วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'โอบามา' ชื่นชมไทย บิ๊กตู่เป็นปลื้ม มะกันเยินยอ! แก้ปัญหาได้ดี

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่ได้มาเป็นวีรบุรุษ แต่มาด้วยความจำเป็น ต้องทำให้ประเทศชาติเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมให้เสียของ ขอบคุณกองเชียร์ขอให้อยู่ต่อ แต่ไม่รู้อนาคตเป็นยังไง ย้ำรัฐบาลใหม่ต้องเดินตามยุทธศาสตร์ คสช. โวต่างชาติยอมรับรัฐบาลมากขึ้น แต่พูดไม่เต็มปากเพราะติดเงื่อนประชาธิปไตย ปลื้ม “โอบามา” ชื่นชมแก้ปัญหาดี “บิ๊กป้อม” หารือทูตสหรัฐฯชื่นมื่น หน้าบานถูกชมประชามติเสรี ยุติธรรม ย้ำปมลูกชาย “บิ๊กติ๊ก” ไม่สะเทือนถึงนายกฯ ชี้ผลงานล้นหลามเป็นเกราะป้องกัน “วิษณุ” เผยสอบ 70 ขรก.เอี่ยวทุจริตข้าวจีทูจี พท.คาใจปมเรียกค่าเสียหาย ชี้จะเป็นบรรทัดฐานเอาผิดทุกโครงการสาธารณะที่ขาดทุน “บุญทรง” เตือน ขรก.มาตรา 44 ไม่ใช่ของวิเศษ คุ้มกะลาหัวได้ตลอดไป ยันฟ้องกลับแน่ไปว่ากันที่ศาล “ปึ้ง” โบ้ยรัฐบาล “มาร์ค” บริหารจัดการน้ำพลาดอย่ามารีดเลือดกับ “ปู”

ภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) บนเวทีโลก ยังคงดำเนินไปด้วยความราบรื่น จากการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติบนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ดูจะเป็นไปด้วยดีกว่าครั้งเก่าก่อน ภายหลังที่มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและผ่านความเห็นชอบจากประชาชน

“บิ๊กตู่” ลั่นมาแล้วต้องไม่ให้เสียของ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 11 ชม.) ที่โรงแรมพลาซาแอทธินี นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ช่วงวันที่ 18-25 ก.ย. ได้พบปะกับคนไทยในสหรัฐฯราว 170 คน โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้สถานการณ์ในประเทศสงบ สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างที่ควรใช้ คนส่วนใหญ่ไม่เดือดร้อนกับกฎหมายมาตรา 44 กฎ อัยการศึก มีไว้สำหรับบังคับผู้ร้าย ถ้าใครไม่ใช่ผู้ร้ายไม่ต้องเดือดร้อน ไม่เห็นประชาชนตกใจเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นมีคนพูดแทรกขึ้นว่าขอให้นายกฯอยู่นานๆ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบว่า ขอบคุณ แต่อนาคตเราไม่รู้หรอก เราต้องวางอนาคตร่วมกัน เขาพูดว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ แต่ตนไม่ต้องการเป็นวีรบุรุษแบบนี้ แต่จำเป็นต้องเข้ามาและทำให้ดีที่สุด เพราะถ้าเข้ามาแล้วออกไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็กลายเป็นว่าเข้ามาแล้วเสียของ

ย้ำรัฐบาลใหม่ต้องเดินตาม คสช.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การทำงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราวางรากฐานให้ประเทศเกิดความมั่นคงให้ประชาชนมีความมั่งคั่ง โดยการปฏิรูปทุกด้าน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ลงรายละเอียด เพราะต้องแก้ไขกฎหมาย เป็นเรื่องสลับซับซ้อน เขาไม่ค่อยแก้กัน แต่ตนจำเป็นต้องทำ บ้านเมืองต้องอยู่ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำ ให้ความเป็นธรรม มิฉะนั้น ปัญหาทุกอย่างจะกลับมาเป็นวงจรอุบาทว์ รัฐบาลนี้ออกกฎหมายและแก้กฎหมายไปแล้ว 190 ฉบับ เพื่อป้องกันช่องทางที่จะนำไปสู่การทุจริต อำนวยความสะดวกให้ประชาชนในด้านต่างๆ บ้านเราเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย นักการเมืองเอาชนะกันด้วยนโยบายของพรรค ซึ่งเป็นปัญหาประเทศ เพราะใช้จ่ายงบประมาณของประเทศไปในสิ่งที่ต้องการสร้างความนิยม ดังนั้นจึงต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ รัฐบาลที่เข้ามาจะต้องเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงสอนให้ทำอะไรอย่างมีเหตุมีผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันในเรื่องต่างๆ ไม่ใช่สอนให้ประชาชนต้องจน ส่วนกลไกประชารัฐจะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ขณะนี้รัฐบาลได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมากขึ้น แม้จะพูดไม่ได้ว่ายอมรับเพราะติดที่ที่มาของรัฐบาล และความเป็นโลกประชาธิปไตยที่เขา พูดชื่นชมไม่ได้ แต่ยอมรับเมื่อเห็นผลงานรัฐบาล

วอนช่วยสร้างความสุขคืนในหลวง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การอ่านหนังสือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่คนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ อ่านแต่ใน Google ซึ่งตอบเพียง 2-3 บรรทัด ทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่ภาคภูมิใจ อาทิ เรื่องประวัติศาสตร์ เพราะพระราชประวัติของแต่ละพระองค์ไม่ใช่แค่ 2 บรรทัด แล้วจะภูมิใจกันหรือไม่ ว่าท่านทรงเสียสละอะไรมาบ้าง จึงไม่รักสถาบันกัน วันนี้ทรงมีพระชนมายุมากขึ้น ไม่คิดหรือว่าท่านรอคอยอะไร รอคอยสิ่งที่ทรงทำให้เราตลอดว่าจะเกิดการสานต่ออย่างไร เราต้องช่วยกันทำให้ท่านมีความสุขบ้าง ที่ผ่านมาพระองค์ท่านทรงทำให้คนไทยมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์

ไม่โกรธ 3 จว.ใต้ไม่พอใจร่าง รธน.

พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามของคนไทยถึงการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่รู้สึกโกรธ แต่โกรธคนที่บิดเบือนข้อมูลมากกว่า โดยเฉพาะประเด็นเรื่องศาสนาที่ตัดตอนเพียงบางข้อความจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่เชื่อว่าวันนี้เข้าใจมากขึ้นแล้ว ส่วนเรื่องการเลือกตั้งในต่างประเทศ ที่มองกันว่าไม่คุ้มค่า ต้องให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณา ส่วนข้อห่วงใยว่าวงจรเดิมๆจะกลับมานั้น เราก็ต้องดูแลการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม

เล็งวางระบบติดตามตัวคนพ้นคุก

เมื่อมีคนถามเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องแก้ไขตั้งแต่การบริหารจัดการแยกระหว่างผู้เสพกับผู้จำหน่าย ให้ความรู้ อาชีพแก่ผู้ที่ต้องโทษให้ออกมาประกอบอาชีพได้ ไม่ใช่การสร้างเรือนจำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็อาจมีระบบการติดตามตัวผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวขึ้นด้วย การแก้ไขปัญหาจะต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทางและปลายทาง ได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมสร้างเครือข่ายการทำงานประสานกับต่างประเทศ อาทิ รัสเซียและอินเดีย ส่วนการลดระดับการขึ้นบัญชียาเสพติดบางประเภทต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

อยู่กับครอบครัวคือการพักผ่อน

เมื่อมีการถามถึงการใช้เวลาพักผ่อนของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์หันไปมองนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ก่อนตอบว่า คือการได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว ได้นอนพักสักนิด แต่เดี๋ยวก็มีโทรศัพท์ มีข้อความส่งมาไม่หยุด ฟ้องเรื่องนั้นเรื่องนี้ เวลาความสุขของตนสั้น แต่ก็ต้องขอบคุณครอบครัวที่เข้าใจและเป็นกำลังใจ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ร่วมหารือกับสภาธุรกิจเพื่อความเข้าใจระหว่างประเทศ โดยมีตัวแทนภาคเอกชนชั้นนำของสหรัฐฯเข้าร่วมหารือด้วย อาทิ กลุ่มการเงิน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มโทรคมนาคมและการสื่อสาร อุตสาหกรรมค้าปลีก เป็นต้น

“โอบามา” ชื่นชมไทยแก้ปัญหาดี

ค่ำวันเดียวกัน เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงบทบาทของประเทศไทยเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 71 ว่า เราได้ทำทุกอย่างตามพันธสัญญาโลก เราต้องจัดงบประมาณ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี หรือร้อยละ 0.05 ของ GDP เป็นค่ารักษาพยาบาลให้ผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิง จุดยืนของเราต้องดูแลด้วยหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงการค้ามนุษย์ที่มีกระบวนการนำส่งซึ่งเป็นเรื่องที่เราแก้ไขไปแล้ว หลายประเทศเห็นด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ลงสัตยาบันในสัญญาปารีสในการลดโลกร้อน โดยนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขอบคุณผ่านนายแดเนียล รัสเซลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ถึงตนว่าขอชื่นชมในการแก้ปัญหาของไทย รวมถึงเรื่องการค้ามนุษย์ ที่เราแก้ได้ดี และในเรื่องของ IUU มีการพัฒนาให้เห็นความตั้งใจของรัฐบาล

2 ปีไม่เคยเหนื่อยทำเพื่อคนไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ตนไม่เหนื่อย 2 ปีที่เข้ามาไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะมีกำลังใจที่จะทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องคนไทยเยอะแยะ เห็นแววตาเขาทุกคนที่มาพบเขาฝากความหวังไว้ ยิ่งเขารักมากขึ้นหรือมารับรองมากขึ้น มันกดดันว่าตนต้องทำอะไรให้เขาให้สำเร็จ คือแก้ปัญหาเดิมไม่ให้กลับไปที่เดิม และให้เดินไปข้างหน้าวางพื้นฐานประเทศให้เข้มแข็งด้วยความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ซึ่งต้องเป็นทั้งของไทยและสหประชาชาติ นั่นแหละทำให้ตนไม่เหนื่อยยังไงก็ไม่เหนื่อย ถึงจะโมโหบ้างก็ไม่เหนื่อยเป็นธรรมดามนุษย์ สิ่งสำคัญคือ เราเอาปัญหากางออกมา มีกระบวนการในการทางกฎหมาย ซึ่งจะเห็นว่ารัฐบาลแก้ปัญหามา 2 ปี บางอย่างก็เสร็จเร็วบางอย่างก็ยัง ไม่เสร็จเพราะต้องทำทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทางแต่สิ่งที่เราต้องการคือ ประชาชนมีความสุข

ตั้ง “บิ๊กรอด” ผอ.อผศ.คนใหม่

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุม ภายหลังประชุม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.อำนาจ รอดสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกระทรวงกลาโหม เป็น ผอ.องค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) คนใหม่ แทน พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผอ.ทหารผ่านศึกคนปัจจุบัน เนื่องจากเกษียณราชการโดยให้มีผลในวันที่ 1 ต.ค.59

“ประวิตร” หารือทูตสหรัฐฯชื่นมื่น

จากนั้น พล.อ.ประวิตรให้การต้อนรับนายนายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถึงการเตรียมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนและคู่เจรจา (เอดีเอ็มเอ็ม พลัส) ที่รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ซึ่ง พล.อ.ประวิตรพร้อมคณะจะเดินทางไประหว่างวันที่ 29 ก.ย.-2 ต.ค.โดยนายกลิน ที เดวีส์ เปิดเผยภายหลังการพูดคุยว่า ได้หารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับความมั่นคง มีพัฒนาการที่ดีและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งความร่วมมือแพทย์ทหารและการซ้อมรบร่วมกันที่จะเกิดขึ้น สหรัฐฯมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ไปร่วมประชุมสุดยอดผู้ลี้ภัยที่นครนิวยอร์ก โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดทุกเรื่องในทางบวก เรามีความยินดีที่ไทยได้ร่วมลงนามสัญญาปารีส รวมทั้งสหรัฐฯมีความรู้สึกดีกับสุนทรพจน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ที่กล่าวในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ สำหรับการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ของไทย ได้พัฒนาจากเทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2 ระดับเฝ้าระวัง เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ไทยทำทุกอย่างดีขึ้น สหรัฐฯจะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อแก้ปัญหานี้

“กลิน เดวีส์” ชมประชามติยุติธรรม

เมื่อถามว่า การประชุมเอดีเอ็มเอ็มพลัสจะมีวาระเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาคอาเซียนหรือไม่ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯตอบว่า มี เพราะ อยู่ในวาระการประชุมอยู่แล้ว ส่วนที่ท่านรองนายกฯประวิตร จะพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯหรือไม่ ตนคิดว่าอาจมีโอกาสที่จะได้พบนายกลิน ที เดวีส์ ยังกล่าวถึงผลประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญว่า จุดยืนของสหรัฐฯไม่เคยเปลี่ยนแปลง เราได้สังเกตการลงประชามติว่ามีเสรีภาพ และความยุติธรรมพอสมควร อีกทั้งคิดว่าประชามติครั้งนี้จะขับเคลื่อนประเทศไทยตามโรดแม็ป พร้อมทั้งนำไปสู่ความประนีประนอมด้วยกันได้ เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง มีเสรีภาพ และเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย

ปมลูกชาย “บิ๊กติ๊ก” ไม่สะเทือน “บิ๊กตู่”

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์กรณีบุตรชายของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าไปรับเหมาก่อสร้างในโครงการของกองทัพภาคที่ 3 ว่า เรื่องนี้จบไปแล้ว เอกสารการชี้แจงต่างๆ ให้ไปขอที่กองทัพภาคที่ 3 แต่ตอนนี้ก็เห็นว่าเปิดเผยกันไปหมดแล้ว เพราะทุกอย่างทำแบบมีหลักเกณฑ์ ตามระเบียบวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ตนเจอ พล.อ.ปรีชาก็บอกว่าไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทของบุตรชาย ส่วนที่มองว่าสาเหตุที่ถูกจับตามองเพราะนามสกุลจันทร์โอชานั้น ก็อาจเป็นไปได้ เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้เป็นจุดสะเทือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คิดว่าไม่สะเทือน เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำงานมามากและทุกอย่างก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมหาศาล เมื่อถามว่า คะแนนนิยมนายกรัฐมนตรีกำลังพุ่งเรื่องนี้จะกลายเป็นจุดอ่อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี อย่าคิดมาก ส่วนที่โซเชียลยังเผยแพร่เรื่องบุตรชายและภริยาของ พล.อ.ปรีชามากอยู่นั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะยังมีฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่มีคนรักทั้งหมด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนที่ไม่พอใจเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารที่ผ่านมา ส่วนจะเป็นปัญหาภายในสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่ภาพรวมทั้งหมดทุกอย่างยังดีอยู่

“วิษณุ” แจงย้ำร่าง พ.ร.บ. 4 ชั่วโคตร

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดอันเกิดจากประโยชน์ส่วนตนขัดกับผลประโยชน์ส่วนรวม หรือกฎหมาย 4 ชั่วโคตร ที่ห้ามทำโครงการเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองว่า ครอบคลุมถึงนโยบายของรัฐบาลด้วย เรื่องออกนโยบายเพื่อตัวเองไม่ต้องมีกฎหมายดังกล่าวก็ผิดอยู่แล้ว แต่พอดีว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ครอบคลุมถึงตัวนโยบายรัฐบาลด้วย สมัยก่อนเราพูดถึงการทุจริตเชิงนโยบาย ยังไม่ครอบคลุมในระดับกรม กองรัฐวิสาหกิจแต่วันนี้ครอบคลุมด้วย เมื่อถามว่า หมายรวมถึงนโยบายประชานิยมที่ได้ประโยชน์คือคะแนนเสียงจะผิดด้วยหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า นโยบายประชานิยมถูกห้ามด้วยกฎหมายอีกฉบับคือ พ.ร.บ.วินัยทางการเงินการคลัง แต่จะเน้นที่นโยบายประชานิยมที่เอื้อประโยชน์ส่วนตัวและพรรคการเมืองของตัวเองมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมทำไม่ได้ หากเป็นนโยบายที่ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า ส่วนคนผลักดัน เพียงแต่ได้หน้าได้ตาไม่เป็นไร การเป็นนักการเมืองเขาต้องหาเสียงจะไปเอาผิดเขาไม่ได้ แต่ประชานิยมที่เอาประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง หรือตัวเองได้มากกว่าประชาชนนั้นถือว่าผิด

สอบ 70 ขรก.เอี่ยวทุจริตข้าวจีทูจี

นายวิษณุยังกล่าวถึงการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มีข้าราชการได้ผลประโยชน์ด้วยหรือไม่ ว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบกันอยู่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รายงานว่ากำลังสอบข้าราชการอยู่ 50-70 คน คงใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน เข้าใจว่ามี ไม่เช่นนั้นจะตรวจสอบทำไม โดยตนจะเชิญ ป.ป.ท.มาพบเพื่อหารือเรื่องนี้ อยากเอาชื่อมาดูหน่อยต่อไป

พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ มีข้อจำกัด

นายวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงความไม่สะดวกในการขอข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภายในกองทัพ ของกรมบัญชีกลางว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการภาครัฐ พ.ศ.2558 เพราะ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีไว้สำหรับขออนุญาตดำเนินการเรื่องต่างๆ แต่การขอข้อมูลทางราชการจะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารที่ให้อำนาจในการขอข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับตัวเอง จะไปขอข้อมูลของคนอื่นไม่ได้ ส่วนการขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งบของภาครัฐนั้น ตามหลักการสามารถทำได้ แต่บางเรื่องเป็นความลับ มีช่องทางให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้อยู่ หลังจากนี้งบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเปิดเผยมากขึ้น เนื่องจาก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ ที่อยู่ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีการแก้ไขมาก เช่น งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐที่นำไปซื้อพื้นที่สื่อเพื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ จากเดิมไม่ต้องเปิดเผย แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติให้เปิดเผยรายละเอียดต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

พท.ติงก่อปมปัญหาทางกฎหมาย

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จะสร้างปมปัญหาทางกฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดินในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้นำรัฐบาลถูกฟ้องร้องจากการดำเนินนโยบายสาธารณะที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ถูกฟ้องหรือใช้คำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายในทางละเมิด และถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายโดยอ้างเรื่องกำไรขาดทุน จึงมีประเด็นสำคัญทางกฎหมายว่าการกระทำเช่นนี้จะถือเป็นการละเมิดต่อรัฐหรือที่แปลกประหลาดคือรัฐบาลและหน่วยงานรัฐในอดีตร่วมกันจัดทำนโยบาย ต่อมาเมื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหน่วยงานรัฐกลับบอกว่าที่ทำไปเป็นการละเมิดต่อหน่วยงานของตน ทั้งๆที่ตนเองเป็นผู้กระทำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯต้องใช้ความพยายามทุกวิถีทางในการแสวงหาความเป็นธรรม และไม่ต้องสงสัยว่ากระบวน การดังกล่าวเป็นเรื่องทางการเมืองหรือไม่

โวยฟ้อง “ประชารัฐ” บ้างได้หรือไม่

นายชูศักดิ์กล่าวด้วยว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการเรียกค่าเสียหายในทางละเมิดจำนวนมาก อาทิ เรื่องรถ-เรือดับเพลิง ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯอ้าง แต่กรณีรถดังกล่าว ไม่ใช่การดำเนินนโยบายที่แถลงต่อสภา หน่วยงานรัฐไปทำนิติกรรมกับเอกชน แล้วมีการกล่าวอ้างว่าทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐกฎหมายเปิดให้เรียกค่าเสียหายจากการละเมิดได้ แต่โครงการรับจำนำข้าว หน่วยงานรัฐเอางบประมาณมาทำนโยบายสาธารณะ แต่กลับมาบอกภายหลังว่าขาดทุนมีความเสียหาย ทำละเมิด อย่างไรก็ตาม โครงการสาธารณะที่ผ่านมาที่ใช้เงินไปมหาศาลและก็ต้องบอกว่าขาดทุนเหมือนกันถ้าจะคิดกำไรขาดทุน และมีความเสียหายทำนองเดียวกัน เหตุใดรัฐจึงไม่ดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน หรือหากมองอีกมุมหนึ่ง หากรัฐบาลหน้าจะเอาโครงการประชารัฐที่ทำแล้วขาดทุน ไม่มีกำไร ไปฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางละเมิด จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และจะกลายเป็นปัญหาหรือไม่

“บุญทรง” ซัด ม.44 ไม่ใช่ของวิเศษ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “มาตรา 44 ไม่ใช่สิ่งสุดวิเศษที่จะชี้นกเป็นไม้ได้ อย่างที่พวกท่านหลายคนพยายามจะปลอบใจกัน” ว่า มีสื่อบางฉบับเอาเรื่องที่ตนให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมฟ้องผู้เกี่ยวข้องในการออกคำสั่งทางปกครอง ต่อมาก็มีคำสัมภาษณ์ตอบกลับจากบุคคลบางคนในทำนองว่าบุคคลเหล่านั้นไม่กลัวหรือแม้กระทั่งพาดหัวว่าจะฟ้องก็เชิญ ขออธิบายว่าการที่ให้สัมภาษณ์เรื่องเตรียมการฟ้องทุกคนที่เกี่ยวข้องนั้น ตนพูดและหมายความเช่นนั้นจริงๆ พวกท่านทั้งหลายจะวิตกจริต จะกลัวหรือไม่ ไม่อยู่ในสมองของตน อาจจะอธิบายว่าพวกท่านทำได้ ทำโดยสุจริต อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ขอให้ไปอธิบายเองที่ศาล ซึ่งศาลท่านจะเป็นผู้วินิจฉัยและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน อย่าลืมว่ามาตรา 44 ที่ใช้อย่างพร่ำเพรื่อนั้น ไม่คุ้มครองการกระทำที่ไม่สุจริตและไม่มีกฎหมายรองรับ มาตรา 44 ไม่ใช่ สิ่งสุดวิเศษที่จะชี้นกเป็นไม้ได้ อย่างที่หลายคนพยายามจะปลอบใจกัน

โบ้ย รบ. “อภิสิทธิ์” บริหารน้ำพลาด

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯทำความผิดในการบริหารจัดการน้ำ เป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัยในปี 2554 ว่า ฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯว่า น้ำเดินทางหรือไหลจากเหนือมา สู่ภาคกลางและกว่ามวลน้ำจะเดินทางมาถึงกรุงเทพฯต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือน แต่ละเขื่อนที่เก็บกักน้ำต้องปล่อยน้ำก่อนฤดูน้ำหลาก แต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารงานต้นเดือน ส.ค.54 และก็เกิดเหตุน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทันที นั่งทำงานกันก้นยังไม่ทันจะอุ่นเลย น้ำก็ไหลเข้ามาถึงกรุงเทพฯ แล้ว ดังนั้นถ้านายกฯ ลองใช้สมองอันฉลาดปราดเปรื่องพิจารณาจากข้อมูล สถิติปริมาณน้ำหน้าเขื่อนในช่วงเวลานั้น ก็ย่อมทราบได้ทันทีว่าเหตุน้ำท่วมย่อมต้องเป็นผลมาจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เก็บกักน้ำเอาไว้มากจน เกินไป ก่อนที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเข้ามาบริหารงาน จึงขอให้ผู้นำรัฐบาลได้ทบทวนเรื่องนี้โดยด่วนด้วย เพราะต่างชาติจะหมดความศรัทธาและความเชื่อมั่นอย่างแน่นอน เพราะสามารถพิสูจน์ได้โดยหลักการคำนวณทางวิศวกรรมศาสตร์ด้านชลประทาน

ซัด “ปู” ปั่นกระแสโดนกลั่นแกล้ง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ต้องรู้ทัน น.ส.ยิ่งลักษณ์” ว่า เป็นไปตามคาดหมาย สิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอกย้ำไม่พ้นคำสั่งมาตรา 44 ว่า ไม่ได้รับความเป็น ธรรม รวมทั้งอ้างว่าการมอบอำนาจให้กรมบังคับคดี เหมือนการชี้นำคดี หรือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการให้มีการเตะถ่วงเพื่อหมดอายุความ สังคมต้องตามให้ทัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะคณะกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่งใกล้จะเปิดเผยตัวเลขความรับผิดชอบที่จะต้องชดใช้ต่อแผ่นดิน เมื่อผ่านคณะกรรมการแล้วจะไปสู่ขั้นตอนลงนามคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าเสียหาย จึงทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องออกมาตีกันไว้ก่อน เพื่อให้สังคมเข้าใจว่าถูกกลั่นแกล้ง โดยจะมีรูปแบบการนำเสนอคือ การเปลี่ยนหน้าคนออกมาพูดซ้ำๆ ย้ำว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำคดีเร่งรีบรวบรัด ถูกกลั่นแกล้ง เอาเรื่องแต่ฝ่ายตนเอง ฝ่ายอื่นไม่โดน ลดความน่าเชื่อถือบุคคล โดยอ้างว่าเป็นคู่ขัดแย้ง ขยันฟ้องร้องเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดและสงสาร โดยไม่ยอมมองถึงการกระทำของตนเองเลย

กกต.ชงร่าง ก.ม.เน้นแก้ซื้อขายเสียง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงาน กกต. แถลงว่า กกต.เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งให้กับ กรธ.ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ โดยหัวใจสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะเป็นการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง มีสาระสำคัญ อาทิ ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากสำหรับการลงมติในการประชุม กกต. การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ระหว่างที่มีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและยังไม่มีการแต่งตั้งแทน ให้ กกต.เท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ให้ กกต.จังหวัดมี 5 คน โดยมาจากหลากหลายอาชีพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง มาตรการลงโทษทางอาญาข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง กกต. เป็นผลให้เกิดความเสียหาย แก่การเลือกตั้ง นอกจากโทษทางวินัย

ย้ำให้กรรมการชุดนี้อยู่ครบวาระ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า การสืบสวนหรือการไต่สวนของ กกต. ให้ประธาน กกต. กรรมการหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา และอาจแจ้งให้ฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ในคดีเลือกตั้งเท่านั้น หากบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ได้ให้ถ้อยคำ หรือแจ้งเบาะแส กกต.อาจจะไม่ดำเนินคดีก็ได้ การจัดตั้งกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง เพื่อเป็นทุนและจ่ายเงินสินบนนำจับ โดยมีอัตราการจ่ายดังนี้ 1.การเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. 5 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท 2.การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น 3 หมื่นบาท ถึง 8 หมื่นบาท นอกจากนี้สถานะของ กกต. ชุดปัจจุบันให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ การสรรหา กกต.เพิ่มเติมอีก 2 คน ภายใน 45 วันนับแต่วันประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.โดยให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนี้หลังจากส่งร่างกฎหมายลูกฉบับนี้ให้ กรธ.แล้ว กกต.จะนัด กรธ.หารือในวันที่ 29 ก.ย.

ซัด กกต.ยุคเสื่อมมาตรฐานต่ำ

พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองประธานคณะ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สปท.กล่าวว่า เห็นพฤติกรรมของ กกต.แล้วไม่สบายใจ แย่งชิงตำแหน่งกดดันตัวประธาน กกต.ให้ลาออก ทำเหมือนสมบัติผลัดกันชม ประธาน กกต.อย่าทำตัวเป็นน้ำตาลปี๊บ จะโดนน้ำโดนไฟละลายหมด เจ็บปวดก็ต้องเก็บเอาไว้ กกต.บางรายไล่จัดอีเวนต์ พูดกระแทกแดกดันคนอื่น แสดงความอยากที่สุดเกินจะบรรยาย แต่มาตรฐานงานกลับไม่ดีเหมือน กกต.ชุดก่อนๆ มีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ถึงอยากเปลี่ยนตัวประธาน กกต.ชุดนี้ขาดจริยธรรม ธรรมาภิบาล ประชาชนไม่เชื่อถือ การสัมมนาที่ กรธ.จะจัด วันที่ 28 ก.ย.เตรียมจัดหนักไว้แล้ว ในรัฐธรรมนูญให้อำนาจ กกต.มาก ต้องขาวสะอาด บริสุทธิ์ ไม่มีนอกมีใน หรือทำให้สังคมครหา เรื่องการจัดอีเวนต์ หรืองบประมาณ ท่านต้องมาอธิบาย

ปชป.เชียร์เต็มที่เซ็ตซีโร่ กกต.

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต. เสนอ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ต่อ กรธ.ว่า กกต.ต้องตรวจสอบคนของตนไม่ให้มีพฤติกรรมร่วมทุจริตกับพรรคการเมืองใด ที่ผ่านมา กกต.ไม่เคยสะสางตัวเอง ในขณะที่ นักการเมืองปฏิรูปตัวเองไม่รู้กี่รอบแล้ว กกต.ต้องล้างบาง สะสางภายในองค์กร เซ็ตซีโร่ระบบใหม่ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เพราะที่ผ่านมาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง กกต.ควรใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด โปร่งใส ถูกต้อง และตรวจสอบได้ เพราะอยากให้คนที่ทำหน้าที่นี้เป็นกลางจริงๆ ไม่ใช่ค้าสำนวน หรือเข้าข้างฝ่ายใด เพราะ กกต.สามารถให้คุณให้โทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ ทั้งนี้ขอเสนอ กรธ.ให้กำหนดลงในกฎหมายเลือกตั้งว่า 1.ควรเพิ่มโทษเป็นสองเท่าหากกระทำทุจริต 2.ต้องยื่นรายงานบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. 3.เปิดแสดงแบบ ส.ส.10 และ ส.ส. 31 ต่อสาธารณะ 4.ให้มีกระบวนการตรวจสอบโดยให้หน่วยงานอื่นเข้าร่วม 5.ห้าม กกต.ที่พ้นวาระไปแล้วไปเป็นที่ปรึกษาหรือดำเนินกิจกรรมร่วมกับพรรค การเมืองอย่างน้อย 5 ปี 6.ขอให้เพิ่มโทษหนักในกรณีการค้าสำนวนเพื่อเรียกรับประโยชน์

ชทพ.เล็งขอพรรคการเมืองประชุม

นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย พัฒนา กล่าวถึงการเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง การรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่จัดโดย กรธ.ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ว่า จะเสนอขอให้สามารถจัดประชุมพรรคการเมืองได้ตามปกติ ส่วนกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง จะอภิปราย 2 ข้อหลัก คือ 1.การนำเสนอนโยบายต้องทำได้ง่ายเหมือนที่ผ่านมา และไม่ควรมีข้อจำกัดเรื่องการจัดทำนโยบาย 2.การควบคุมทุนพรรคการเมือง ที่บางอย่างทำแทบไม่ได้ เป็นการวาดภาพไว้กว้างเกินไป เช่น การควบคุมเงินบริจาค ขยายเพดานประชาชนบริจาคแล้วให้รัฐสมทบ ก็ต้องมาดูว่าเพียงพอจริงหรือไม่ ตลอดจนการกำหนดพื้นที่ปิดป้ายหาเสียง ที่ไม่ได้สนับสนุนเรื่องเงินทุนแก่พรรคการเมือง ทำให้กลายเป็นข้อเสนอจำกัดพื้นที่นำเสนอของพรรคการเมืองในที่สุด

สนช.เคาะ “สรศักดิ์” นั่งเลขาสภาฯ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (กร.) เพื่อให้ความเห็นชอบเลขาธิการสภาฯแทนนางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล ที่จะเกษียณอายุ นายพรเพชรกล่าวว่า นางจันทร์เพ็ญ อานามวัฒน์ รองเลขาฯ ซึ่งเป็นอาวุโสอันดับหนึ่งได้สละสิทธิ์ โดยคณะกรรมการสรรหาได้เสนอชื่อนายสรศักดิ์ เพียรเวช รองเลขาสภาฯ และส่งให้ กร.พิจารณา โดย กร.จะพิจารณาเพียงว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอมาเท่านั้น โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้นายสรศักดิ์ เป็นเลขาสภาฯคนใหม่ จากนั้นตนก็จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป ทั้งนี้การประชุมวันนี้ถือว่าครบองค์ประชุม ขาดเพียงนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.ที่ป่วย ส่วนนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ไปต่างประเทศ

รบ.ตีปี๊บแอพสื่อสารตรงถึง ปชช.

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรม แอพพลิเคชั่น G-News โฉมใหม่ตามนโยบายรัฐบาล หัวข้อการขับเคลื่อนการบริการภาครัฐสู่ประชาชนด้วย G-News โดยมีโฆษกกระทรวงเข้าร่วมการอบรมว่า การนำแอพพลิเคชั่นนี้มาใช้ เพื่อให้ได้รู้รัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง ประชาชนจะได้ไม่เกลียดรัฐบาล เป็นข้อมูลองคาพยพของรัฐบาลทั้งหมด ที่ต้องสื่อเพื่อให้ประชาชนทราบ จะได้ไม่ตัดสินใจพลาดเพราะข่าวลวงมีเยอะ โดยแฟนคลับแอพพลิเคชั่นที่เหนียว แน่นที่สุดในประเทศไทย คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯยังสนใจขนาดนี้ รัฐมนตรี 35 คนไม่ขยับก็คงลำบากอยู่ด้วยกันไม่ได้ และอยากให้หน่วยงานต่างๆป้อนข้อมูลเข้ามา เพราะมีผลต่อการโยกย้ายข้าราชการ เวลานี้ที่ป้อนข้อมูลมามากที่สุดคือ กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

24 ก.ย. 2559 07:37 24 ก.ย. 2559 07:41 ไทยรัฐ