วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'Capsule workspace' นวัตกรรมใหม่ ตำรวจไทยใช้มือถือจับโจร

บก.น.7 นำร่องนำแอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” เครื่องมือตรวจสอบจับกุมผู้ต้องหา และตรวจยึดยานพาหนะของกลาง ตอบโจทย์ตำรวจสายตรวจ ช่วยจนท.ลดขั้นตอนการทำงาน คาดอีกไม่นานใช้ทั่วพื้นที่นครบาล...

วันที่ 24 ก.ย. 59 พล.ต.ต.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช ผบก.น.7 เผยถึงผลการดำเนินการใช้แอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” บนมือถือสมาร์ทโฟนมาใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดยานพาหนะของกลาง นำร่องในพื้นที่ บก.น.7 สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญๆ ได้ 5 ราย ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ยานพาหนะของกลางได้จำนวน 2 คัน ตามโครงการ Smart Police ที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.เป็นประธานเปิดงานเอาไว้ โดยผลการปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.-24 ก.ย.59 ระยะเวลา 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจในสังกัด บก.น.7 ใช้ แอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” บนมือถือตรวจสอบข้อมูลหมายจับและตรวจสอบยานพาหนะของผู้ต้องสงสัยตามสถานที่สำคัญและบนท้องถนนจนนำมาสู่การจับกุมได้ดังนี้

รายที่ 1 สายตรวจ สน.ตลิ่งชัน สามารถจับกุม นายนรินทร์ มาอยู่ อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดชลบุรี เลขที่ 21/59 ข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ในท้องที่ สภ.บางละมุง และหมายจับศาลแขวงสระบุรี เลขที่ 13/59 ข้อหายักยอกทรัพย์ ในท้องที่ สภ.พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ขณะเดินเตร็ดเตร่อยู่ในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่)

รายที่ 2 สายตรวจ สน.ตลิ่งชัน จับกุม นายธีระพงษ์ ฮวดสุนทร อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร เลขที่ 151/59 ลงวันที่ 29 ก.ค.59 ข้อหา เป็นทหารกองเกินหลีกเลี่ยงไม่มาทำการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร โดยจับกุมตัว นายธีระพงษ์ ได้ขณะแฝงตัวเข้ามาปะปนกับประชาชนในพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) เช่นเดียวกัน

รายที่ 3 สายตรวจ สน.ตลิ่งชัน ร่วมกันจับกุม นายวสันต์ หรือเปรียว เปียสา อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นโซนิค สีเหลือง ในสภาพแต่งซิ่ง ติดป้ายทะเบียนปลอม ได้คาด่านตรวจบนถนนพุทธมณฑล สาย 1 โดยการตรวจสอบฐานข้อมูลหมายเลขเครื่องยนต์จาก แอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” พบว่า เป็นรถที่เจ้าของแจ้งหายเอาไว้ในพื้นที่ สน.บางกอกน้อย เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.58 จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรแก่ นายวสันต์ ก่อนประสานพนักงานสอบสวนมาดำเนินการตามกฎหมาย

รายที่ 4 สายตรวจ สน.บางยี่ขัน จับกุม นายณัฐพงษ์ บุญมี อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ จ.635/2558 ลงวันที่ 29 ธ.ค.58 ข้อหายักยอกทรัพย์ ท้องที่ สน.หัวหมาก โดยจับกุมตัวได้ขณะขับขี่ รถจักรยานยนต์ผ่านเข้าด่านตรวจบนถนนอรุณอมรินทร์ ในลักษณะต้องสงสัยและมีพิรุธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินการตามหมายจับ

รายที่ 5 สายตรวจ สน.บางกอกน้อย ตั้งด่านบริเวณกลางซอยอิสรภาพ 49 ก่อนทำการจับกุม นายกบ กระต่ายทอง อายุ 27 ปี พร้อม รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีขาว ทะเบียน 5 กฆ 5231 กรุงเทพมหานคร ที่ต้องสงสัยใช้ก่อเหตุ อีก 1 คัน โดยนายกบ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 479/2554 ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป เหตุเกิดในท้องที่ สน.บุปผาราม

จากการสอบถาม พ.ต.ท.ดร.เศรษฐหาญ เศรษฐภากรณ์ สวป.สน.บางกอกใหญ่ วิทยากรถ่ายทอดความรู้เรื่องแอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” กล่าวว่า สำหรับแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเพิ่งมีการนำมาใช้ในพื้นที่ บก.น.7 เป็นการนำร่องแห่งแรกในประเทศไทยโดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดูแลระบบ ส่วนตนเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้ข้าราชการตำรวจที่จำเป็นต้องใช้ แต่เดิมการตรวจสอบข้อมูล สำคัญ 4 ประการ คือ ข้อมูลหมายจับ ข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลใบขับขี่ และข้อมูลประวัติอาชญากรนั้น จะต้องเช็กผ่านระบบ POLIS ทางเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ PC ที่มีอยู่ตามสถานีตำรวจเท่านั้น ซึ่งอุปสรรคก็คือทราบผลช้า ต้องใช้กำลังพลมากในการตรวจสอบ อีกทั้งยังประสบปัญหาระบบล่มอยู่ค่อนข้างบ่อย

แต่ขณะนี้ บก.น.7 ได้มีการนำร่อง เอาแอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” มาดาวน์โหลดลงในสมาร์ทโฟน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับรอง สวป.ของแต่ละโรงพัก เพื่อความสะดวกในการใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบฐานข้อมูลสำคัญๆ ได้ทันที ทั้งนี้เนื่องจาก รอง สวป.เหล่านี้ ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ตามจุดล่อแหลมในความรับผิดชอบอยู่แล้ว เพื่อพบบุคคลต้องสงสัยหรือยานพาหนะต้องสงสัยก็สามารถ Login เข้าระบบตรวจสอบด้วย Username และ Password ของแต่ละบุคคลที่แจ้งไว้กับ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เลยถือว่าเป็นการลดขั้นตอนการทำงาน และลดกำลังพลที่จะใช้ในการปฏิบัติได้มาก

ที่สำคัญทางศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ป้องกันปัญหาข้าราชการตำรวจนำเอาแอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” มาใช้เป็นเครื่องมือในทางที่ผิด ใช้ในทางทุจริต หรือนำมาใช้ทางธุรกิจเอาไว้แล้ว โดยทุกครั้งที่ตำรวจนายใด Login เข้าระบบตรวจสอบข้อมูลสำคัญเหล่านี้ ก็จะมีการบันทึกประวัติการเข้าระบบเอาไว้ หากพบว่า การตรวจสอบเป็นเพื่อประโยชน์อื่นใดที่ไม่เกี่ยวกับทางราชการก็จะทำเดินการทางวินัยกับเจ้าของ Username และ Password รายนั้นได้ทันที

“ขณะนี้ตำรวจระดับ รอง สวป.ทุกโรงพักในความรับผิดชอบของ บก.น.7 ได้ดำเนินการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวมาใช้ทั้งหมดแล้ว ผลการปฏิบัติงานในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมน่าสนใจ จำนวน 5 คดี เบื้องต้นทาง บก.น.5 และ บก.น.3 ก็กำลังดำเนินการนำแอพพลิเคชั่นไปใช้ คาดว่า อีกไม่นานตำรวจระดับหัวหน้าสายตรวจทั่วกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็จะต้องมีแอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” นี้เอาไว้ใช้ในสมาร์ทโฟนครบทุกคนเช่นกัน” พ.ต.ท.ดร.เศรษฐหาญ กล่าว

บก.น.7 นำร่องนำแอพพลิเคชั่น “Capsule workspace” เครื่องมือตรวจสอบจับกุมผู้ต้องหา และตรวจยึดยานพาหนะของกลาง ตอบโจทย์ตำรวจสายตรวจ ช่วยจนท.ลดขั้นตอนการทำงาน คาดอีกไม่นานใช้ทั่วพื้นที่นครบาล 24 ก.ย. 2559 18:42 ไทยรัฐ