วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่าหั่น ‘หนุ่มฝรั่ง’ ศพยัดตู้แช่ ตร.บุกถูกยิงเจ็บ

รวบ 3 แก๊งโหดปลอมพาสปอร์ต ผงะรังโจรต่างชาติซุ่มกลางกรุง จนท.สหรัฐร่วมตรวจที่เกิดเหตุ

ตำรวจท่องเที่ยวขยายผลแก๊งพาสปอร์ตปลอม ตรวจค้นอาคารพาณิชย์ซอยสุขุมวิท 56 พบชาวต่างชาติ 3 คนอ้างเป็นคนสัญชาติอเมริกัน พาขึ้นไปหยิบพาสปอร์ตในตู้เซฟชั้น 4 แต่กลับหยิบปืนมายิงใส่จ่าตำรวจท่องเที่ยว 3 นัดบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกล็อกตัวไว้ได้ทั้งหมด ตรวจพบปืนรวม 3 กระบอก พาสปอร์ตปลอมและอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก เปิดตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ที่ชั้น 1 ของอาคารถึงกับตะลึง พบชิ้นส่วนชายชาวต่างชาติผมสีทองถูกชำแหละเป็นชิ้นๆ ซุกซ่อนอยู่ กลุ่มผู้ต้องหาปิดปากสนิทไม่ให้การเร่งตรวจสอบชื่อและสัญชาติที่แท้จริงของผู้ต้องหา และผู้เสียชีวิตว่าเป็นใคร ตายเพราะถูกฆาตกรรมหรือไม่

ตำรวจท่องเที่ยวลุยจับแก๊งปลอมพาสปอร์ตถูกยิงเจ็บรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 23 ก.ย. พ.ต.ต.ดุษฎี ขวัญศรี สว.(สอบสวน) สน.พระโขนง รับแจ้งเหตุตำรวจถูกยิงบาดเจ็บสาหัสภายในอาคารพาณิชย์ซอยสุขุมวิท 56 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร จึงรายงานผู้บังคับ บัญชาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.5 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.พระโขนง พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. หน่วยกู้ชีพเลิดสิน หน่วยกู้ชีพ รพ.กล้วยน้ำไท และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเข้าซอยไปประมาณ 500 เมตรเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้นปลูกติดกัน 6 คูหา ที่หน้าอาคารพาณิชย์เลขที่ 18/1 พบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 320 ดี ทะเบียน ฆง 446 กรุงเทพมหานคร และกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฏบ 2457 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ เข้าไปในอาคารบริเวณชั้น 4 เป็นห้องโถงใกล้ราวบันไดพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนหงายจมเลือดทราบชื่อ จ.ส.ต.กัญจนพงษ์ เชเดช ผบ.หมู่งานสืบสวน กก.1 บก.ทท. ถูกยิงที่ชายโครงขวาและลิ้นปี่ 2 นัด แพทย์ปฐม พยาบาลเบื้องต้นแล้วรีบนำส่ง รพ.ตำรวจ ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้ 5 คน ยังไม่ทราบชื่อและสัญชาติได้ทั้งหมด พบอาวุธปืน 3 กระบอก ประกอบด้วยปืน 9 มม. ปืนลูกโม่ขนาด .38 และปืน .22 จึงปิดกั้นบริเวณโดยรอบเพื่อรอเจ้าหน้าที่ พฐ.

พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.5 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ทท. สืบทราบว่าภายในอาคารพานิชย์ดังกล่าวมีแก๊งปลอมพาสปอร์ตพักอยู่ ร.ต.อ.ทรงฤทธิ์ เชเดช รอง สว.งานสืบสวน กก.1 บก.ทท. เป็นหัวหน้าชุดพร้อมเจ้าหน้าที่รวม 9 นายเข้าตรวจค้นพบชาวต่างชาติ 3 คนจึงขอตรวจพาสปอร์ต ทั้งหมดบอกกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า พาสปอร์ตอยู่ภายในห้องชั้น 4 จึงพากันเดินขึ้นไป เมื่อขึ้นไปถึงชั้นที่ 4 ลักษณะเป็นห้องทำงานและมีตู้เซฟตั้งอยู่ 1 ใน 3 ชาวต่างชาติเปิดตู้เซฟคว้าอาวุธปืนออกมายิงใส่เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ สุดท้ายทั้งหมดถูกควบคุมไว้ได้เบื้องต้นพบยาเสพติดจำนวนหนึ่ง พาสปอร์ตนับ 10 เล่ม อยู่ระหว่างการตรวจสอบสัญชาติของทั้ง 3 คน พร้อมทั้งประสานไปยัง บช.สตม.บช.ปส.มาร่วมตรวจสอบ จากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การเพียงว่า เป็นตัวแทนของบริษัทวิจัยแห่งหนึ่งเข้ามาเช่าอาคารดังกล่าวได้ประมาณ 2-3 เดือน นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติของตู้แช่ 2 ชั้นขนาดใหญ่ซึ่งถูกล็อกกุญแจไว้ที่ชั้น 1 แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่ รอเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกุญแจมาเปิดตู้แช่ขนาดใหญ่มีความกว้างขนาด 2 เมตร สูง 1.80 เมตร ที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของอาคารพานิชย์ ต้องตะลึงเมื่อพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์เพศชายชาวต่างชาติ ถูกหั่นแยกชิ้นส่วนบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ ซุกซ่อนอยู่ตู้แช่แข็งที่ปรับอุณหภูมิไว้ที่ -8 องศา เพื่อรักษาสภาพและอำพรางศพไว้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่รอตรวจพิสูจน์เพื่อระบุสัญชาติและอัตลักษณ์บุคคล ก่อนนำส่งชันสูตรต่อยังนิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์

พล.ต.ท.ศานิตย์เผยว่า จากการตรวจสอบสภาพศพที่พบเป็นผู้ชายต่างชาติ ผิวขาว ชาวตะวันตก ร่างใหญ่ ผมสีทอง ถูกฆ่าหั่นศพเป็น 6 ชิ้น ถูกบรรจุในถุงดำ เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะถูกหั่นด้วยเลื่อยหรือของมีคม พบอุปกรณ์บางอย่างที่เชื่อได้ว่า น่าจะเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพว่า ถูกทารุณกรรมก่อนฆาตกรรมหรือไม่ จะต้องตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ของอเมริกาเข้ามาร่วมตรวจเก็บดีเอ็นเอ เครื่องมือทางเคมี และเครื่องคอมพิวเตอร์ของแก๊งคนร้ายด้วย

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ สอบถามแม่บ้านชาวพม่าทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาเพิ่งมาเช่าอยู่ได้เพียง 3 เดือน แม่บ้านจะมาทำความสะอาดสัปดาห์ละ 2-3 วันได้ค่าจ้าง 6,000 บาท ตั้งแต่เข้ามาทำความสะอาดครั้งแรกก็เจอตู้เย็นขนาดใหญ่มีกุญเเจล็อกอย่างแน่นหนา และไม่เคยมีใครเปิดตู้เย็นดังกล่าวเลย ยืนยันไม่ได้เจออาวุธสงครามหรือระเบิดตามที่มีกระแสข่าว ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขณะนี้ผู้ต้องหามี 3 คน ส่วนอีก 2 คนเป็นแม่บ้านและสามีที่มาช่วยดูแลอาคารตามค่าจ้าง ขณะนี้ให้ตำรวจ ตม.ตรวจสอบว่า กลุ่มผู้ต้องหาแท้จริงชื่อว่าอะไร รวมถึงตรวจสอบสัญชาติ และมีบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวผู้ตายเชื่อว่าตรวจสอบไม่ยาก เพราะมีดีเอ็นเอและลายนิ้วมือชัดเจน รอตรวจสอบเพื่อระบุตัวต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท.กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจท่องเที่ยวจับกุมชาวอังกฤษพร้อมหนังสือเดินทางปลอม ผู้ต้องหาให้การว่า นายวิลเลียม ซึ่งเป็นชาวอังกฤษเช่นกันขายหนังสือเดินทางปลอมให้ราคา 50,000 บาท จึงขอหมายค้นอาคารพาณิชย์เกิดเหตุเพื่อขยายผล ในที่เกิดเหตุพบสองสามีภรรยาชาวพม่าเป็นพนักงานทำความสะอาด และชาวต่างชาติ 3 คน ที่อ้างว่า เป็นชาวอเมริกัน 3 คน คือ นายปีเตอร์ วิลเลียม จอห์นสัน หรือนายชาลี เอ็ดเวิร์ด ไดเติ้ล อายุ 66 ปี นายเจมส์ ดักกลาส อีเกอร์ อายุ 63 ปี และนายแอรอน เอโด้ อายุ 40 ปี อ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทวิจัยบริษัทหนึ่ง ขณะชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวขยายผลจับกุมหนังสือเดินทางปลอมเข้ามาตรวจค้นภายในอาคารนำไปตรวจค้นของกลาง

ปรากฏว่าหลังเปิดตู้เซฟ นายปีเตอร์หยิบปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2-3 นัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบแย่งปืนจับกุมตัวไว้ ตรวจค้นพบเครื่องปรินเตอร์และน้ำยา เชื่อว่าน่าจะใช้ผลิตพาสปอร์ตปลอม สำเนาพาสปอร์ตที่มีใบหน้ากลุ่ม ผู้ต้องหาหลายใบ แต่ละใบใช้ชื่อไม่ซ้ำกัน มีปืนไม่มีใบอนุญาตหลายกระบอก ห้องแล็บ พร้อมอุปกรณ์ผลิตวัตถุอันตราย และยังพบชิ้นส่วนมนุษย์ผู้ชายถูกแยกชิ้นส่วนแช่แข็งอยู่ในถุงดำ 4 ถุง จึงประสานเจ้าหน้าที่ พฐ.มาเก็บหลักฐาน และจะเดินทางไปตรวจค้นคอนโดที่พักกลุ่มผู้ต้องหาภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 37

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประสิทธิ์ ผบก.พฐก.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบชิ้นส่วนศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย และตรวจสอบเครื่องปั๊ม รวมทั้งสารเคมีชนิดทำละลายและชนิดผงจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญต้องตรวจพิสูจน์ว่าสารเคมีและอุปกรณ์ที่ตรวจพบ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นผู้วิจัยแบตเตอรี่หรือไม่ และมีสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือมีสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดหรือไม่ เบื้องต้นผลการตรวจยังไม่ยืนยันว่ามีสารเกี่ยวข้อง
กับการผลิตยาเสพติด แต่ต้องรอผลตรวจละเอียดอีกครั้ง

พ.ต.ท.เสถียร วิชญ์ธนมาลา รอง ผกก.สส.สน.พระโขนง เผยว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาแก๊งต่างชาติทั้ง 3 คน ทั้งหมด 4 ข้อหา 1.ข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ 2.ข้อหาต่อสู้ขัดขวางการจับกุมฯ 3.ข้อหาความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธฯ และ 4.ข้อหามียาเสพติดประเภท 1-2 และ 5 (ยาไอซ์ ยาเคและกัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ส่วนข้อหาเกี่ยวกับการปลอมแปลงหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต และข้อหาเกี่ยวกับการพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกชำแหละแล้วแช่แข็งไว้ในตู้เย็น เมื่อได้ผลพิสูจน์จากนิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ และกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) แล้ว จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายปีเตอร์ วิลเลียม จอห์นสัน อายุ 66 ปี นายเจมส์ ดักกลาส อีเกอร์ อายุ 63 ปี และนายแอรอน เอโด อายุ 40 ปีถูกคุมตัวมาแยกกันสอบสวนอย่างเคร่งเครียดที่ สน.พระโขนง เบื้องต้นนายปีเตอร์ยอมเปิดปากให้การอ้างว่า เป็นอดีตทหารอเมริกันที่มารบในสงครามเวียดนาม หลังสงครามก็อาศัยอยู่ในประเทศไทยบ้าง อยู่ที่ประเทศมาเลเซียบ้าง เพราะไปมีภรรยาเป็นคนมาเลเซีย แต่ช่วงที่ผ่านมาเพิ่งเลิกกับภรรยาชาวมาเลเซีย กลับมาอยู่เมืองไทย หานายทุนเพื่องานวิจัยแบตเตอรี่ ส่วนเรื่องชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบในตู้แช่ นายปีเตอร์อ้างว่า เพิ่งย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์ดังกล่าวได้ไม่กี่เดือน เมื่อมาถึงพบว่ามีชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในตู้แช่อยู่แล้ว ไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ ด้วย แต่ไม่ยอมให้การเกี่ยวกับพาสปอร์ตปลอมที่พบขณะถูกจับกุมและสาเหตุที่ชักปืนยิงตำรวจจนบาดเจ็บสาหัส

24 ก.ย. 2559 07:13 24 ก.ย. 2559 07:14 ไทยรัฐ