วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ่ม "11ครุศิลปะ" รังสรรค์ผลงานเปิดประสบการณ์พิพิธภัณฑ์สหรัฐฯ : สืบสานทายาทศิลป์

“เด็กทุกคนล้วนเป็นศิลปิน ปัญหาคือทำอย่างไรจึงจะคงความเป็นศิลปินไว้ได้ในวันที่เราโตเป็นผู้ใหญ่”

คำกล่าวของ ปาโบล รุยซ์ ปิกัสโซ จิตรกรเอกของโลกชาวสเปน

คำถามที่ชวนให้คิดต่อคือ “จะทำอย่างไร ถึงจะปลูกฝังเด็กไทยให้ได้เรียนรู้และสนใจ ศิลปะ?”

นั่นจึงกลายเป็นหนึ่งในโจทย์หลักที่ หออัครศิลปิน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) พยายาม หาวิธีปลดล็อกปัญหาอันนำมาซึ่งคำตอบ เพื่อเสริมสร้างเมล็ดพันธุ์ ทายาทงานศิลป์ ด้วยการจัด โครงการถ่ายทอดงานศิลป์ กับศิลปินแห่งชาติ ครุศิลปะสร้างสรรค์งานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ ต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 7

เป้าหมาย คือ ถ่ายทอดผลงานและองค์ความรู้ของศิลปินแห่งชาติให้กับครู อาจารย์ บุคลากรทางด้านศิลปะในงานทัศนศิลป์ด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสม มุ่งเน้นให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญทางด้านศิลปะมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นบุคคลต้นแบบทางศิลปะที่มีคุณภาพ ในการเป็นกลไกสำคัญที่จะถ่ายทอดไปสู่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาติ ทั้งในปัจจุบัน และมองออกไปถึงในอนาคต

ในปีนี้มีผู้สมัครเข้าโครงการร่วม 80 คน ซึ่งได้เข้าอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จากศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ และศิลปินผู้เชี่ยวชาญ สาขาทัศนศิลป์ ในด้านเทคนิควิธีการ และการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในด้านต่างๆ รวมทั้งเปิดให้ผู้เข้าฝึกอบรมสร้างสรรค์ผลงานในแนวทางของตนเอง

จากนั้นคณะกรรมการได้คัดเลือก 11 ผู้ที่มีผลงานดีเด่น ให้เดินทางไปศึกษางานด้านทัศนศิลป์ขั้นสูงที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งมีการจัดแสดงเผยแพร่ผลงานให้ชาวต่างชาติได้ชื่นชมศักยภาพของศิลปินไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ นครลอสแอนเจลิส ทีมข่าววัฒนธรรม ได้มีโอกาสติดตามคณะฯ ซึ่งมี นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นำทีมในครั้งนี้ด้วย

โดยกูรูด้านงานศิลป์ ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ และประธานสภาศิลปกรรมไทย สหรัฐอเมริกา ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระทั้งศาสตร์และศิลป์ทั่วทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ หอศิลป์ ถนนสายศิลปะ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ อีกทั้งยังพาคณะแวะเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ผลงานตามจุดต่างๆ ตามเส้นทาง 5 รัฐ ไล่ตั้งแต่ แคลิฟอร์เนีย เนวาดา, ยูทาห์, อริโซนา ไปจนถึงเมืองแซนตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก

เริ่มตั้งแต่หอศิลป์และสวนประติมากรรมภายในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, The Huntington Library, Art Collections and Botanical Gardens, พิพิธภัณฑ์ Norton Simon, พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย The Broad, พิพิธภัณฑ์ J. Paul Getty, พิพิธภัณฑ์ LACMA, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ The Wiesman, แกลเลอรี่ Bergamot Station, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ New Mexico, พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย Native Art และไปสิ้นสุดที่ พิพิธภัณฑ์ Georgia O’Keeffe

ตลอดเส้นทางนอกจากคณะครูจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ศิลปะแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้สัมผัสกับผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยม ของศิลปินระดับโลกที่ได้รวบรวมมาจากทั่วทุกมุมโลกกันอย่างใกล้ชิด ชนิดที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ทั้งในรูปแบบภาพวาด รูปปั้น ประติมากรรม ภาพวาดและภาพพิมพ์ woodblock งานแกะสลักจากหิน ไม้ และแก้ว และการจัดสวนประติมากรรม

ยกตัวอย่างเช่น ภาพ Breakfast in Bed ของ Mary Cassatt ภาพ Chimborazo ของ Frederic Edwin Church ภาพ The Long Leg ของ Edward Hopper ภาพวาดของ Jean Auguste Dominique Ingres และ Francisco de Goya รวมถึงมีคอลเลกชั่นงานศิลปะที่สำคัญที่สุดของ Francis Bacon, Pablo Picasso, Claude Monet, Pierre Auguste Renoir และ Edgar Degas เป็นต้น

“การเดินทางมาสหรัฐอเมริกา นอกจากให้ครูทั้ง 11 คน ได้มาจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรม ให้ชาวต่างชาติได้เห็นศักยภาพด้านงานศิลปะของคนไทยแล้ว สวธ.พุ่งเป้าหมายให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกับศิลปินต่างชาติ พร้อมทั้งนำความรู้ด้านการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ศิลปะมาจุดประกายความคิดริเริ่มต่อยอดการสร้างผลงานตามความถนัดของแต่ละคน และ สิ่งสำคัญที่เรามุ่งเน้นคือ ให้ครูนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อแก่เด็กนักเรียน นักศึกษา เพื่อให้เกิดการตื่นตัว สนใจงาน ศิลปะ ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องช่วยผลักดันให้เกิดการสร้างมิติใหม่ให้กับเด็กไทยในการเรียนรู้และเข้าถึงงานศิลปะมากขึ้น เพราะถ้ามีความชอบและรักงานศิลปะ ก็จะเกิดความสุนทรีย์มีความอ่อนโยนมากขึ้น” อธิบดี สวธ. ชี้ชัดถึงเป้าหมายของการพาคณะครูมาเยือนสหรัฐฯ

ขณะที่ ดร.กมล กล่าวว่า เราเชื่อว่า ครู 1 คนจะสามารถขยายผลสู่เยาวชนได้นับพันคน และหากเราพัฒนาครูให้มีมุมมองใหม่ๆ เราก็จะสามารถพัฒนาศิลปะของเด็กไทยให้ก้าวไกลมากขึ้น ซึ่งจากการดำเนินโครงการมา 6 รุ่น พบว่า ผลผลิตจากโครงการสร้างให้เกิดกระแสให้คนไทยตื่นตัวด้านศิลปะของประเทศเพิ่มขึ้น จนเกิดการรวมกลุ่มจัดสร้างเครือข่ายหมุนเวียนศิลปินแต่ละภาคทั่วประเทศ

จากที่ ทีมข่าววัฒนธรรม ได้ร่วมทริปในครั้งนี้ สิ่งที่เราสัมผัสได้อย่างชัดเจน คือ ความสนใจในงานศิลป์ ไม่เพียงเกิดขึ้นจากผู้ชื่นชอบงานศิลปะเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้นับตั้งแต่เราได้ใช้ตามอง ใช้ใจสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้ชวนน่าหลงใหล นั่นหมายถึง ทั้งบรรยากาศของสถานที่ พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ รวมไปถึงรูปแบบ องค์ประกอบการจัดแสดง และผลงานของศิลปิน

และนั่นทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจว่า หากวันนี้ประเทศไทยสามารถสร้างแรงบันดาลใจ หรือปั้นต้นแบบเมล็ดพันธุ์ศิลปะที่ดีให้เกิดขึ้นได้

การถ่ายทอดงานศิลปะสู่เยาวชนไทย ให้เกิดความตระหนักรู้ และสนใจ ทำได้ไม่ยากแน่นอน!!!

ทีมข่าววัฒนธรรม

“เด็กทุกคนล้วนเป็นศิลปิน ปัญหาคือทำอย่างไรจึงจะคงความเป็นศิลปินไว้ได้ในวันที่เราโตเป็นผู้ใหญ่” 26 ก.ย. 2559 14:37 ไทยรัฐ