วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.เจาะลึก ธวัชชัยตาย ใครได้-เสีย

‘เหรียญทอง’ ขอร่วมผ่าศพ

“นพ.เหรียญทอง แน่นหนา” ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ฉะดีเอสไอปกปิดข้อมูล แจ้งว่านายธวัชชัย อนุกูล แค่มีอาการคล้ายคนเป็นลม ไม่ได้บอกว่าผูกคอตาย ไม่อย่างนั้นจะไม่ให้หน่วยกู้ชีพเข้าไปยุ่ง เคลือบแคลงคำแถลงนิติเวช ตอนแรกแถลงแค่ตับแตกมีเลือดออกในช่องท้อง แต่ตอนหลังบอกมีซี่โครงหักหลายซี่ หวั่นลูกเล่นถูกกล่าวหาว่าทำตับผู้เสียชีวิตแตกและซี่โครงหักจากการช่วยชีวิต พ้อเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล รพ. มงกุฎวัฒนะ กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในคดีไปแล้ว ด้านพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เรียก จนท.ดีเอสไอมาสอบเพิ่มเติม 3 คน แต่มาแค่คนเดียว อีก 2 คน ขอเลื่อน ส่วนศพ “ธวัชชัย อนุกูล” สแกน 3 มิติตรวจสอบความเสียหายที่คอและซี่โครงแล้ว แต่น้องชายไม่เดินทางไปดูการดำเนินการเอง

กรณีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำจากการผูกคอตายภายในห้องขัง 6008 ชั้น 6 อาคารสำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ของนายธวัชชัย อนุกูล อายุ 66 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1165/2559 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2559 หลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอตามจับกุมตัวได้ที่ร้านตัดผมเลขที่ 61/55 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ผลชันสูตรพลิกศพของสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เบื้องต้นระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากการขาดอากาศหายใจ และตับแตก ทำให้ญาติออกมาโวยวายเรียกร้องความเป็นธรรม ขอให้ตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจาก สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.ย. นายวรรณชัย พรหมรักษ์ รองผู้อำนวยการศูนย์พนักงานสอบสวนพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ปากคำในกรณีการเสียชีวิตของนายธวัชชัยเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยให้ปากคำไปแล้ว การมาครั้งนี้นายวรรณชัยนำเอกสารคำให้การของนายธวัชชัยมาประกอบให้คำการด้วย พ.ต.อ.มานะเผยว่า วันนี้เชิญเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาสอบปากคำเพิ่มเติม 3 ปากได้แก่ นายวรรณชัยซึ่งเป็นผู้เบิกตัวนายธวัชชัยไปสอบปากคำเมื่อวันที่ 29 ส.ค.59 ก่อนที่นายธวัชชัยจะเสียชีวิต ทั้งนี้ตำรวจเคยเชิญนายวรรณชัยมาให้ปากคำไปแล้วครั้งหนึ่ง ในส่วนของ พ.ต.ท.ประวุธ วงศรีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมดีเอสไอ และนายอุทัย เทพนาม ผู้อำนวยการส่วนพัสดุและยานยนต์ ซึ่งเป็นผู้ถือกุญแจห้องควบคุมตัวนายธวัชชัย ประสานขอเลื่อนเข้าให้ปากคำ เนื่องจาก พ.ต.ท.ประวุธ ติดภารกิจ ขณะที่นายอุทัย ลาราชการ ทั้ง 2 คนประสานมาให้ปากคำในภายหลัง

หลังสอบปากคำ พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า นายวรรณชัยเบิกตัวนายธวัชชัยมาสอบสวนต่อหน้าพนักงานอัยการและน้องชายเกี่ยวกับการทุจริตการออกโฉนดที่ดิน จนเวลาประมาณ 17.00 น.ส่งตัวนายธวัชชัยกลับไปห้องควบคุม การสอบพยานปากนี้ทำให้คณะพนักงานสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพ สน.ทุ่งสองห้อง ทราบถึงกระบวนการและขั้นตอนการทุจริตการออกโฉนดที่ดิน พนักงานสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพกำลังพยายามหาแรงจูงใจว่า หากนายธวัชชัยเสียชีวิตแล้วบุคคลใดจะได้ประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถระบุได้เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวน อาจกระทบกับคนอื่น ทำให้ความบริสุทธิ์ของหลักฐานที่พนักงานสอบสวนมีต้องเสียไป ส่วนที่ว่าน้องชายนายธวัชชัยจะมาแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ที่ทำให้พี่ชายเสียชีวิต ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา

ด้าน นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิต และได้รับมอบหมายจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้เป็นผู้ทำการสแกน 3 มิติ (X-ray CT 3Dscan) กระดูกนายธวัชชัย อนุกูล ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต ขั้นตอนมีการชั่งน้ำหนักศพ พบมีน้ำหนัก 82 กก.แต่น้ำหนักที่บันทึกช่วงผ่าชันสูตรศพบันทึกไว้ 100 กก. หลังจากนั้นทำการสแกน 3 มิติทั่วร่างประมาณ 9,000 ภาพ

“เน้นไปที่จุดที่มีการสงสัยกัน บริเวณกระดูกบริเวณลำคอตรงลูกกระเดือกกับกระดูกซี่โครงทั้ง 2 ข้าง แต่ผลการเอกซเรย์ 3 มิติกระดูกดังกล่าว คงไม่สามารถบอกพฤติการณ์เสียชีวิตของผู้ตายได้ แต่จะนำไปให้คณะกรรมการฯ และผู้เชี่ยวชาญเป็นแพทย์จากราชวิทยาลัยรังสีแพทย์มาอ่านค่าฟิล์มเอกซเรย์ให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ ส่วนการเชิญนายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายผู้ตายให้มาร่วมดูการสแกนนั้น ทราบว่าทางคณะกรรมการประสานแล้ว ให้มาพบที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต เวลา 10.00 น. วันนี้แต่ญาติไม่มา จึงดำเนินการสแกนตามขั้นตอน หลังจากได้ฟิล์มเอกซเรย์ทั้งหมดจะดำเนินการส่งให้คณะกรรมการในวันที่ 27 ก.ย.นี้” นพ.ไตรยฤทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “เหรียญทอง แน่นหนา” ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความระบุว่า ได้โปรดแชร์ถึงคณะกรรมการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูลว่า เหตุการณ์เสียชีวิตของนายธวัชชัย เกิดขึ้นที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 ระหว่างเวลา 01.00-05.00 น. โดยประมาณ โดยที่บุคลากรทางการแพทย์ผู้ช่วยชีวิตนายธวัชชัย ทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอแต่เพียงว่าให้ไปรับนายธวัชชัยที่มีอาการคล้ายเป็นลมเท่านั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอกระทำการปกปิดข้อมูล ไม่ได้ให้ข้อมูลเลยว่านายธวัชชัย ผูกคอตาย จนเมื่อมีการแถลงข่าวจากอธิบดีดีเอสไอในวันที่ 30 ส.ค.59 หลังจากนายธวัชชัยตายไปแล้ว

ทั้งๆที่พวกเราทำหน้าที่รักษาช่วยชีวิตนายธวัชชัยอย่างสุดกำลังนานกว่า 3 ชั่วโมง...แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงปกปิดไม่บอกอะไรแก่พวกเรา ...หากพวกเรารู้ถึงการปกปิดเคลือบแคลงต้องสงสัยแล้ว พวกเราบุคลากรทางการแพทย์จะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ด้วยเลย เมื่อพวกเราไม่ทราบสาเหตุการตายของนายธวัชชัยพวกเราก็ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา เพราะเป็นสิทธิของผู้ตายและญาติที่จะต้องทราบสาเหตุการตาย สถาบันนิติเวชวิทยาแจ้งสาเหตุการตายเมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 ว่า เกิดจากการขาดออกซิเจนและตับแตก มีเลือดออกในช่องท้อง ไม่มีการแจ้งเลยว่ามีซี่โครงหักแต่อย่างใด...ทำไมสถาบันนิติเวชวิทยาจึงไม่อธิบายให้ญาติเข้าใจปัญหาตับแตกว่ามีสาเหตุจากอะไรล่ะครับ ทั้งๆที่อยู่ในวิสัยที่สามารถอธิบายอย่างพอสังเขปในระดับหนึ่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

การที่สถาบันนิติเวชวิทยาปล่อยให้ญาติไปแสวงหาความจริงเอาเอง ทั้งๆที่เป็นสิทธิของผู้ตายและญาติจะต้องรับรู้ ซึ่งสถาบันนิติเวชวิทยาก็ทราบสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ตายและญาติเป็นอย่างดีอยู่แล้ว การปล่อยให้เกิดความคลุมเครือเป็นการสร้างเงื่อนงำให้ต้องสงสัย ส่งผลกระทบเสียหายต่อความน่าเชื่อถือในขั้นตอนการสอบสวนของกระบวนการยุติธรรมนะครับ

ผมอยากถามสถาบันนิติเวชวิทยาอีกว่า ทำไมจึงเพิ่งปรากฏในข่าวไม่กี่วันมานี้ว่ามีซี่โครงหักจำนวนมาก ทั้งๆที่น่าจะแจ้งให้ญาติทราบตั้งแต่แรกแล้วว่ามีกระดูกซี่โครงหักจำนวนมาก พร้อมๆกับตับแตก มีเลือดออกในช่องท้องตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.59 แล้ว...มันทำให้ผมและบุคลากรทางการแพทย์ที่ช่วยชีวิตนายธวัชชัยสงสัยว่า ซี่โครงหักจำนวนมากมายทั้ง 2 ข้างนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ทำไมเพิ่งมาปรากฏเป็นข่าวในไม่กี่วันมานี้...???...ผมและบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ช่วยชีวิตขอบอกตรงๆครับว่า พวกเราไม่เชื่อว่ามีกระดูกซี่โครงหักมากมายตามที่เป็นข่าว จนถึงวันนี้ที่ล่าสุดมีข่าวว่า นายธวัชชัยอาจเสียชีวิตจากการกระทำของบุคคลอื่น แต่ไม่ใช่การฆาตกรรมนั้น...มันหมายความว่า...นายธวัชชัยอาจเสียชีวิตจากบุคคลอื่นที่ทำการช่วยชีวิตปั๊มหัวใจ จนเกิดปัญหาตับแตกซึ่งถือว่ากระทำการเพื่อช่วยชีวิตจึงไม่ใช่เป็นการฆาตกรรม...ใช่หรือไม่???...

หากตอบว่า “ใช่”...ผมขอเรียกร้องให้มีการพิสูจน์หลักฐานเพื่อ Rule out จำแนกสาเหตุฆาตกรรมให้ครบถ้วนจนเป็นที่แน่ชัดเสียก่อนที่จะตัดสินว่า นายธวัชชัยฆ่าตัวตายเองเพื่อที่จะนำไปสู่การอธิบายปัญหาตับแตกต่ออีกว่าเกิดจากการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์...การ Rule out จำแนกสาเหตุจากการฆาตกรรมในผู้เสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัวถือว่าเป็นมาตรฐานสากลที่จะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนเสียก่อนที่จะสรุปว่า ผู้ต้องขังฆ่าตัวตายเองนะครับ

ผมขอให้คณะกรรมการสอบสวนทำความกระจ่าง ชัด โดยเฉพาะการนำบันทึกวงจรปิดของดีเอสไอช่วงเวลาก่อน 01.00 น. ของวันที่ 30 ส.ค.59 ย้อนหลังไปถึงคืนวันที่ 29 ส.ค.59 มาพิสูจน์ด้วย...ผมเองยังพร้อมพิสูจน์บันทึกภาพวงจรปิดความยาวกว่า 5 ชั่วโมงครึ่งซึ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวไม่มีการตัดต่อ มีความคมชัดของภาพอย่างชัดเจนสามารถแสดงเหตุการณ์ในขณะที่นายธวัชชัยอยู่ในหน่วยอภิบาลผู้ป่วยอาการวิกฤติมาแสดงได้ฉันใด...ดีเอสไอต้องแสดงบันทึกภาพวงจรปิดก่อนเวลา 01.00 น. ของวันที่ 30 ส.ค.59 ได้ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมงครึ่งได้เช่นกัน ...การกล่าวอ้างเหตุเซิร์ฟเวอร์ขัดข้อง ไม่ใช่เหตุผลในการ Rule out ว่า นายธวัชชัย ไม่เสียชีวิตจากการฆาตกรรมนะครับ

สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ต้องถือว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ กลายเป็นผู้ตกอยู่ในสถานะผู้มีส่วนร่วมในคดีนี้อย่างเต็มตัวแล้ว ผมขอถือสิทธิ์ในการมีส่วนร่วมชันสูตรครั้งที่ 2 ด้วย มิฉะนั้นแล้วบุคลากรทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในบังคับบัญชาของผมอาจถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ปั๊มหัวใจจนทำให้ตับแตกและตกเลือดในช่องท้องโดยไม่เป็นธรรม กรณีการเสียชีวิตของนายธวัชชัยมีประเด็นโยงใยที่นับวันมีแต่จะทำให้ผมเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีเจตนาต้องการปกป้องดีเอสไอ จนมาถึงวันนี้ที่ผมขอตำหนิเจ้าหน้าที่ดีเอสไออย่างชัดเจน และขอท้าให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่คิดว่าตนเองเสียหาย จงรีบไปแจ้งความดำเนินคดีกับผมเสียโดยเร็ว ไม่ต้องรอให้รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงสั่งการอีกแล้ว นี่คือสิทธิและเสรีภาพอันชอบด้วยกฎหมายของผม และนี่คือหน้าที่ของผมในฐานะที่เป็น ผอ.รพ.ที่จะต้องรักษาสิทธิให้แก่ผู้วายชนม์ที่เสียชีวิต ณ รพ.มงกุฎวัฒนะ ที่มีผมเป็นผู้รับผิดชอบ ถึงแม้นายธวัชชัยจะเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายก็ตาม...หากคิดว่าผมทำให้ใครเดือดร้อนจงไปใช้สิทธิตามกฎหมายครับ

24 ก.ย. 2559 07:16 24 ก.ย. 2559 07:19 ไทยรัฐ