วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เล่นแร่แปรธาตุ

ผมเคยได้ยินว่า ท่านไกสอน พมวิหาน ประธานประเทศลาว สอนให้คนลาวเอาอย่าง “สินไซ”

“สินไซ” พระเอกในวรรณคดีของท่านไกสอน ก็น่าจะเป็นคนเดียวกับ “สังข์ศิลป์ชัย” พระเอกในวรรณคดีไทย ซึ่งมีคุณสมบัติตรงกันคือ การเป็นพระเอกต้องมีศีลธรรม และเป็นคนซื่อ

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน สินไซเป็นคนดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ สุดท้ายก็ต้องชนะอธรรม ได้กลับมาครองบ้านครองเมือง

อีกคุณสมบัติที่คนซื่อ ไม่ว่าในลาวหรือในไทยควรมีคือความขยัน

คนไทยไม่ค่อยมีนิทานเป็นตัวอย่างความสำเร็จของคนขยัน นิทานที่แม่เล่าให้ผมฟังมีหลายเรื่อง แต่เรื่องที่จำได้กลายเป็นเรื่องไอ้ขี้เกียจได้ดี

นิทานเรื่องของคนขยัน ผมเพิ่งอ่านจากนิทานไทย (สำนักพิมพ์รวมสาส์น พิมพ์ครั้งที่ 8 พ.ศ.2552) อาจารย์ ส. พลายน้อย ตั้งชื่อว่า เล่นแร่แปรธาตุ

ในสมัยหนึ่ง สมัยที่คนรวยหวังรวยทางลัด ลูกชายเศรษฐี ก็ได้แต่งกับลูกสาวคนมีเงิน แต่พออยู่ด้วยกันฝ่ายชายไม่สนใจทำมาหากินอะไร ตั้งหน้าตั้งตาแต่หาสูตรผสมยามาขัดทองแดงให้เป็นทองคำ

ได้ยินว่ามีตำราดีอยู่ที่ไหน ก็จะกระเสือกกระสนดิ้นรนไปหา เมื่อได้มาก็ทดลองผสมแล้วซัดน้ำยา เปลี่ยนสูตรไปจนแทบจะไม่ถ้วน เวลาผ่านไปสามปี ทองแดงก็ไม่เป็นทองคำขึ้นมาสักที

เงินทองที่เคยพอมีใช้จ่ายกับหาสูตรน้ำยา...ก็ร่อยหรอลงไป จนเมียที่เป็นคนฉลาด รู้งานการบ้านการเรือน เริ่มระอา พยายามห้ามผัวหลายครั้ง แต่ห้ามเท่าไหร่ ก็เอาไม่อยู่

ถึงวันที่ทนไม่ไหว เธอก็ไปหาพ่อที่บ้าน ขอให้พ่อเรียกผัวมาเตือน พ่อเป็นคนมีปัญญา บอกให้ไปตามลูกเขยมาคุยกัน “รู้หรือเปล่าว่าพ่อรวยมาด้วยอะไร” พ่อตาเรียกความสนใจ

“พ่อมีสูตรซัดทองแดงให้เป็นทองคำ แต่การจะทำนั้นต้องออกแรงเหน็ดเหนื่อยมาก”

ลูกเขยสนใจ พ่อตาก็บอกต่อ “สูตรน้ำยาที่พ่อใช้ ส่วนประกอบมีหลายอย่าง พ่อมีอยู่ครบแล้ว ขาดสิ่งสำคัญสิ่งเดียวคือ นวลใบตอง”

“โธ่เอ๋ย นวลตอง ของหาง่ายๆ” ลูกเขยอุทาน

“ช้าก่อน” พ่อตายกมือห้าม “มีเงื่อนไขข้อแรก นวลตองต้องได้จากใบตองที่เราปลูกเอง และต้องเป็นนวลตองจากต้นกล้วยน้ำว้า เมื่อปลูกก็ต้องท่องคาถา เวลารดน้ำก็ต้องท่องคาถา”

ข้อสุดท้าย “นวลตองที่ว่า ต้องมีน้ำหนักถึง 2 ชั่ง”

ลูกเขยฟังแล้วก็ศรัทธาเริ่มทำสวนกล้วยน้ำว้า จำนวนไร่กล้วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปีแรก ไปปีต่อๆมา จนถึงร้อยไร่...ลูกเขยขยันงานเดียว คือนั่งขูดเอานวลตอง แต่กว่าจะได้ถึง 2 ชั่ง เวลาผ่านไปถึงห้าปี

ตลอดเวลานั้น ฝ่ายเมียกลายเป็นแม่ค้า ขายทั้งกล้วยน้ำว้าสุก กล้วยตาก และใบตอง ได้เงินมาถึงสองหมื่น

ลูกเขยไปหาพ่อตาขอสูตรน้ำยาที่จะผสมกับนวลใบตอง แต่พ่อตาหัวเราะบอกว่า “ไม่มี” แล้วชี้ไปเงินสองหมื่นที่ลูกสาวมี...แล้วบอกว่า “เงินมากขนาดนี้ มีค่ายิ่งกว่าทอง เจ้าจะไปซื้อสวน ซื้อไร่นา หรือซื้ออะไรก็ได้ดังใจ”

ลูกเขยเพิ่งรู้เงินที่ได้จากความขยันทำไร่กล้วย...เขากลายเป็นคนรวยไปแล้ว

ถ้าหากยังบ้า หาสูตรน้ำยา เล่นแร่แปรธาตุ ฐานะก็คงเป็นเช่นคำโบราณ ผ้าขาดเป็นวา

ผมชอบนิทานเรื่องนี้ ถ้าลูกเขยบ้านไหนขยันทำไร่กล้วยร้อยไร่ในช่วงเวลานี้ ก็คงเป็นเศรษฐีในปีเดียว

เพราะกล้วยน้ำว้าราคาขายส่งหวีละ 40-50 บาท ใบสั่งจากร้านสะดวกซื้อ วันเดียว 5 แสนลูก ไม่รวมใบสั่ง แม่ค้ากล้วยตาก แม่ค้าขนม แม่ค้ากล้วยปิ้ง

เศรษฐกิจที่บ่นกันว่าย่ำแย่ แต่ในธุรกิจกล้วยกลับดีวันดีคืน นี่ยิ่งได้ทศกัณฐ์มาช่วยโชว์หยอดขนมครกชวนคนเที่ยวเมืองไทย เงินทองก็จะยิ่งเทมาไหลมา เมืองไทยจะร่ำรวยกันไม่รู้เรื่องทีเดียว.

กิเลน ประลองเชิง

25 ก.ย. 2559 11:28 ไทยรัฐ