วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิม-อาฉลอง ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังยกบริษัทให้ลูก ลุยทำละครบู๊ป้อนช่อง7

พิม พิมพ์สุภัค ชี้แจง เปิดบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ อินทรีย์ ออดิโอ วิชชั่น ดึง ฉลอง ภักดีวิจิตร สามี มานั่งแท่นเป็นผู้กำกับละครให้ เปิดตัวละครเรื่องแรก ทิวลิปทอง ภายใต้ค่ายใหม่ ฟุ้งทุ่มทุนหลายสิบล้านบินไกลถ่ายที่เนเธอร์แลนด์เพื่อแฟนละคร ปัดมีปัญหากับลูกๆ อาฉลอง แค่ขอแยกตัวออกมาเปิดบริษัทใหม่

เป็นกระแสฮือฮาอีกครั้ง สำหรับ ฉลอง ภักดีวิจิตร และภรรยาสาว พิม พิมพ์สุภัค อินทรีย์ ที่ล่าสุดได้เปิดตัวบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อว่า อินทรีย์ ออดิโอ วิชชั่น โดยละครเรื่องแรกที่บริษัท อินทรีย์ ออดิโอ วิชชั่น ผลิตให้กับช่อง 7 นั่นคือเรื่อง ทิวลิปทอง ที่ยังคงคอนเซปต์ระเบิดภูเขา เผากระท่อม ตามแบบฉบับเดิมของผู้กำกับละครคนนี้ แต่เพราะอะไรถึงได้เปิดบริษัทใหม่เป็นของตนเอง การเปิดบริษัทใหม่นี้เป็นเพราะข่าวลือที่ว่าบรรดาลูกๆ ของผู้กำกับคนเก่งไม่ค่อยจะปลื้มกับภรรยาคนใหม่ของพ่อ เลยทำให้ต้องเปิดบริษัทใหม่หรือไม่ วันนี้ พิม พิมพ์สุภัค จะมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ให้ได้กระจ่างใจกัน

มานั่งเป็นผู้บริหารบริษัทของตัวเองแบบเต็มตัว เป็นอย่างไรบ้าง?
“เป็นครั้งแรกในชีวิตของพิม และเป็นงานที่ใหญ่พอสมควร พิมตั้งใจเต็มที่เพื่องานจะได้ออกมาดีที่สุดค่ะ”

ก้าวแรกกับค่ายอินทรีย์ ออดิโอ วิชชั่น?
“คือพิมกับคุณอาช่วยกันคิด แต่คุณอาเป็นคนริเริ่ม เอานามสกุลของพิมคือ อินทรีย์ มาตั้งเป็นชื่อบริษัทว่า อินทรีย์ ออดิโอ วิชชั่น จำกัด เรา 2 คนสามีภรรยาหลังแต่งงานเราก็เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวกันใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างคุณอาได้ให้ลูกไปหมดแล้วนะคะ และพิมก็เริ่มเข้ามาเป็นผู้บริหารการจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง และมีพี่สาวของพิมมาช่วยดูแลบริหารอีกแรงนึงเลยค่ะ”

คิดนานมั้ยว่าจะแยกบริษัท หรือว่าจะเป็นบริษัทเดียวกัน?
“คือมันทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะคุณอากับลูกๆ เค้าทำกันมาก่อน แต่อันนี้พิมเริ่มชีวิตของพิมใหม่ ก็เลยมาตั้งขึ้นใหม่เอง โดยใช้นามสกุลของครอบครัวพิมเป็นหลัก เป็นเจตนาของพิมและคุณอาทั้งสองคนตั้งแต่ก่อนแต่งงาน”

เพราะใจอยากจะทำงานเป็นผู้จัดละครเลยต้องแยกมาตั้งบริษัทของตัวเอง?
“ลึกๆ ในใจพิม พอเห็นคุณอาที่เป็นสามีชอบก็เลยช่วยกัน เห็นสามีมีความสุข ได้ทำในสิ่งที่เค้าชอบก็เลยทำไป พิมเป็นผู้บริหารบริษัทจะดีกว่า เพราะพิมจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ระบบระเบียบต่างๆ ส่วนคุณอาเป็นผู้กำกับให้เมียค่ะ (หัวเราะ) ต้องให้เกียรติสามีในทุกๆ อย่าง ประสบการณ์ของอามีมาตั้ง 65 ปี และดูท่าทีของคุณอาจะไม่มีการวางมือจากงานกำกับละครเลย ใจพิมเองอยากให้คุณอาพักผ่อนเพราะว่าอายุเยอะแล้วแต่คุณอามีไฟ กำลังใจดี ไมมีการเกษียณอายุ ก็ดูแลเพราะว่าเป็นห่วง ให้ความอบอุ่น ความเข้าใจกัน เวลาพิมเห็นคุณอาทำงานแล้วมีความสุข พิมก็มีความสุขค่ะ“

ไม่เกี่ยวกับบริษัทเดิมเลย?
“ไม่เกี่ยวค่ะ แยกเลยค่ะ ของคุณอามันคือบางกอกออดิโอ วิชั่น แต่คุณอาได้มาทำกับพิมก็ใช้นามสกุลเป็นชื่อบริษัทที่เราก่อตั้งขึ้นมา”

บริษัท บางกอก ออดิโอ วิชชั่น ยกให้ลูกอาฉลอง?
“อันนี้พิมไม่ทราบจริงๆ นะคะ พอดีไม่ได้คุยกันเรื่องนี้กับคุณอาค่ะ เพราะบริษัทนี้พิมแค่เข้าไปดูแลเป็นบางส่วนเท่านั้น คือไปดูแลคุณอา ไปฝึกงาน ส่วนการบริหารก็เป็นของลูกคุณอาอยู่ ไม่เกี่ยวกันกับพิม แต่อินทรีย์ ออดิโอ พิมดูแลเต็มตัวค่ะ”

ต้องแยกบริษัทกันเพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าลูกๆ ของอาฉลองไม่ค่อยปลื้มพิม?
“โดยส่วนตัวพิมไม่เคยมีปัญหากับใครอยู่แล้วตั้งแต่แรก พิมก็อยู่ในส่วนของพิม เราต่างคนต่างอยู่ เราไม่วุ่นวายซึ่งกันและกันนะคะ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร พิมกับคุณอาก็ทำงานซะมากกว่า ไม่มีเวลาคุยกันเรื่องนี้”

อินทรีย์ กับ บางกอก ไม่ใช่บริษัทแม่-ลูก?
“ไม่ใช่ค่ะ บริษัทอินทรีย์ก็คือบริษัทอินทรีย์ค่ะ”

แยกบริษัทกันอย่างนี้กลัวจะตอกย้ำข่าวที่ว่าไม่ถูกกับลูกของอาฉลอง เลยแยกตัวออกมาเลยดีกว่า?
“ไม่นะคะ สำหรับพิมไม่กลัวเลย เพราะอันดับแรก พิมไม่เคยมีปัญหากับใคร เพราะไม่เคยไปว่าร้ายใคร อยู่ในส่วนของพิม บริษัทของเราทำแบบครอบครัว เราไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร และเราก็เริ่มสร้างครอบครัวกันใหม่ขึ้นมา ไม่กลัวเลยค่ะ”

ละครของค่ายบางกอก ออดิโอ วิชชั่น อาฉลองยังต้องไปช่วยกำกับอยู่มั้ย?
“ไม่แล้วค่ะ คุณอาก็มาอยู่ในบริษัทอินทรีย์เต็มตัวแล้วค่ะ”

หรือว่าบางกอก ออดิโอ วิชชั่น ผลิตละครให้ช่อง 3 ส่วนอินทรีย์ ผลิตละครให้ช่อง 7?
“อันนี้พิมไม่ทราบเลยค่ะ มันเป็นเรื่องภายในของบริษัทบางกอก พิมก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้กับคุณอาเลยค่ะ แต่เรายืนยันว่าเรายังทำงานอยู่กับช่อง 7 ค่ะ (ยิ้ม)”

ละครเรื่องนี้ทุนในการถ่ายทำดูสูงมาก แค่ยกกองไปต่างประเทศก็หมดไป 15 ล้านแล้ว จะคุ้มมั้ย?
“ก็ต้องดูว่าละครจบแล้วจะยังไง แต่การทำงานมันก็ต้องมีการลงทุน และคุณอาเป็นคนที่เวลาทำละครจะจริงจัง แสดงจริง ไม่ใช้ซีจีหลอก มันเป็นความสุขของคุณอาและความสมจริงของละคร เป็นการคืนกำไรให้คนดูที่ได้ดูอะไรจริงๆ เรายอมทุ่มทุนเพื่อคนดูค่ะ ถ้าละครเรื่องแรกของอินทรีย์จะขาดทุนก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ก็ไม่อยากให้มันขาดทุนเลยนะ (หัวเราะ)”

ทางด้านผู้กำกับคนเก่งอย่าง ฉลอง ภักดีวิจิตร ก็ได้เปิดเผยกับการนั่งแท่นกำกับละครเรื่องทิวลิปทองให้กับค่ายอินทรีย์ ออดิโอ วิชชั่น ว่าละครเรื่องนี้ถือเป็นละครฟอร์มใหญ่ของค่าย ทุ่มทุนบินไปถ่ายทำกันไกลถึงเนเธอร์แลนด์เลยทีเดียว

“สำหรับละครเรื่องนี้ เป็นละครทันสมัย ไม่ต้องเข้าป่าแล้ว ลงทุนมหาศาล ยกกองไปถ่ายที่เนเธอร์แลนด์ 35 คน 3 อาทิตย์ หมดไป 15 ล้าน ถ่ายทั้งหมด 35 เปอร์เซ็นต์ของเรื่อง ก็มีบางซีนที่เรามาถ่ายเมืองไทย แต่ฉากทุ่งทิวลิปถ่ายที่นู้น สวยงามมาก แต่อากาศหนาวมาก บางฉากไปถ่ายที่ริมแม่น้ำ -5 องศา ถามว่าทำไมต้องไปถ่ายที่ต่างประเทศ อาคิดเองว่าดอกทิวลิปมันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น ชื่อหวานนะ แต่ท่ามกลางความรักอันหอมหวลอันอยู่ท่ามกลางเสียงปืนด้วยเหมือนกัน เรายิ่งกัน ไล่ล่ากัน ท่ามกลางทุ่งดอกทิวลิป ถ่ายทำลำบากมาก ค่าใช้จ่ายสูงมาก เอ็กซ์ตร้าก็จ้างที่นั่น เวลาระเบิดดอกทิวลิปก็ดอกละ 5 ยูโร ก็ไประเบิดแปลงดอกทิวลิปเค้าเป็นช่วงๆ (ยิ้ม) ค่าใช้จ่ายสูงเพราะข้าวของเค้าเสียหาย (ยิ้ม) ตอนที่ทำไม่คิดพลอตเรื่องว่าจะเสียเงินเยอะขนาดนี้ คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้ภาพที่ออกมาดูสวยงามเพื่อผู้ชม แต่ไม่เกินงบที่ช่องให้มา จะทำให้อยู่ในงบ”

พิม พิมพ์สุภัค ชี้แจง เปิดบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ อินทรีย์ ออดิโอ วิชชั่น ดึง ฉลอง ภักดีวิจิตร สามีมานั่งแท่นเป็นผู้กำกับละครให้ เปิดตัวละครเรื่องแรก ทิวลิปทอง ภายใต้ค่ายใหม่ ปัดมีปัญหากับลูกๆ อาฉลอง แค่ขอแยกตัวออกมาทำบริษัทใหม่ 25 ก.ย. 2559 15:31 26 ก.ย. 2559 06:19 ไทยรัฐ