วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครูสาวร้องสื่อ! โดนปาหินใส่หน้ารถเกือบตาย แต่ตร.ขออย่าแจ้งความ

วัยรุ่นปาหินเหิม!! หลัง "ครูสาว กศน." ตกเป็นเหยื่อเกือบตายคาถนน โดนหินปาเข้าหน้ารถจนหวิดเอาชีวิตไม่รอด เข้าร้องสื่อช่วยประสานตำรวจจับแก๊งวัยรุ่นปาหิน ย่านถนนเดชอุดม จ.อุบลฯ เพราะหลังเกิดเหตุมีผู้อ้างเป็นตำรวจประสานพาผู้ก่อเหตุ พร้อมขออย่าแจ้งความ...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ย.59 จากกรณีที่ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ชาคริต ทีนามาก" โพสต์ภาพความเสียหายของรถยนต์ พร้อมบรรยายภาพว่า "ผมจะทำงั้ยกับพวกเดนนรกนี้ ถ้าผมโชคร้ายดีที่พวกมันปาก้อนหินบรรจุขวดเข้าโดนกระจกหน้ารถหล่ะ ผมไม่รถคว่ำตายหรอ โชคยังดีพลาดไปโดนประตูรถ มาแจ้งความเพิ่มเติมนะครับเจอตัวเเล้ว ใครที่โดนปาหินที่เนินสมบูรณ์เดชอุดม พรุ่งนี้ 9 โมงเช้าเอามันให้ถึงที่สุด" ในคอมเมนต์ ระบุที่เกิดเหตุอยู่ถนนเดชอุดม-น้ำยืน ช่วงระหว่างบ้านโนนสมบูรณ์ก่อนถึงรอยต่อเขตอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี

หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อเจ้าของเฟซบุ๊ก เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจนพบ นางพิกุล วงศ์พุทธะ อายุ 35 ปี ครูประจำศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) แห่งหนึ่งใน อ.เดชอุดม ได้เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. คืนวันที่ 17 ก.ย.59 ตนและแฟน คือ นายชาคริต ทีนามาก เจ้าของเฟซบุ๊ก ได้กลับจากทำธุระโดยใช้เส้นทาง เดชอุดม-น้ำยืน โดยตนเองเป็นคนขับ นายชาคริตเป็นคนนั่งข้าง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านโนนสมบูรณ์ ต.โนนสมบูรณ์ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน ยืนอยู่ข้างทาง หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นถือวัตถุลักษณะคล้ายขวด หรือก้อนหินอยู่ในมือ เมื่อขับรถใกล้จะถึงกลุ่มวัยรุ่น คนที่ถือวัตถุที่คล้ายขวดหรือหินได้ปาเข้าใส่หน้ารถ แต่ความเร็วของรถทำให้ขวดที่บรรจุหินจึงไปโดนบริเวณประตูด้านข้างทางซ้าย ประตูรถได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่โดนกระจกหน้ารถเพราะหากโดนกระจกหน้ารถก็ไม่รู้ว่าแฟนจะยังมีชีวิตหรือไม่

นางพิกุล ยังเล่าต่อว่า หลังจากตั้งสติได้ตนเองและแฟนก็ได้เข้าไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อมาตรวจสอบพร้อมทั้งโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงมีสายตรวจเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ ตนจึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟัง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่สายตรวจได้บอกว่าพรุ่งนี้ (18 ก.ย.) ให้ไปแจ้งความก็แล้วกัน แต่ด้วยวันรุ่งขึ้นตนต้องไปคุมสอบเลยไม่ได้เข้าไปแจ้งความ ต่อมาได้มีคนโทรเข้ามาหาแฟน โดยแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนนี้พอจะทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ววันจันทร์ (19 ก.ย.) เวลา 09.00 น.ให้เข้าไปพบที่สถานีตำรวจเดชอุดม เพราะจะได้นัดผู้ก่อเหตุมาไกล่เกลี่ยกัน แต่อย่าเพิ่งแจ้งความแค่ลงประจำวันไว้ก่อน จนถึงเลยเวลานัด ก็ไม่พบผู้ก่อเหตุมาตามนัด แฟนจึงได้เข้าพบพนักงานสอบสวน แต่กลับได้รับคำตอบว่าเดี๋ยวขอประสานงานก่อน ปัจจุบันผ่านไปแล้วกว่า 1 อาทิตย์ ก็ยังไม่มีการติดต่อดำเนินการกับผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ

นายชาคริต จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวให้เพื่อนๆ ที่ใช้ถนนเส้นที่เกิดเหตุได้ระวังตัว ต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นหญิง ชื่อเก๋ (นามสมมติ)ได้มาแสดงความคิดเห็นว่า ตนเองได้ขับรถเก๋งวีออส ผ่านจุดเกิดเหตุในวันที่ 18 ก.ย.59 ถัดจากตนเอง 1 วัน เวลาประมาณใกล้เคียงกัน เมื่อผ่านจุดดังกล่าวก็รู้สึกว่ารถส่าย จึงได้ชะลอรถเข้าข้างทางเพื่อจะจอดดู ขณะนั้นก็มีกลุ่มวัยรุ่นคล้ายกับกวักมือเรียก ด้วยความกลัวว่าจะเป็นคนร้ายจึงได้บดล้อทั้งที่แบนจนไปถึงตัวอำเภอน้ำยืนจึงได้จอดดูรถพบว่ายางรถถูกตะปูแบน 2 เส้น โดยคุณเก๋ ได้โพสต์ภาพล้อรถที่โดนตะปูด้วย

นางพิกุล ยังกล่าวว่า สิ่งที่ตนเองออกมาพูดในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการความยุติธรรม ต้องการเอาผู้ที่ก่อเหตุมาลงโทษไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใคร จะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่วัยรุ่นกลุ่มนี้กระทำลงไปมันเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะหากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นมา อาจจะมีคนเสียชีวิตก็เป็นได้ ตนต้องการความปลอดภัยบนท้องถนนมากกว่านี้ และอีกประการตนก็ไม่มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่เพราะมีผู้ที่อ้างว่าเป็นตำรวจโทรมาแจ้งไม่ให้แจ้งความ ขอแค่ลงประจำวันไว้แค่นั้น ทั้งนี้จึงอยากจะวอนสื่อช่วยเป็นคนกลางประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนด้านทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามประสานไปยัง พ.ต.ท.นพดล ช่วยบุญ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เดชอุดม แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้.

วัยรุ่นปาหินเหิม!! หลัง"ครูสาว กศน."ตกเป็นเหยื่อเกือบตายคาถนน โดนหินปาเข้าหน้ารถจนหวิดเอาชีวิตไม่รอด เข้าร้องสื่อช่วยประสานตำรวจจับแก๊งวัยรุ่นปาหิน ย่านถนนเดชอุดม จ.อุบลฯ เพราะหลังเกิดเหตุมีผู้อ้างเป็นตำรวจประสานขออย่าแจ้ง.. 26 ก.ย. 2559 11:33 26 ก.ย. 2559 15:11 ไทยรัฐ