วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เช็กบิลนักการเมืองจำนำข้าวชาวนายังจนต่อไป

มหากาพย์โครงการประชานิยมรับจำนำข้าว รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วงเงิน 1.328 ล้านล้านบาท ก็จบลงด้วยบทสรุปของ คุณมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดชอบทางแพ่งฯ ซึ่งมีมติเอกฉันท์ว่า คุณยิ่งลักษณ์ ละเลยทำให้โครงการรับจำนำข้าว 2 โครงการเสียหายจริง คือ โครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2555/2556 และปีการผลิต 2556/2557 มูลค่าความเสียหาย 1.78 แสนล้านบาท คุณยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิดชอบทางแพ่ง 20% เป็นเงิน 3.57 หมื่นล้านบาท

ส่วน โครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2554/2555 และ นาปรังปี 2555 วงเงินความเสียหาย 1.5 ล้านล้านบาท คณะกรรมการฯไม่พบข้อเท็จจริงว่ามีความเสียหายแน่ชัด จึงลงมติว่า คุณยิ่งลักษณ์ ไม่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงต่อโครงการดังกล่าว

คดีนี้ คุณมนัส ได้ลงนามส่งเรื่องไปให้ รัฐมนตรีคลัง และส่งไปยัง สำนักนายกรัฐมนตรี ต้นสังกัด อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็น “ผู้เสียหายร่วม” เพื่อร่วมกันเรียกค่าเสียหายต่อไป คดีจะหมดอายุความสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560

เหตุผลที่เรียกค่าเสียหาย 20% คุณมนัส เปิดเผยว่า พิจารณาตามกฎหมายละเมิดมาตรา 8 ที่ระบุ ให้คิดความเสียหายบนพื้นฐานระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและเป็นธรรมแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์ โดยไม่ต้องชดใช้เต็มจำนวนของความเสียหาย กรณีคุณยิ่งลักษณ์จึงรับผิดชอบ 20% ในฐานะผู้บังคับบัญชา ส่วนความเสียหายที่เหลือ 80% คณะกรรมการฯสรุปความเห็นว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ ป.ป.ช.พิจารณาหาผู้ร่วมชดใช้ความเสียหายต่อไป

ถือเป็นบทสรุปที่ยังไม่สรุป เพราะ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ยังสามารถยื่นคัดค้านต่อศาลปกครองได้ และความเสียหายอีก 80% ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องชดใช้ ยังต้องไปหาคนผิดต่อไป ซึ่งมีอายุความ 10 ปีนับตั้งแต่ปี 2554

โครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลปู จึงยังเป็นมหากาพย์ต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี

ประเด็นที่ผมเห็นว่า รัฐบาลในอนาคตน่าจะนำไปพิจารณา ก็คือความเห็นของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ได้พูดถึง ผลเสียโครงการประชานิยม ในกรณีนี้ว่า แม้แต่เกษตรกรเอง ที่เคยได้ประโยชน์ในช่วงสองปีแรก หลังจากนั้นก็ต้องได้รับผลกระทบ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ข้าวเกวียนละ 10,000 บาท จะกลายเป็น 15,000 บาท ต่อให้เป็นเทวดาก็บริหารจัดการไม่ได้

นี่คือความจริง

และความจริงอันเจ็บปวดก็คือ คุณมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าว เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ราคาข้าวเปลือกวันนี้ก็ยังอยู่ที่ตันละ 8,000-8,500 บาท มิหนำซ้ำราคาส่งออกข้าวไทย 5% ตันละ 375 เหรียญ ยังแพงกว่าข้าวขาวเวียดนามที่ส่งออกตันละ 340-345 เหรียญ ถึงตันละ 30-40 เหรียญ แล้วใครจะมาซื้อข้าวไทย

แม้ ข้าวเวียดนามจะขายถูกกว่าข้าวไทย แต่ ชาวนาเวียดนามกลับรวยกว่าชาวนาไทย เพราะ ชาวนาไทยปลูกข้าวได้ไร่ละ 400-500 กก. แต่ ชาวนาเวียดนามปลูกข้าวได้ไร่ละ 1,000 กก.ขึ้นไป ไร่ต่อไร่ ชาวนาเวียดนามผลิตข้าวได้มากกว่าชาวนาไทยถึง 2 เท่าตัว

ผมหวังว่า บทเรียนอันเจ็บปวดนี้ จะไม่เกิดขึ้นซ้ำซาก ใน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีก เหมือน โครงการประกันราคาข้าว รัฐบาลประชาธิปัตย์ และ โครงการรับจำนำข้าว รัฐบาลเพื่อไทย แต่กลับไม่คิดช่วยให้ชาวนาสามารถผลิตข้าวต่อไร่ได้เพิ่มขึ้น ถ้าชาวนาไทยยังปลูกข้าวได้ 400-500 กก. ต่อไร่ แต่ขายได้ตันละ 8,000-8,500 บาท เท่ากับมีรายได้ไร่ละ 4,000 บาท แต่ ชาวนาเวียดนามมีรายได้ไร่ละ 8,000 บาท ชาวนาไทยก็ไม่มีวันเงยหน้าอ้าปาก ผลผลิตต่อไร่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผมหวังว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีเกษตรฯ คงจะเข้าใจปัญหาชาวนาไทย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

26 ก.ย. 2559 12:32 ไทยรัฐ