วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดทึ่ง! ภูมิปัญญาชาวบ้านนครพนม ทำข้าวเม่าขาย โกยเงินเดือนละล้าน

ภูมิปัญญาชาวบ้าน ใน จ.นครพนม ผลิตข้าวเม่าขาย โกยรายได้เดือนละหลักล้านบาท เผย เฉพาะช่วงเทศกาลงานบุญอีสาน มีออเดอร์สั่งไม่อั้นจนผลิตไม่ทัน มั่นใจ รสชาติ หอม อร่อย ไร้สารเจือปน ...

วันที่ 22 ก.ย.59 ในช่วงเดือน ก.ย. จนถึงช่วงออกพรรษา เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ของทุกปี ถือเป็นโอกาสทองของชาวบ้านในพื้นที่ บ.โปร่ง ต.ฝั่งแดง และ บ.แก่งโพธิ์ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กว่า 300 ครัวเรือน ซึ่งเป็นชุมชนต้นตำรับของการทำอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ อาชีพทำข้าวเม่า ส่งออกขายในช่วงเทศกาลงานบุญประเพณีของชาวอีสาน สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ปีละเกือบ 10 ล้านบาท

เนื่องจากในพื้นที่ 2 ตำบล มีภูมิประเทศติดกับลำน้ำก่ำ ลำน้ำสาขาสายหลักของแม่น้ำโขง อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีระบบชลประทานเก็บกักน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรตลอดทั้งปี เป็นที่มาของชาวบ้านนำเอาอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำการปลูกข้าว ทำข้าวเม่าแทนการทำนาปี เนื่องจากสามารถเพิ่มมูลค่าราคาข้าวได้อีก 3-4 เท่าตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาข้าวตกต่ำ รวมถึงยังสามารถทำนาเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวไปทำข้าวเม่าได้มากถึงปีละ 3 ครั้ง โดยใช้ระยะเวลาสั้นแค่ 3-4 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายในการทำนา และยังเพิ่มมูลค่ามากกว่าการทำนาตามปกติหลายเท่าตัว

เช่นเดียวกันกับ นางสุนาต กุมรา อายุ 52 ปี ชาวบ้าน บ.โปร่ง ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งยึดอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้านมานานกว่า 20 ปีในการทำข้าวเม่าขาย เล่าถึงการทำข้าวเม่า ว่า เดิมทีในอดีตข้าวเม่าถือเป็นผลผลิตภูมิปัญญาชาวบ้านที่เริ่มจากทำกินเองในครัวเรือน เนื่องจากข้าวเม่าจะเป็นข้าวที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถนำไปปรุงแต่งเป็นเมนูของคาว-ของหวาน เป็นหลัก เพราะมีรสชาติหอมอร่อย เพราะจะมีกรรมวิธีดั้งเดิม

สำหรับกรรมวิธีการทำข้าวเม่า จะต้องเป็นข้าวเหนียวพันธุ์พื้นบ้าน หรือข้าว กข.10 และ กข.12 ที่ใช้ระยะเวลาเพาะปลูกประมาณ 3-4 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แต่จะต้องเป็นช่วงตั้งท้อง เป็นเมล็ดข้าวน้ำนมที่ถูกคิดค้นตามภูมิปัญญาอีสานซึ่งจะมีความหอมหวานในตัว โดยจะเริ่มจากการเก็บเกี่ยวจากแรงงานคนจนปัจจุบันมีการพัฒนาใช้รถเกี่ยวข้าวเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ก่อนนำมานวดเอาเมล็ดข้าวเพื่อนำมาคั่วให้สุกในกระทะขนาดใหญ่เพื่อให้เกิดความหอมก่อนผึ่งให้แห้งแล้วนำไปสีด้วยเครื่องสีข้าว เอาเปลือกออกจะได้เมล็ดข้าวอ่อน

หลังจากนั้นจะตำด้วยครกกระเดื่องโบราณที่ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นครกกระเดื่องตำด้วยเครื่องยนต์ เพื่อทุ่นแรงและรวดเร็วจนเมล็ดข้าวนุ่มก่อนนำส่งออกไปขาย กลายเป็นการเพิ่มมูลค่าข้าวและสามารถนำไปปรุงเป็นเมนูของคาวหวานได้สารพัด หรือทานได้ทันทีแบบไม่ต้องปรุงแต่ง ที่สำคัญ ข้าวเม่า ยังเป็นเมนูที่ไร้สารเจือปนปลอดสารพิษ เพราะแปรรูปด้วยกรรมวิธีธรรมชาติพื้นบ้าน

สำหรับหัวใจสำคัญของข้าวเม่าแท้ๆ คือ จะต้องมีความหอม นุ่ม อร่อย และจะต้องทำจากข้าวน้ำนมที่ผ่านการคั่วและตำด้วยครกกระเดื่อง ซึ่งทุกปีตั้งแต่เดือน ก.ย. จะเริ่มเก็บผลผลิตข้าวมาแปรรูป เป็นข้าวเม่าส่งขายในราคากิโลกรัมละประมาณ 100-150 บาท ยิ่งช่วงงานเทศกาลบุญประเพณีออกพรรษาไปจนถึงปีใหม่ จะมีพ่อค้าแม่ค้าสั่งซื้อไม่อั้นจนผลิตแทบไม่ทัน ทำให้มีการพัฒนาการผลิตเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือนขนาดเล็ก สามารถผลิตได้สูงสุดวันละเกือบ 2 ตัน

แต่คุณภาพการผลิตจะต้องคงที่ทั้งรสชาติ คุณภาพข้าวต้องคัดเลือกมาก่อนเข้าสู่การผลิต โดยแต่ละวันสร้างรายได้ตกวันละประมาณ 5 หมื่น - 1 แสนบาท ตกเดือนละเป็นล้านบาท หักค่าใช้จ่ายจะได้กำไรสูงประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ บางรายขยันจะมีการปลูกข้าวหมุนเวียนปีละ 3 รอบสามารถผลิตขายได้ตลอดปี แต่จะมีปัญหาเรื่องผลิตข้าวไม่เพียงพอ เพราะบางพื้นที่ เข้าฤดูแล้ง นาข้าวขาดแคลนน้ำไม่สามารถปลูกข้าวได้จึงต้องไปทำอาชีพอื่น

ที่สำคัญ ในการทำข้าวเม่ายังเป็นการเพิ่มมูลค่าราคาข้าวให้เกษตรกร ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาข้าวตกต่ำ ไม่ต้องถูกหักความชื้นหรือกดราคา อีกทั้งยังมีตลาดรองรับไม่อั้น ซึ่งในพื้นที่ 2 ตำบลจะมีกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ ประมาณ 10 ราย แต่ชาวบ้านในพื้นที่จะได้ประโยชน์จากการปลูกข้าวขายให้แหล่งผลิตไปจนถึงการจ้างแรงงานในหมู่บ้านทำให้ไม่ต้องไปทำงานที่อื่น ซึ่งในอนาคตหากมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมในเรื่องพื้นที่ปลูกข้าว ให้มีน้ำเพียงพอตลอดปีทุกพื้นที่ เชื่อว่าจะสามารถมีผลผลิตส่งออกขายได้ตลอดปี จะทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ข้าวเม่า กลายเป็นธุรกิจเงินล้านที่สร้างรายได้จำนวนมาก เชื่อว่าทุกปี ในพื้นที่ 2 ตำบลช่วงระยะเวลาแค่ 3–4 เดือน จะมีเงินหมุนเวียนจากอาชีพทำข้าวเม่าในพื้นที่ไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีออเดอร์สั่งซื้อจำนวนมากมาจากคุณภาพการผลิตข้าวเม่าต้นตำรับพื้นบ้านแห่งเดียวของ จ.นครพนม ที่การันตีว่า รสชาติหอมหวาน อร่อย ไร้สารเจือปน หากใครสนใจเยี่ยมชมหรือติดต่อสั่งซื้อสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 08-6222-4842

ภูมิปัญญาชาวบ้าน ใน จ.นครพนม ผลิตข้าวเม่าขาย โกยรายได้เดือนละหลักล้านบาท เผย เฉพาะช่วงเทศกาลงานบุญอีสาน มีออเดอร์สั่งไม่อั้นจนผลิตไม่ทัน มั่นใจ รสชาติ หอม อร่อย ไร้สารเจือปน ... 24 ก.ย. 2559 15:07 24 ก.ย. 2559 15:35 ไทยรัฐ