วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดักบึมรถตร. กรงปินัง ดับ 3 เจ็บอีก 2

โจรใต้ลอบกัดวางระเบิดถังแก๊สถล่มรถกระบะตำรวจ แอบนำไปฝังไว้กลางถนน รอจังหวะเจ้าหน้าที่ ตำรวจขับรถออกหาข่าวผ่านมากดชนวนบึมถล่มจนรถพังยับไม่มีชิ้นดี แถมยังระดมยิงอาวุธสงครามซ้ำ จนเกิดการยิงปะทะดุเดือด กระทั่งคนร้ายล่าถอยไป ส่งผลให้ตำรวจสละชีพ 3 นาย สาหัสอีก 2 นาย คาดฝีมือกลุ่มโจรใต้รุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงศักยภาพ

โจรใต้เหิมไม่เลิกลอบกัดวางระเบิดรถเจ้าหน้าที่ส่งผลให้ตำรวจสละชีพ 3 นายรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 ก.ย. ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ขาวนวล รอง สว. (สอบสวน) สภ.กรงปินัง จ.ยะลา รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ 4 บ้านลูโบ๊ะกาโล ต.ปุโรงว่า มีเหตุกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้วางระเบิดถล่มรถกระบะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กรงปินังแล้วยิงถล่มซ้ำส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย หลังรับแจ้งรีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ไปสอบสวนที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.กรงปินัง พ.ต.ท.จิระศักดิ์ วิกรัยเจริญยิ่ง รอง ผกก. (ป.) พ.ต.ท.เชาว์ชุม วรเดช รอง ผกก. (สส.) ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด “ศรศึก-ศรชัย” ภ.จ.ยะลา ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ยะลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่ทับทิมยะลา เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง

ที่เกิดเหตุเป็นรอยต่อระหว่างหมู่ 1 บ้านโฉลงกับหมู่ 4 บ้านลูโบ๊ะกาโล ต.ปุโรง พบรถกระบะโตโยต้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กรงปินัง ถูกแรงอัดของระเบิดสภาพขาดสองท่อนหงายท้องล้อชี้ฟ้าพังยับทั้งคันแทบไม่เหลือซาก ชิ้นส่วนกระบะท้ายกระเด็นอยู่ในคูริมป่าสวนยางพาราข้างทาง จุดระเบิดเป็นหลุมกลางถนนกว้างลึก 2.5×2 เมตร มีคราบเลือดสาดกระจายไปทั่วและกองตามพื้นเป็นหย่อมๆ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบเศษถังแก๊สปิกนิก สายไฟฟ้ายาวราว 100 เมตร ลากเข้าไปในป่าข้างทาง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้นพร้อมปลอกกระสุนปืนสงครามนานาชนิดร่วม 100 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 10 เมตร พบศพ ส.ต.ท.ณัฐพงศ์ ชาติดำ อายุ 26 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.กรงปินัง กับศพ ส.ต.ต.สุริยา หนุนิ่ม อายุ 27 ปี ผบ.หมู่งาน ป.โรงพักเดียวกัน ทั้งสองสภาพศพเละ เศษเนื้อกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณรวมทั้งในป่าสวนยางข้างทาง นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 3 นาย คือ ส.ต.ต.อรรถพล เหลือเทพ อายุ 27 ปี ขาซ้ายขวามีบาดแผลฉกรรจ์ ส.ต.ท.ศิริวัฒน์ โยธา อายุ 30 ปี มีแผลฉีกขาดที่ต้นขาขวา และ ส.ต.ต.นฤเบศ เหมือนน้อย อายุ 25 ปี มีอาการหูอื้ออย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่ทับทิมยะลาลำเลียงส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ปรากฏว่า ส.ต.ต.อรรถพลเสียชีวิตในเวลาต่อมารวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 นาย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวเป็นชุดสายสืบ สภ.กรงปินังรวม 7 นายโดยมี ร.ต.ท.ธีรวัฒน์ เต็มราม รอง สว.สส.เป็นหัวหน้าชุด ออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ หลังสืบทราบว่ามีแนวร่วมอาร์เคเคกลุ่มใหม่ออกมาเคลื่อนไหวแสดงอิทธิพลในพื้นที่จึงใช้รถกระบะ 2 คันเป็นพาหนะลงพื้นที่ คันแรกเป็นยี่ห้อโตโยต้าสีดำ มี ร.ต.ท.ธีรวัฒน์ เต็มราม พร้อมพลขับ ขับนำหน้าและตามด้วยคันที่ถูกระเบิดถล่ม ขณะรถวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุมีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊สปิกนิกน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กก. ซุกไว้ใต้ผิวถนน รอจังหวะที่รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจคันที่ 2 ขับผ่านจุดที่ซุกระเบิดกลางถนน คนร้ายได้ซุ่มดูอยู่ภายในป่าสวนยางข้างทางได้กดสวิตช์จุดชนวนให้ระเบิดทำงานเสียงดังสนั่นหวั่นไหวทำให้รถคันที่ 2 ถูกแรงอัดระเบิดพังยับจนกระบะท้ายหลุดกระเด็นขาดออกเป็น 2 ท่อน

จากนั้นกลุ่มคนร้ายอีกชุดได้ใช้อาวุธปืนสงครามนานาชนิดยิงถล่มซ้ำ ขณะเดียวกัน ร.ต.ท.ธีรวัฒน์ เต็มราม ที่นั่งรถกระบะคันแรกได้ลงจากรถกระโจนเข้าหาที่กำบังกายแล้วยิงต่อสู้ปะทะกับกลุ่มโจรทันที การปะทะเป็นไปอย่างดุเดือดดังสนั่นไปถึงที่ทำการอำเภอกรงปินังและตลาดกรงปินังนานราว 10 นาที กระทั่งกลุ่มคนร้ายได้พากันหลบหนีไป เบื้องต้นคาดว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบรุ่นใหม่ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ลงมือลอบกัดเพื่อแสดงศักยภาพและสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่หน่วยข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า จากเหตุลอบวางระเบิดตำรวจ สภ.กรงปินัง ในครั้งนี้เป็นการวางแผนของกลุ่มนักค้ายาเสพติดกับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่พยายามแสดงศักยภาพในการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อต้องการทำลาย ขวัญโดยการลวงให้เข้ามาในพื้นที่และมีการแบ่งงานลงมือ 3 ชุดคือ ชุดกดชนวนระเบิด ชุดโจมตีและชุดชี้เป้า ซึ่งชุดชี้เป้าส่งสัญญาณว่าเป็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นคนร้ายชุดแรกจะกดชนวนระเบิด และตามด้วยชุดยิงโจมตีซ้ำ การก่อเหตุครั้งนี้มีทั้งแนวร่วมชุดเก่าและใหม่

ด้าน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มีรายงานแจ้งเตือนว่าให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มหลังพบความเคลื่อนไหวกลุ่มคนร้ายจะก่อเหตุในพื้นที่เทศบาล 2 แห่งและสถานที่ราชการโดยนำระเบิดแสวงเครื่องซุกไว้ในรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 2 คัน ก่อนจะนำไปจอดไว้สถานที่ที่เป็นเป้าหมาย นอกจากนี้ป้อม ชรบ.และจุดตรวจภายในหมู่บ้านทุกแห่งถือเป็นเป้าหมายหลักในการซุ่มโจมตีครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มก่อความไม่สงบมีการเคลื่อนย้ายอาวุธในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ด้วย ดังนั้นขอให้ทุกหน่วยเฝ้า ระวังและตรวจสอบรถ จยย. 2 คันดังกล่าวด้วย

วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้ขอหมายจับนายมาหะมะ แมฮะ อายุ 38 ปี ชาว จ.นราธิวาส กับพลทหารอำพล ดอเลาะ อายุ 24 ปี ชาว จ.นราธิวาส ข้อหาร่วมกันก่อการร้าย ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าผู้อื่นโดย ไตร่ตรองไว้ก่อน มีวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืนซึ่งไม่ได้ให้อนุญาตมีไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ทำให้เกิดระเบิดและทำตัวเป็นอั้งยี่ซ่องโจรซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมกันวางระเบิดหน้าโรงเรียนตากใบ ทำให้พ่อลูกเสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงการตั้งคณะรัฐมนตรีส่วนหน้าตามนโยบายของรัฐบาลว่า มั่นใจจะแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ส่วนของตำรวจพร้อมปรับเปลี่ยนกำลังเพื่อรองรับกับแนวคิดดังกล่าวโดยกองทัพยังเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ ตำรวจเป็นผู้สนับสนุน พร้อมได้หารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งกองทัพและกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้การทำงานสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเตรียมทาบทามอดีตนายตำรวจที่เกษียณอายุราชการและเคยทำหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมกับคณะทำงานคณะรัฐมนตรีส่วนหน้าด้วยแต่ไม่จำเป็นต้องมอบหมายให้รอง ผบ.ตร.ลงไปกำกับเพราะตามสายบังคับบัญชา มีการสั่งการอยู่แล้ว

ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงคณะรัฐมนตรีส่วนหน้าว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรยังไม่ได้แต่งตั้งใคร สื่อคาดเดาและแต่งตั้งให้ทุกวัน ส่วนหัวหน้าทีมคณะรัฐมนตรีส่วนหน้าต้องมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วย แต่จะมีใครบ้างตนยังไม่ทราบ เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าทีม ครม.ส่วนหน้าดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ เพราะเป็นอดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบและจำไม่ได้

ต่อมาเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้พิจารณาที่จะให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ อดีต ผบ.ทบ. เป็นประธานผู้แทนพิเศษรัฐบาลใน ครม.ส่วนหน้า เนื่องจากต้องการบุคคลที่อยู่ใน ครม.และจำเป็นต้องเป็นทหาร โดย พล.อ.อุดมเดช จะดึงบุคลากรที่เคยทำงานในพื้นที่เข้ามาช่วย อาทิ นายพรชาติ บุนนาค อดีตรองเลขาธิการ สมช. ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ต.ค.นี้

ส่วน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม กล่าวว่ายังไม่ได้รับการสั่งการใดๆจากผู้ใหญ่ แต่ติดตามข่าวอยู่เหมือนกัน คงต้องรอนายกฯกลับจากต่างประเทศก่อน สัปดาห์หน้าคงจะมีความชัดเจน เนื่องจากต้องเริ่มปีงบประมาณใหม่ หากได้รับการแต่งตั้งจริงก็ไม่มีปัญหาพร้อมทำงาน เพราะช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.เคยทำงานภาคใต้มาก่อน และเชื่อว่าคนอื่นที่มีชื่อพร้อมทำงานเช่นเดียวกัน

24 ก.ย. 2559 07:30 24 ก.ย. 2559 07:33 ไทยรัฐ