วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถุงน้ำยาล้างไตไร้ค่า ต่อชีวิต-กำลังใจ

ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมนอกเหนือจากงบเหมาจ่ายรายหัวเพื่อสิทธิประโยชน์การบริการบำบัดทดแทนไตสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ประเด็นสำคัญ...การบริหารบำบัดทดแทนไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินขีดความสามารถของครัวเรือนที่จะรับภาระได้

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. ให้ข้อมูลว่า ในปี 2559 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 6,318.099 ล้านบาท ประกอบด้วยงบประมาณสำหรับเป็นค่าบริการทดแทนไต 6,294.499 ล้านบาท สำหรับผู้ป่วยจำนวน 44,411 คน...งบสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการจำนวน 23.600 ล้านบาท แบ่งเป็นสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร เครือข่ายผู้ป่วย การเผยแพร่ความรู้และสร้างความเข้าใจ

ข้อมูลเดือนตุลาคม 58-31 มีนาคม 59 มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังเข้ารับบริการ 36,768 คน คิดเป็นร้อยละ 82.79 ของเป้าหมายที่ได้รับการจัดสรร แบ่งเป็น...ผู้รับบริการล้างไตผ่านช่องท้องอย่างต่อเนื่อง 19,573 คน...

ผู้ป่วยรับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม 12,079 คน ผู้ป่วยรับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมรายใหม่ โดยกองทุนฯสนับสนุน เฉพาะค่ายากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง 3,731 คน ผู้ป่วยรับบริการผ่าตัดปลูกถ่ายไต 95 คน และผู้ป่วยรับยากดภูมิคุ้มกันหลังการปลูกถ่ายไต 1,290 คน

สำหรับในปี 2560 สปสช.ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 7,592 ล้านบาท

ทพ.อรรถพร บอกว่า มีผู้ป่วยล้างไตกว่า 30,000 คน...ใช้น้ำยาล้างไตมากกว่า 22 ล้านถุง และกลายเป็นปัญหาขยะ น่าสนใจว่าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ได้สร้างนวัตกรรมพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์หลากหลายจากถุงน้ำยา
ล้างไตใช้แล้ว เสริมรายได้ให้ผู้ป่วย

“นวัตกรรมจากถุงน้ำยาล้างไต” สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่น่าเชื่อ และควรได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างต่อไป เพื่อเป็นต้นแบบ

“ถุงน้ำยา”...ที่ใช้แล้ว และกำลังกลายเป็น “ขยะ” นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับญาติและผู้ป่วยในชุมชนได้ เป็นแนวคิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของ “CAPD clinic” ที่เริ่มนำร่อง

ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่ามีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555-2558 จำนวน 18,425,076 ราย...เกิดขยะจากการใช้ถุงน้ำยาล้างไตเฉลี่ย 0.8 กิโลกรัมต่อวัน...ต่อคน ซึ่งยังไม่มีระบบการจัดการขยะอย่างเหมาะสมในชุมชน

ระยะแรกเริ่ม...จึงนำมาซึ่งการนำถุงน้ำยาที่ใช้แล้วมาทำเป็นถุงใส่ยากลับบ้าน สำหรับผู้ป่วยที่มาตามนัดแต่ละเดือน เป็นการลดการใช้ถุงพลาสติกใส่ยาของโรงพยาบาล

ให้รู้เอาไว้ว่า...ในกระบวนการล้างไต จำเป็นต้องใช้ถุงน้ำยาล้างไตจำนวน 2 แบบ คือ ถุงที่ใส่น้ำยาล้างไตสะอาด...ก็คือถุงน้ำยาที่มีตัวหนังสือ กับถุงที่ใส่น้ำที่ผ่านการล้างไตแล้วของผู้ป่วย...ก็คือถุงรองน้ำที่ปล่อยออกจากท้อง วิธีการ...นำถุงน้ำยาที่สะอาด ถุงน้ำยาที่มีตัวหนังสือมาทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกและตากให้แห้ง โดยมีผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้องทำหน้าที่ช่วยคัดแยกขยะ ส่งมาที่หน่วยล้างไตทางช่องท้องของโรงพยาบาล

สนนราคาถุงน้ำยาล้างไตอยู่ที่ 10–15 บาทต่อกิโลกรัม โดยแต่ละถุงมีน้ำหนักพอสมควร...ปริมาณ 1 กิโลกรัมจึงมีเพียงไม่กี่ถุงเท่านั้น และหากนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จะเป็นการเพิ่มมูลค่าทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไปอีก

หน่วยล้างไตฯจะรับซื้อถุงน้ำยาที่สะอาดจากผู้ป่วยเพื่อเพิ่มรายได้ แถมลดจำนวนขยะไปในตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำถุงน้ำยาล้างไต สรรค์สร้างเป็นกระเป๋าใส่ยากลับบ้าน นอกจากนี้ยังขยายซองยาจากถุงน้ำยาล้างไตไปใส่ยาคลินิกอื่นๆด้วย อาทิ คลินิกโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต

ไฮไลต์สำคัญ...จากการนำนวัตกรรมกระเป๋าน้ำยามาใช้ สามารถลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลในการซื้อถุงใส่ยาผู้ป่วยโรคไตที่ล้างไตทางช่องท้องได้ เฉลี่ยเดือนละ 76 บาท

แพทย์หญิงกิติมา เศรษฐบุญสร้าง อายุรแพทย์ด้านโรคไต บอกว่า ขณะนี้ยังได้พัฒนาถุงน้ำยาล้างไตเป็นวัสดุอื่น เช่น ผ้ายางขวางเตียง ผ้ากันเปื้อน เสื้อกันฝน หมอน หมอนรองเจาะเลือด และห้องคลอด

จิรารัตน์ สุวะสิงห์ อายุ 28 ปี ต.กุดแพ บ้านดอนสวรรค์ จ.ยโสธร หนึ่งในผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้อง เล่าว่า เป็นโรคไตวายเรื้อรังมา2 ปี แต่เพิ่งมาล้างไตได้ 6 เดือน มาร่วมกับโครงการนี้ก็พอจะมีรายได้ 400-500 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเวลาเดินทางไปโรงพยาบาล ที่เหลือก็เป็นค่าใช้จ่าย ค่ากับข้าว ช่วยสามีที่ทำงานหารายได้เลี้ยงครอบครัวคนเดียวได้อีกแรง

“ดีใจค่ะที่มีรายได้จากการตัดเย็บถุงน้ำยาล้างไต ตามแบบที่ทางโรงพยาบาลนำแบบมาให้ตัดเย็บ”

ผลแห่งความสำเร็จคือการสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้อง

ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร ผู้ป่วย ญาติ ร่วมจัดการขยะที่เคยไร้ค่านำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แน่นอนว่าอาจจะต้องพัฒนา ทำรูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อจะได้นำสินค้าไปแสดงในงานต่างๆ ขยายวงกว้างสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง

“ชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย” เครือข่ายสำคัญ นำโดยธนพล ดอกแก้ว ประธานชมรมฯ ให้แนวคิดเพื่อพัฒนาต่อยอดในวงกว้าง บอกว่า นวัตกรรมจากถุงน้ำยาล้างไตนี้ ไม่เพียงแต่ได้รับความสนใจจากในประเทศเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากต่างประเทศ

“เมื่อครั้งที่เอาไปโชว์ในงานประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ต่างก็มองว่าเป็นแนวคิดดี ที่ผู้ป่วยได้รวมตัวกัน เพื่อนำวัสดุเหลือใช้มาก่อให้เกิดประโยชน์”

ในการผลิตจะใช้เฉพาะถุงที่ใส่น้ำยาล้างไตเท่านั้น ไม่ได้ใช้ในส่วนถุงที่รับถ่ายของเสีย นอกจากนี้ยังมีการทำความสะอาดอย่างดี ดังนั้น...ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องความสะอาดและปลอดภัย

สำหรับผู้ป่วยโรคไตที่สนใจเข้าฝึกอบรมผลิตนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์จากถุงน้ำยาล้างไต และผู้ที่สนใจสั่งซื้อเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคไต สามารถติดต่อได้โดยตรงที่เบอร์ 08-3833-3096 ชมรมฯจะเป็นสื่อกลางในการประสาน สนับสนุนการต่อยอดนวัตกรรมนี้อย่างเต็มที่

นอกจากเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมในการนำสิ่งเหลือใช้มาใช้ประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

นี่คือ “โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์” (Social Enterprise : SE) กิจการเพื่อสังคม ซึ่งนวัตกรรมจากถุงน้ำยาล้างไตที่ได้มีการต่อยอด ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายแล้ว อาทิ กระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าใส่ของเพื่อจ่ายตลาด ผ้ากันเปื้อน เสื้อกันฝน แผ่นปูเตียงกันเปื้อนใช้กับผู้ป่วย ชุดออกกำลังกาย ดอกไม้ประดิษฐ์

“นวัตกรรมจากถุงน้ำยาล้างไต” ไม่เพียงสร้างสิ่งที่ไร้ค่าให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น หากแต่ยังสร้างแรงใจ กำลังใจในการดำเนินชีวิตอยู่สู้กับโรคร้ายได้อย่างเข้มแข็ง.

ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมนอกเหนือจากงบเหมาจ่ายรายหัวเพื่อสิทธิประโยชน์การบริการบำบัดทดแทนไตสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย... 26 ก.ย. 2559 12:45 ไทยรัฐ