วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตายเพราะอุบัติเหตุทางน้ำใครรับผิดชอบ?

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ สัปดาห์ที่แล้วมีเหตุสะเทือนใจเกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ เป็นเหตุการณ์เรือบรรทุกผู้โดยสารนักท่องเที่ยวจำนวน 150 กว่าชีวิต ชนตอม่อเขื่อนริมตลิ่ง เป็นเหตุให้เรือดังกล่าวล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก (เผยคลิปก่อนเรือล่มกลางเจ้าพระยา จ.อยุธยา นักท่องเที่ยวโบกมือทักทาย-ไม่รู้ชะตาชีวิต)

คำถามที่มีหลายท่านสงสัย คือ กรณีแบบนี้ในทางอาญาจะสามารถเอาผิดใครได้บ้าง และในทางแพ่งในส่วนค่าเสียหายนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?

เบื้องต้นจากที่ผมได้อ่านข่าวจากหลายๆ สำนักข่าวให้ข้อมูลค่อนข้างตรงกันว่าสาเหตุที่เรือลำดังกล่าวล่มนั้น เนื่องจากบรรทุกน้ำหนักเกินหรือบรรทุกผู้โดยสารมากกว่าที่กรมเจ้าท่ากำหนด และเกิดจากความประมาทของคนขับ ซึ่งเร่งเครื่อง เพื่อแซงเรือบรรทุกทราย แต่แซงไม่พ้น ทั้งนี้สาเหตุที่แท้จริง ซึ่งเป็นเหตุให้เรือล่มนั้น ต้องรอพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้งหนึ่งนะครับ

ในกรณีความผิดทางอาญาที่เกิดจากความประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นความผิดเฉพาะตัวของคนขับเรือหรือผู้ควบคุมเรือครับ เจ้าของเรือไม่จำต้องรับโทษทางอาญาร่วมคนขับเรือหรือผู้ควบคุมเรือครับ ทั้งนี้ ผู้ขับเรือ หรือผู้ควบคุมเรือ โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้โดยสารถึงแก่ความตาย มีความผิดตามมาตรา 291 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือ ผู้โดยสารได้รับอันตรายสาหัส มีความผิดตามมาตรา 300 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ ผู้โดยสารได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ มีความผิดตามมาตรา 390 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ

แต่เหตุการณ์เรือล่มลักษณะแบบนี้ เคยมีคำพิพากษาฎีกาครับ 7547/3542 ได้วินิจฉัยไว้ครับว่า การดัดแปลงเรือให้เป็นเรือสำหรับบรรทุกผู้โดยสาร หรือใช้เรือในการบรรทุกน้ำหนักเกินนั้น เป็นความผิดที่เกิดขึ้นโดยเจตนา ไม่ใช่ความประมาท ซึ่งมีโทษหนักกว่ากรณีของความผิดที่เกิดจากความประมาทครับ และคนขับเรือรวมถึงเจ้าของเรือจะต้องรับผิดในทางอาญาร่วมกัน

กรณีผู้ควบคุมเรือและเจ้าของเรือ ใช้ยานพาหนะขนส่งคน ซึ่งมีลักษณะน่าจะเป็นอันตราย แม้จะยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นก็ตาม ผู้ควบคุมเรือและเจ้าของเรือ อาจจะต้องรับผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 233 “ผู้ใดใช้ยานพาหนะรับจ้างขนส่งคนโดยสาร เมื่อยานพาหนะนั้น มีลักษณะหรือมีการบรรทุกจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลในยานพาหนะนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองพันบาท"

ผู้ควบคุมเรือและเจ้าของเรือ อาจจะต้องรับโทษทางอาญาหนักขึ้นอีก หากผู้โดยสารถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 238 "ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 226 ถึงมาตรา 237 เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวังโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึง 20 ปีและปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 40,000 บาท ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวังโทษตั้งแต่หนึ่งปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท"

ในส่วนความรับผิดทางแพ่งนั้น นายจ้างหรือเจ้าของเรือจะต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างหรือคนขับเรือ เนื่องจากลูกจ้างได้กระทำละเมิดหรือก่อให้เกิดความเสียหายให้กับผู้โดยสาร ซึ่งกระทำไปในทางการที่จ้าง ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 425 "นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น" ประกอบมาตรา 437 "ผู้ใดครอบครองหรือควบคุมยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบ เพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้น เกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายนั้นเอง"

เหตุการณ์อุบัติเหตุทางน้ำแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผู้โดยสารยานพาหนะทางน้ำทุกท่านควรจะทราบถึงสิทธิของตัวเอง หากท่านพบเห็นเรือ ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารในลักษณะที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้โดยสาร หรือมีเสื้อชูชีพไม่เพียงพอต่อผู้โดยสาร สามารถแจ้งไปที่กรมเจ้าท่า หรือโทร. 1199 ตลอด 24 ชั่วโมงครับ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายลักษณะนี้ขึ้นอีกครับ

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลย ครับ หรือ Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ สัปดาห์ที่แล้วมีเหตุสะเทือนใจเกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ เป็นเหตุการณ์เรือบรรทุกผู้โดยสารนักท่องเที่ยวจำนวน 150 กว่าชีวิต ชนตอม่อเขื่อนริมตลิ่ง.... 26 ก.ย. 2559 10:36 26 ก.ย. 2559 15:41 ไทยรัฐ