วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความจริงที่ไม่ยอมรับ

ประสบการณ์การเป็นตำรวจอาชีพตลอดระยะเวลา 38 ปี

พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ อดีตผู้ช่วย อ.ตร.มองว่า สิ่งที่ตำรวจสมควรได้รับการปรับปรุงในภาพรวม คือ ต้องพัฒนาตัวเอง แสวงหาความรู้ และประสบการณ์ให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ

เป็นผู้ไม่ลืมตัว ไม่ประมาท ไม่หลงอำนาจ มีความพอดี

เจ้าตัวว่า งานปราบปรามเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งในตัวของมันเอง คนที่ไม่มีพื้นฐาน ไม่มีประสบการณ์ หรือก้าวหน้ามาด้วยวิธี ก้าวกระโดด ยากที่จะเข้าใจ

ส่งผลให้การแก้ปัญหาอาชญากรรมของตำรวจไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะวางแผนจากข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง อันเนื่องมาจากผู้บังคับบัญชาผู้ที่มีอำนาจบริหารงานปราบปราม คิดหลักการที่ว่า หากตำรวจขยันขันแข็งในการทำงาน คดีอาญาจะลดลงเรื่อยๆ จึงถือเอาสถิติคดีอาญา “เป็นตัวชี้วัด” ความสามารถความรับผิดชอบ

ถ้าที่ใดสถิติสูงขึ้นแทนที่จะยอมรับความจริงแล้วเข้าช่วยดูแลแก้ปัญหา กลับตำหนิทำนองว่า หัวหน้าหน่วยไม่มีความสามารถ และเพื่อไม่ให้ถูกตำหนิ เลยแก้ปัญหาโดยพนักงานสอบสวน ละเว้นไม่ลงหลักฐานรับคดี ที่มีผู้มาแจ้งความในสารบบของทางราชการเพื่อ ลดสถิติคดี ที่เป็นทางการ

ทำเช่นนี้ก็จะไม่ถูกตำหนิ บางครั้งกลับได้รับ “คำชมเชย” เสียอีกว่า สามารถควบคุมคดีในท้องที่ได้

เมื่อสถิติไม่ตรงต่อความเป็นจริงได้ถูกรายงานขึ้นไปยังหน่วยเหนือ ผู้มีอำนาจหน้าที่ก็จะพิจารณาวางแผนการทำงานจากสถิติที่มีจำนวนน้อยกว่าความเป็นจริง ทำให้แผนงานด้านต่างๆของตำรวจ “ผิดพลาด” แก้ปัญหาอาชญากรรมไม่ได้

ผู้ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง คือ ประชาชน

อีกทั้งยังเป็นการสร้าง “นิสัยเกียจคร้าน” ขาดความรับผิดชอบอย่างถาวรให้แก่พนักงานสอบสวนเหล่านั้นด้วย

ทรรศนะความคิดของอดีตนายพลมือสอบสวนสืบสวนระดับปรมาจารย์แนะว่า ผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบปราบปรามอาชญากรรมทุกระดับชั้นเป็นผู้ปฏิบัติทั้งสิ้น จำเป็นต้องโดดเข้าร่วมแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เหมาะสม อย่าลอยตัว กลัวความผิดพลาด

ขี้ขลาดเพราะขาดประสบการณ์ความเป็นตำรวจอาชีพ.

สหบาท

26 ก.ย. 2559 10:43 ไทยรัฐ