกับกรณีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ซึ่งคณะกรรมการฯ จะต้องส่งเรื่องให้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ ส่วนยอดเงินเรียกค่าเสียหายจากเดิมของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว ที่สรุปไว้ 2.8 แสนล้านบาท เหตุใดจึงเหลือเพียง 3.5 หมื่นล้านบาท เรื่องนี้เป็นการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง เพราะตอนพิจารณาครั้งแรกมูลค่าความเสียหายจริงที่ประเมินไว้ประมาณ 5 แสนล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนฯ ชุดที่มี นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นว่าควรมีการรับผิดทั้งหมด 4 ฤดูกาล เป็นเงินประมาณ 2.7 แสนล้านบาท แต่เมื่อคณะกรรมการพิจารณาความผิดทางแพ่งได้ให้ความเป็นธรรมว่า ความผิดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการทุจริต แต่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องลดลงมาเหลือ 1.7 แสนล้านบาท

"ในจำนวนเงิน 1.7 แสนล้านบาท การพิจารณาว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ กรมบัญชีกลางมีหลักเกณฑ์ที่ใช้ปฏิบัติมา 4-5 ปีแล้วว่า กรณีที่เป็นความรับผิดแบบทำกันหลายคน จะต้องแบ่งสัดส่วนการรับผิด ซึ่งกำหนดไว้ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการละเลย ส่วนอีก 80 เปอร์เซ็นต์ก็ไปเฉลี่ยกับผู้ที่มีส่วนทำความผิด ซึ่งในครั้งนี้มีการประเมินกันว่าควรจะเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขจึงออกมาอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท จาก 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งทั้งหมดมีหลักเกณฑ์และสามารถอธิบายได้ตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.ความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่าไม่ให้ลูกหนี้ต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ซึ่งกรณีนี้ ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องรับผิดเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงที่รับผิดชอบ ต้องไปหาบุคคลที่จะมารับผิดร่วมเอง" นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่า นายกฯ จะต้องลงนามในคำสั่ง หรือมีคำสั่งด้วยตัวเองอย่างไร นายวิษณุ กล่าว ขึ้นอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพราะสามารถมอบอำนาจต่อไปได้ และการดำเนินการกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่องค์กรอิสระเลือกปฏิบัติ แต่เมื่อมีคนร้องก็ต้องสอบสวน ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ในการยึดทรัพย์นั้น ขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้มาตรานี้ไปยึด แต่เมื่อมูลทรัพย์มีค่าจำนวนมาก กระทรวงที่รับผิดชอบไม่มีความเชี่ยวชาญในการเข้าไปยึด จะต้องให้กรมบังคับคดีไปจัดการ ซึ่งในอดีต ก่อนรัฐบาลชุดนี้ก็เคยมอบหมายให้กรมบังคับคดีไปทำลักษณะเดียวกัน โดยจะยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาล อีกทั้ง การยึดทรัพย์โดยกรมบังคับคดีจะใช้อำนาจบางอย่าง อาทิ การจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินใดๆ ก่อนหน้านี้ ถ้าเข้าข่ายลักษณะโอนหนีหนี้ กรมบังคับคดีสามารถเพิกถอนได้ แต่ถ้าเป็นการทำสัญญาซื้อขายโดยสุจริตเป็นปกติถึงเวลาที่ต้องโอนทรัพย์ ก็สามารถทำได้ ไม่ถือว่าเป็นการโอนหนีหนี้

เมื่อถามว่า ถ้าลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จะถูกฟ้องล้มละลายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปถึงขั้นนั้น เพราะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี และอย่าลืมว่าถ้าฟ้องล้มละลายจะไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ และขอยืนยันว่าคดีดังกล่าวไม่มีการลัดขั้นตอน ทุกอย่างเดินไปตามขั้นตอนหรือเพิ่มด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม อายุความในการยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดมีอายุความถึง 10 ปี หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินออกมา.

"วิษณุ" แจงหลักเกณฑ์กรมบัญชีกลางสั่ง "ยิ่งลักษณ์" จ่ายค่าเจ๊งข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท ปัดรวบรัดขั้นตอน คดีความมีอายุ 10 ปี ยังไม่ชัดนายกฯ ลงนามเอง หรือมอบอำนาจ ชี้หากถูกฟ้องล้มละลาย หมดสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. 26 ก.ย. 2559 15:41 26 ก.ย. 2559 17:13 ไทยรัฐ