วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวังอย่าลูบหน้าปะจมูก

การตรวจสอบเรื่องการทุจริตในระยะนี้ เป็นไปด้วยความเข้มข้นและถี่ยิบเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการออกคำสั่งทางปกครอง เรียกค่าเสียหายจาก 2 อดีตรัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูงรวม 6 คน 2 หมื่นล้านบาท เกี่ยวกับการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ และการตรวจสอบข้าราชการระดับล่างอีกเกือบพันคน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว กว่า 800 คดี

หรือการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 15 คดี นอกจากโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ยังถูกกล่าวหาอีกมากมาย เช่น จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล หรือการจ่ายค่า เสียหายผู้ชุมนุมทางการเมือง

อีกกรณีหนึ่งซึ่งกำลังเป็นข่าวโด่งดังคือ เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจ สอบ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้เกี่ยวข้องหลายคน โดยกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่ห้าง หุ้นส่วนจำกัดของบุตรชาย พล.อ.ปรีชา ให้ได้งานก่อสร้างจากกองทัพภาคที่ 3 และอื่นๆ มูลค่า 155 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาล คสช.ก็กำลังเร่งออก พ.ร.บ.ห้ามการกระทำที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ให้รับสัมปทานหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ เช่น รับเหมาก่อสร้าง ห้ามใช้ทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เรียกว่า “กฎหมาย 4 ชั่วโคตร” เพราะนอกจากห้ามเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ยังห้ามถึงพ่อแม่ คู่สมรสและบุตร

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงชี้แจงว่า กรณีบุตรชายปลัดกระทรวงกลาโหมรับเหมาก่อสร้างโครงการรัฐ “จบแล้ว” เพราะประมูลถูกต้อง และ พล.อ.ปรีชาก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว สมาชิก สนช.ท่านหนึ่งอ้างว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจตรวจสอบเรื่องการรับเหมา ตรวจได้แค่สมาชิก สนช. ส่วนรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ซึ่งกำลังลุ้นกฎหมาย 4 ชั่วโคตร ไม่มีความเห็น

เรื่องราวลักษณะนี้ต่างกันหรือไม่ กับที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลพิพากษาจำคุก ฐานยินยอมให้ภรรยาซื้อ ที่ดินของรัฐ หรือหลายกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกกล่าวหา เช่น ข้อหาเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม กล่าวหาว่าจ่ายเงินค่าเยียวยาผู้ชุมนุม รายละ 7.5 ล้านบาท เพื่อช่วย พวกพ้อง หรือการย้ายเลขาธิการ สมช.เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

น่ายินดีที่รัฐบาล คสช.ตรวจสอบการทุจริตอย่างเข้มข้น จนได้รับยกย่องจากประชาชนว่าเป็นผลงานเด่นอันดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รัฐบาลจะต้องยึดหลักนิติธรรมที่ถือว่ากฎหมายอยู่เหนือคน ต้องปฏิบัติต่อทุกคนโดยเสมอหน้า ไม่เลือกปฏิบัติหรือลูบหน้าปะจมูกและต้องไม่กระทำการใดๆ ที่เคยด่านักการเมือง อย่าว่าแต่เขาแต่อิเหนาเป็นเสียเอง.

25 ก.ย. 2559 11:23 ไทยรัฐ