วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดัชนีปฏิรูปประมง ความสุขมั่นคงยั่งยืน

ปัญหา “ประมงไทย” ไม่ใช่แค่เรื่องการจับปลาทั้งใน...นอกน่านน้ำไทยเท่านั้น หากแต่ยังมีพื้นที่น้ำจืดก็มีการจับปลา นับรวมไปถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรวมอยู่ด้วยกันในภาพใหญ่

เมื่อเป็นเช่นนั้นการมองปัญหารอบด้านนำไปสู่การ “ปฏิรูปประมงไทย” อย่างยั่งยืน หลักใหญ่ก็คือความที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม...ภาวะที่ประชากรเพิ่มขึ้นมา มีอุตสาหกรรมเกิดขึ้น มีความต้องการมากขึ้นส่งผลให้เกิดการจับปลามากขึ้นเป็นเงาตามตัว แถมด้วยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็ขยายมากขึ้น

สวนทางกับการบังคับใช้ “กฎหมาย” ที่ผ่านมา...หลายเรื่องล้าสมัย ไม่ทันกับสภาวะที่เปลี่ยนไป ไม่มีอำนาจในการควบคุม หรือมีอำนาจก็ควบคุมได้น้อยหรือไม่ได้ผลเท่าที่ควร จับไม่ได้ไล่ตามไม่ทัน...

ทรัพยากรลดลงทุกขณะเวลา ขณะที่ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น ปัญหาจึงเกิดขึ้น

อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง บอกว่า วันนี้...ถึงจุดที่เราหยุดไม่ได้แล้ว ต้องหันกลับมารื้อฟื้น ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรให้เกิดการใช้อย่างยั่งยืน ในระดับโลกพูดถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องโลกร้อนที่ต้องหยุดให้ได้ ไม่อย่างนั้นภัยพิบัติจะตามมาอีกมาก...บ้านเราต้องดูแลสิ่งแวดล้อม กระทบระบบนิเวศ ทรัพยากร การจับปลา ไม่ว่าในน้ำจืด ทะเล ต้องควบคุม ต้องรู้ว่ามีให้จับได้เท่าไหร่ ธรรมชาติมีปลาอยู่จำนวนหนึ่ง...สมมติว่า 1 ล้านตันไม่ได้แปลว่าจับได้ทั้งหมด หมดแล้วจะเอาพ่อแม่ปลาที่ไหนมาแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลาน

การคำนวณในทางวิทยาศาสตร์ แต่ละพื้นที่ควรจะจับปลาเท่าไหร่ ปริมาณจับสัตว์น้ำได้สูงสุดที่ไม่กระทบการแพร่พันธุ์ในรุ่นต่อๆไป ควบคุมการจับ ไม่จับพ่อแม่พันธุ์ ไม่จับในฤดูวางไข่ จะช่วยในการอนุรักษ์ได้

จากปัญหาที่กล่าวมา สิ่งที่ต้องทำก็คือ “กฎหมาย” การกระทำใดๆก็ตามของรัฐบาลจะต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 หัวใจสำคัญ “ทรัพยากรสัตว์น้ำมีจำกัด ดังนั้นจะต้องควบคุม บริหารจัดการ การเข้าถึงทรัพยากรนั้น” จึงเกิดขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปประมงไทย

“การปฏิรูปก็คือการเปลี่ยนแปลง แต่เดิมการเปลี่ยนแปลงจะค่อยๆเกิดขึ้นช้าๆ แต่วันนี้ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าขั้นวิกฤติก็เลยต้องเปลี่ยนเร็ว เรียกว่า...ปฏิรูป มีกฎหมายออกมาก็ต้องมีการปฏิบัติ”

ยกตัวอย่างเช่น ต้องปรับตัวองค์กร กรมประมงให้สามารถบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินมาตรการนโยบายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องเอากระบวนการ วิธีการทำงาน เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้

อีกส่วนหนึ่งก็คือความร่วมมือกับภาคเอกชนหมายถึงว่า...รัฐบาลไปทำงานมีกฎหมายบังคับคนอย่างเดียวไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ต้องทำงานร่วมกัน ชาวประมงต้องมีความรู้ความเข้าใจ นี่คืออาชีพของเขา ถ้าสัตว์หมดไม่มีให้จับ เขาก็หมดอาชีพ...ราชการออกกฎระเบียบไปบังคับไม่ใช่ให้เขาทำอาชีพไม่ได้

“เพื่อให้ทำอาชีพได้อย่างเป็นธรรม ไม่มีคนทำผิดกฎหมายมาแก่งแย่งเอาเปรียบ ไม่ทำแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ให้อาชีพประมงมีความมั่นคง สามารถทำได้ตลอดไป เป็นความร่วมมือทั้งผู้จับ ผู้ซื้อ ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องซื้อเฉพาะของที่ถูกต้อง ไม่ใช่อยากได้ของถูกอย่างเดียว”

ทั้งหมดเหล่านี้มีอยู่ในกลไกการปฏิรูป รวมไปถึงต้องร่วมมือกันทำตามกติกาประชาคมโลกแน่นอนว่า...ชาวประมงในระยะเปลี่ยนผ่าน อาจจะต้องอยู่ในภาวะลำบากสักหน่อย เดิมกฎหมายไม่ได้ครอบคลุมทุกๆด้าน อย่างเรือประมงพาณิชย์ที่ออกไปทำประมง กฎหมายเดิมบางเครื่องมือต้องขออนุญาต ต่อมาด้วยความที่หน่วยราชการไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการควบคุมก็มีการทำประมงผิดกฎหมายใช้เครื่องมือผิดไม่ขออนุญาตจับปลาในพื้นที่เฉพาะ...เกิดขึ้นมาจนเป็นธรรมดา จึงรู้สึกว่า กฎหมายประมงฉบับใหม่บังคับมากเหลือเกิน

“ผลคือ...ปรับตัวไม่ทัน แต่ความจริงกฎหมายใหม่จะเป็นผลดีกับชาวประมงเองในที่สุด...ยกเว้นชาวประมงที่ทำประมงผิดกฎหมาย”

อดิศร ย้ำว่า ความเข้าใจข้อกฎหมายในวันนี้อาจจะถูกบ้างผิดบ้าง ต้องทำความเข้าใจกันไป หลายๆคนก็ไม่รู้จริงๆว่า...สิ่งที่ทำไม่ถูก คิดว่าเคยทำถูกแล้ว แต่มาวันนี้จะต้องถูกควบคุม ดูแลจัดการ ต้องสร้างความเข้าใจ ในระยะสั้นเป็นเรื่องหนักใจ ซึ่งกรมประมงจะพยายามทำให้ดีที่สุด

ตัวอย่างการอนุญาตทำประมงพาณิชย์ 10 ตันกรอสขึ้นไปราว 11,000 ใบ...ให้ทุกคนที่มาขอ ถึงจำนวนเรือจะมากกว่าปริมาณปลาที่จะจับได้ แต่ก็บริหารจัดการลดวันกันจับ เสียสละช่วยกันให้อยู่ได้ทั้งระบบ

“เดิมทำประมงอยู่กันแบบเบียดเสียด แย่งกันจับ...ไล่ล่าทรัพยากร เจออะไรก็กวาดจับกันหมด มีเรือมากเกินปริมาณปลาจับกันเกลี้ยงทะเล การปฏิรูปจัดระบบใหม่ เพื่อประมงไทยอยู่รอดต่อไปได้ ไม่ล่มทั้งระบบ”

ภาพสะท้อนวิกฤติเผาจริงไม่เผาหลอก หลังปิดอ่าวปีนี้...ไปดูได้ “ปลาทู” มีไม่มากเท่าไหร่เลย แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรอยู่ในภาวะวิกฤติจริงๆ ถ้ายังคงดำรงวิถีการทำประมงแบบเดิมๆต่อไปเรื่อยๆ

ข้อกังวล เมื่อถูกคุมเข้ม...จะเป็นข้ออ้างขึ้นราคาอาหารทะเลหรือเปล่า? ประเด็นนี้เรื่องราคาไม่ต้องอ้าง ขึ้นอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่มีกฎหมายต้องขึ้นอยู่ดีเพราะของน้อยลง เป็นเรื่องของดีมานด์ซัพพลาย

“ปลามีน้อยไม่มีให้จับ ยังไงก็แพง แต่ข้อดีก็คือ ชาวประมงที่เหลืออยู่ในระบบใหม่ยุคปฏิรูปจะมีความมั่นคงทำประมงได้สบายใจมากขึ้น เพราะรู้ว่ามีผู้เล่นอยู่ในสนามเท่าไหร่ ภาพเดิมตามกติกาฟุตบอลมีผู้เล่นได้ 11 คน แต่ความจริงลงไปเตะกันเต็มสนาม ทุกคนแย่งกันหมด จับเสรี ต่างกับวันนี้รู้ชัดเจนใครเป็นใครอยู่ที่ไหน”

เมื่อวันที่...ทรัพยากรกลับคืนมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง วันนั้นชาวประมงจะยิ่งยิ้มออก จับง่ายขึ้น หาง่ายขึ้น ตามฤดูกาลก็เลือกจับสัตว์น้ำที่มีค่าทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม เลือกไซส์ขนาดได้อย่างมีคุณค่า

“ปริมาณสัตว์น้ำคงที่มีซัพพลายชัดเจน ราคาก็จะไม่แกว่ง แต่การเพิ่มของราคายังเป็นเรื่องปกติทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น...อนาคตถ้าดำเนินการได้อย่างคงที่มั่นคงก็จะเกิดความมั่นคงทางอาหารทะเลให้บริโภค”

จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการปฏิรูป “โครงสร้างองค์กร...กรมประมง” เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ถ้าออกแบบให้ดีก็ทำงานมีประสิทธิภาพ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ “คน” ข้าราชการ จะต้องมีแนวคิด มีระบบคิดที่ก้าวหน้า เข้าใจในสิ่งที่จะต้องทำตามหน้าที่ภายใต้โครงสร้างนั้นๆถึงจะเดินได้

“ยากกว่าแก้โครงสร้าง นั่นคือการบริหาร” อดิศร ว่า “เท่านั้นยังไม่พอ ยังเกี่ยวกับกระบวนการ วิธีปฏิบัติงานต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย ต้องไปด้วยกัน”

ความยั่งยืน นโยบายมีส่วนสำคัญระดับหนึ่ง ผู้บริหารมีส่วนสำคัญ จุดสำคัญของการปฏิรูป...ไม่มีความเสร็จเมื่อไหร่ “การเสร็จก็คือ...เรามีระบบ มีองค์กร มีกฎหมาย มีวิธีการทำงานที่มีขีดความสามารถในการเปลี่ยน ไม่ใช่เสร็จเหมือนสร้างตึกเสร็จ แต่เป็นประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น”

กรมประมงผ่านร้อนผ่านหนาวมา 90 ปีแล้ว วันนี้...เราเห็นปัญหานี้ แต่พรุ่งนี้ปัญหาอะไรจะเข้ามาไม่มีใครรู้ องค์กร...ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีขีดความสามารถเปลี่ยนแปลง ปรับตัว สอดรับกับอนาคต วิสัยทัศน์กรมประมงใหม่ๆหมาดๆ ก็คือเป็นองค์กรที่ “มุ่งพัฒนาและบริหารการเปลี่ยนแปลง เพื่อการประมงที่ยั่งยืน”

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จในวันหน้าจะ “ดี”...“พอใช้” หรือ “ต้องปรับปรุง” สัก 2-3 ปีข้างหน้า...เรามีเรือประมงทำประมงอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหาร้องเรียน มีปริมาณสัตว์น้ำเข้ามาสม่ำเสมอ มีปริมาณการจับอยู่ในสภาวะที่คงที่หรือเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็พอจะสะท้อนให้เห็นแล้วว่า “การปฏิรูปประมงไทย” สำเร็จกี่มากน้อย

ชาวประมงมีความสุข? มีรายได้ที่ดี...สม่ำเสมอ?...มั่นคงในชีวิตครอบครัว?

25 ก.ย. 2559 11:11 25 ก.ย. 2559 11:17 ไทยรัฐ