วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เคล็ดลับสำเร็จ 'ไร่ส้ม' บนพื้นที่สวย หอการค้าจ่อดัน แลนด์มาร์ก อ.เบตง

เปิดหมดเปลือก ล้วงลึกหนุ่มปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาเกษตร ชาวสวนตัวอย่างเมืองเบตง จ.ยะลา ประสบความสำเร็จทำสวนผสม บนพื้นที่สีเขียวขจี กว่า 20 ไร่ ห้อมล้อมด้วยขุนเขา-ฟ้าคราม ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามดั่งฉากหนังในละคร เน้นปลูกส้มโชกุนเป็นหลัก ขณะที่รองประธานหอการค้าเมืองยะลา พร้อมเปิดกว้างต้อนรับ นทท.ทั่วไทย ยินดีให้คำปรึกษาเกษตรกรทุกคน โชว์เคล็ดลับ ชาวสวนประสบความสำเร็จแบบไม่หวงวิชา จ่อเปิดเป็นแลนด์มาร์กเมืองยะลา 

เทรนด์ฮิตติดลมบน เดินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง ในยุคสมัยสภาพเงินฝืดเคือง คนรุ่นใหม่หลากหลายสาขาอาชีพ ผันตัวเองเดินตามรอยฝัน บุกเบิก-พัฒนา สร้างรายได้ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความธรรมดา ในฐานะเจ้าของธุรกิจ นายสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ อายุ 44 ปี เด็กชายตัวเล็กๆ จาก อ.เบตง จ.ยะลา จบการศึกษาชั้นประถมจากโรงเรียนจงฝามูลนิธิ อ.เบตง จ.ยะลา ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อระดับมัธยม ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ด้วยพื้นเพของที่บ้าน คุณพ่อ-คุณแม่ มีใจรักทางด้านการเกษตร เพราะเป็นอาชีพเดียวที่ทำรายได้หาเลี้ยงครอบครัวและส่งเสียให้ลูกๆ เรียนหนังสือจนจบปริญญา เขาเองจึงเลือกที่จะสอบเข้าเรียนต่อคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม. และกำแพงแสน จ.นครปฐม หวังนำความรู้ที่ได้ทั้งหมด กลับมาพัฒนาอาชีพยังบ้านเกิด

กระทั่งวันนี้ เขามีสวนผลไม้ผสมผสานบนพื้นที่ กว่า 20 ไร่ โดยจะเน้นปลูกส้มโชกุนเป็นหลัก ที่เหลือจะแบ่งไว้ปลูก ยางพารา, ลองกอง, มังคุด, ทุเรียน, มะพร้าวน้ำหอม, ต้นไผ่รวก ในรูปแบบผสมผสาน ใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด ทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เมื่อผลผลิตออกมา นำส่งขายทั้งในและนอกประเทศ สร้างรายได้เข้าครอบครัว ยึดตามแนวเศษรฐกิจพอเพียง ซ้ำยังทำให้เมืองเบตง มีชื่อเสียงทางด้านการส่งออกผลไม้ ต่อยอดเม็ดเงินสะพัดกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย

ช่วงบ่ายโมงกว่าๆ ของวันแดดจ้า กลางเดือนกันยายน ทางทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสลงพื้นที่ ณ สวนดาวทอง (กม.16) หมู่ 5 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อเยี่ยมชมสวนผลไม้ผสมผสาน บนพื้นที่ทำเลทอง ดินดีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ท่ามกลางหุบเขาล้อมรอบ บรรยากาศสวยงามเหมือนฉากในละครทีวีก็ไม่ปาน...  ก่อนจะชวนกันหลบร้อน เข้าไปนั่งสัมภาษณ์พูดคุยกับเจ้าของสวนผลไม้ เปิดใจความเป็นมากว่าจะเป็นชาวสวนที่ประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้ 

นายสมชาย หรือ คุณชาย เล่าให้เราฟังว่า การที่ตัวเขาเองตัดสินใจกลับมาทำไร่ผลไม้ที่บ้านเกิด เนื่องจากเบื่อวิถีชีวิต ความวุ่นวาย ในเมืองกรุง เคยลองทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ไม่ถึง 10 ปี ตัดสินใจเก็บข้าวของมุ่งหน้ากลับเมืองเบตง เหตุผลหลักเลย เพราะคุณพ่อ-คุณแม่ มีอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะกลับไปดูแลท่านทั้ง 2 ในบั้นปลายชีวิต สานต่อกิจการสวนผลไม้ด้วยใจรัก นำความรู้ที่เรียนมาทั้งหมด ทุ่มเทลงบนผืนดินบ้านเกิด

"แรงบันดาลใจของผม เกิดจากความเป็นตัวตนของผมเอง ที่ค่อนข้างชอบธรรมชาติ และการทำสวนอยู่เป็นทุนเดิม นอกจากจะนำความรู้มาพัฒนาสวนของตัวเองแล้ว ผมยังให้ความรู้แก่เกษตรกรที่มีปัญหา อยากให้ช่วยแก้ หรือช่วยคิดแนวทาง ผมไม่หวงเลย อะไรที่ทำเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทำเพื่อชาติ เพื่อชาวเบตง หรือทำให้จังหวัดยะลา มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมจะทำด้วยความตั้งใจอย่างไม่รีรอ" คุณชาย พูดคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 

และสำหรับเหตุผลที่เลือกปลูกส้มโชกุนนั้น คุณชาย บอกกับเราว่า ตัวเขาเองได้หาข้อมูลมาตลอดว่า พื้นที่เบตงเหมาะสมอย่างมากในการปลูกส้มโชกุน ปลูกแล้วจะได้คุณภาพดีมากๆ เพราะผลผลิตส้มที่ได้ มีรสหวานอมเปรี้ยว เปลือกบางเวลาแกะเปลือกจะมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน แม้ท้องที่อื่นจะเพาะปลูกสัมโชกุนเหมือนกัน แต่ก็ได้ผลผลิตออกมาไม่เหมือนกัน สำคัญตรงที่ เรามีตลาดรับซื้อแน่นอน ไม่ต้องห่วงเรื่องราคาผลผลิตจะถูกกดลงให้ตกต่ำ

"พื้นที่สวนส้มโชกุนประมาณ 20 ไร่ ปลูกได้ 1,500 ต้น เป็นพื้นที่สวนของครอบครัวผมทั้งหมด การส่งออกขาย ส่วนใหญ่จะส่งไปที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ปัจจุบัน จ.ยะลา ก็มีพ่อค้าแม่ขายมาขอซื้อมากขึ้นด้วย ซ้ำยังให้ราคาสูงกว่า เดี๋ยวนี้รูปแบบการขายส้มเปลี่ยนไปจากอดีต คือเราสามารถกำหนดราคาได้มากขึ้น และเก็บเงินสดได้เลย ในขณะที่สมัยก่อน ต้องส่งสินค้าไปให้เค้าก่อน แล้วค่อยเก็บเงินแบบเที่ยวชนเที่ยว เสี่ยงทำให้เงินมีหนี้เสีย สูญรายได้" 

คุณสมชาย บอกเราด้วยว่า ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเบตง สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา และ ศอบต. มีส่วนร่วมสนับสนุนการทำสวนผลไม้ของเขาเอง โดยยื่นมือเข้ามาส่งเสริมปัจจัยการผลิต เช่น ต้นพันธุ์ ปุ๋ย และอาหารเสริม บางส่วนให้ คนยะลาไม่เคยทิ้งกัน ไม่ว่าจะภาคส่วนไหน หน่วยงานราชการ หรือเอกชน มีปัญหา อยากปรึกษาหรือต้องการความช่วยเหลือในด้านใด จะอำนวยความสะดวกเต็มที่ เพราะมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนประกอบอาชีพที่มั่นคง เป็นเจ้าของกิจการเอง และสามรถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว 

"ผมประทับใจทางเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดยะลา ที่หลายท่านกรุณาส่งเสริมพยายามผลักดันให้สวนส้มโชกุนของผม เข้าสู่มาตรฐานสินค้า GAP สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค เพื่อความปลอดภัย และได้ผลผลิตออกมาเป็นส้มโชกุนที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มโชกุนเบตง โดยที่เกษตรจังหวัดให้องค์ความรู้และจัดทำบรรจุภัณฑ์ เครื่องไม้เครื่องมือมาให้"

คุณสมชาย เล่าอีกว่า สาเหตุที่เขากล้าลงทุนทำสวนส้มโชกุน ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องใช้ทุนมากกว่าจะได้เก็บผลผลิตนั้น เพราะรู้ว่าผลผลิตที่ออกมามันจะคุ้มค่ากับเวลา และเงินทองที่เสียไป เราอยากจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีคุณภาพที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่จะมารับผลไม้ของเรานำออกไปขายสู่ท้องตลาด และมีความคิดที่จะทำสวนส้มเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ผู้หลักผู้ใหญ่ในเบตงหลายท่าน อยากให้ทำ เพราะต้องการสร้างให้สถานที่แห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นแลนด์มาร์กของอำเภอเบตง

เมื่อถามถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ คุณสมชาย บอกกับเราว่า "ในฐานะที่ผมเกิดใน อ.เบตง จ.ยะลา ขอยืนยันการันตีได้เต็มปาก คนยะลาเป็นคนที่มีน้ำใจดีครับ พวกเราหยิบยื่นแต่สิ่งดีๆให้กัน ขอความช่วยเหลืออะไรก็ให้ความร่วมมือตลอด จังหวัดยะลาเป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ มีพ่อเมืองเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และทีมงานทุกๆ ฝ่าย ซึ่งก็เปรียบเหมือนหัวหน้าครอบครัว เราที่คอยดูแลทุกข์-สุข ของคนในจังหวัดอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวผมและประชาชนคนอื่น ก็เปรียบเหมือนลูกๆ ช่วยเหลือพึ่งพากัน โดยเฉพาะในอำเภอเบตง ไม่มีใครอยากจะย้ายหนีไปไหนครับ ทุกคนรักในผืนแผ่นดินนี้ ส่วนผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความไม่สงบ เป็นเพียงบุคคลกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น

โครงการในอนาคตที่ตั้งใจจะทำให้ประสบความสำเร็จ เขาเล่าให้ฟังว่า ที่กำลังทำอยู่ตอนนี้มี 2 เรื่องคือ การเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง เพื่อแปรรูปจำหน่ายไปทางประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ กับการเลี้ยงชันโรง เพื่อผสมเกสรกับแปรรูปส่งขายเช่นกัน คิดว่าน่าจะประสบผลสำเร็จแน่นอน เนื่องจากเรามีฐานลูกค้าที่ดีอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่อยากให้เกิดขึ้นกับวงการเกษตรจังหวัดยะลา คือ อยากให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ หนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำๆ กู้เงินได้ง่ายขึ้น

"ไม่อยากให้มีหลักเกณฑ์เยอะเกินไป ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องช่วยเข้ามาดูแล แนะนำให้องค์ความรู้ สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเจอ หรือลงมาสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการที่ไม่รู้จัก ผมอยากให้เข้าถึง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกร" 

นอกจากนี้ ตัวเขายังมีความมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาจังหวัดยะลา ในด้านการเกษตรต่อไป ด้วยความเป็นคน อ.เบตง จ.ยะลา โดยกำเนิด ไม่คิดจะย้ายถิ่นฐานแน่นอน แต่ที่ไปเรียนมัธยมที่โรงเรียนในจังหวัดสงขลา เนื่องจากทราบว่า โรงเรียนมหาวชิราวุธ เป็นโรงเรียนที่ปลูกฝังนักเรียนดีทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิชาความรู้ หรือทัศนคติ คนใต้ทุกคนรู้จักโรงเรียนมหาวชิราวุธอยู่แล้ว ตัวเขาเองก็รู้จักชื่อเสียง ของโรงเรียนแห่งนี้ เมื่อมีโอกาสสอบได้ก็เข้าไปเรียน กระทั่งเรียนจบก็สอบเข้าเรียนต่อ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตด้านการศึกษา 

"ที่ผมเองตัดสินใจกลับมาอยู่เบตง เพราะอยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิดตัวเอง สิ่งไหนที่ทำแล้วให้บ้านเมืองเจริญก็ยินดีช่วยตลอด แม้จะเป็นแค่ฟันเฟืองตัวเล็กๆ แต่ก็จะทำในสิ่งที่ให้กับสังคมและพี่น้องเกษตรกร พ่อ-แม่เรา ก็แก่เฒ่าลงไปทุกที กลับมาทำหน้าที่ลูก กลับมาตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด กลับมาลุยอาชีพชาวสวนที่ใจรัก อาจจะไม่หรูหรามีหน้ามีตาในสังคมทัดเทียมอาชีพอื่นๆ แต่ผมภูมิใจในอาชีพเกษตรของผม ภูมิใจในความเป็นคน อ.เบตง จ.ยะลา บ้านเกิดผม เป็นเพชรน้ำเอกเมืองหนึ่ง ของประเทศที่รอการเจียระไน ที่นี่มีสิ่งดีๆ มากมายที่จังหวัดอื่นไม่มี แบบนี้จะให้ย้ายไปที่อื่นได้อย่างไร ต้องมาช่วยกันทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม จะได้มีนักท่องเที่ยวมามากๆ เบตง จะได้เจริญครับ

คุณชาย ยังฝากบอกชาวสวน หรือ ผู้ที่สนใจทำสวนทุกท่าน ว่า "สวนส้มโชกุนของผม มีความยินดีที่จะให้ผู้สนใจเรียนรู้สอบถาม สิ่งไหนที่รู้ก็จะบอกหมด แต่ถ้าไม่รู้ก็จะไปหาคำตอบมาให้ได้ และสำหรับพี่น้องชาวสวนที่ยังตั้งหลักไม่ได้ในตอนนี้ ผมขอบอกว่า ก่อนที่ทุกท่านคิดจะปลูกพืชอะไรก็แล้วแต่ ต้องมีแหล่งน้ำ และสภาพพื้นที่ๆ เหมาะสมกับการปลูกพืชชนิดนั้นๆ ตัวท่านเองก็ต้องมีความรู้ หรือต้องศึกษาให้รู้จริงจะช่วยให้ทุกท่านบริการจัดการในสวนของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญนั้นให้ดูความต้องการของตลาดด้วย ปลูกแล้วจะเอาไปขายที่ใหนกับใคร สุดท้ายก็อย่าเอาเปรียบผู้บริโภค ต้องซื่อสัตย์เก็บเกี่ยวผลผลิตต้องได้คุณภาพ และปลอดภัยแล้วรับรองว่าสินค้าเกษตร ที่ทำออกมาขายได้ราคาแน่นอน "

ก่อนจะจบบทความเรื่องนี้ คุณสมชาย แหล่งข่าวชาวสวนมืออาชีพ ยังทิ้งท้ายชักชวนชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมสัมผัสความงดงามของเมืองเบตง ซึ่งเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนไม่เคยได้มาเยือน โดนได้พูดทิ้งท้ายไว้ว่า .....

"เบตง...เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน" อยากจะเชิญชวนทุกๆ ท่าน ทั่วฟ้าเมืองไทยที่ยังไม่เคยสัมผัสเบตง เมืองในหุบเขาแห่งนี้ ให้มาเที่ยวกันมากๆ เพราะที่นี่มีธรรมชาติที่สวยงาม อากาศดี มีอาหารอร่อยให้ลิ้มลอง ผลไม้ก็มีคุณภาพ เมืองเบตงเป็นเหมือนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ แล้วพวกเราคนไทยด้วยกัน จะไม่มาเยือนเลยหรือครับ

ด้าน นายสกุล เล็งลัคน์กุล รองประธานสภาหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า ทางหอการค้ามีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่คนรุ่นใหม่สนใจเป็นชาวสวนกันมากขึ้น หลายคนเรียนจบสูงจากสถาบันดีๆ ในเมืองหลวง แต่ไม่เลือกที่จะทำงานได้เงินเดือนสูงๆในกรุงเทพฯ กลับมาทำเป็นเจ้าของกิจการเอง ใครมีที่ดินก็คิดทำลงทุนกันไป ว่าอันไหนมันน่าจะประสบผลสำเร็จ ใครอยากได้ความช่วยเหลือด้านไหน ทางหอการค้ายะลา ยินดีสนับสนุนเต็มที่ พร้อมผลักดันให้ผลไม้ไทยทุกชนิดก้าวไกลไปสู่นานาชาติ 

"ผลไม้พืชผักที่ส่งออกต่างประเทศทำรายได้เป็นอย่างดีตอนนี้ คือ สะตอ กับทุเรียน เป็นที่ต้องการของนานาชาติมาก ส่วนส้มโชกุน ต้องยอมรับว่าของไทยเรายังสู้ของฝั่งมาเลเซีย สิงคโปรไม่ได้ แต่รู้สึกยินดีมากที่คุณสมชาย เกษตรกรคนรุ่นใหม่ ตั้งใจจะพัฒนาและผลักดันให้มีคุณภาพทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน นี่ถือเป็นตัวอย่างที่ดี เค้ามีความคิดและแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน ทำสวนผสมปลูกผลไม่หลายชนิด มีศูนย์ทดลองงาน มีทุกอย่างค่อนข้างพร้อม ผมคิดว่าอีกไม่นานน่าจะประสบความสำเร็จก้าวไกลกว่านี้" นายสกุล กล่าว

นายสกุล กล่าวต่อว่า ผืนดินบริเวณสวนดาวทอง ของคุณสมชาย ถือว่าเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ดีมาก ปลูกอะไรก็ประสบความสำเร็จ นั่นอาจเป็นเพราะเจ้าของสวนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่สำคัญคือ เป็นสวนที่ค่อนข้างสวยงามตามแบบธรรมชาติ หลายคนพบเห็นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่นี่สวย เขียวขจีไปทุกหย่อมหญ้า ทางหอการค้าจะประสานกับทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อผลักดันให้เป็นแลนด์มาร์ค เมืองยะลา ในอนาคตอันใกล้นี้ 

"สำหรับการนำเข้า-ส่งออกพืชผักผลไม้ ความยากง่ายมันอยู่ตรงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และด่านทางเข้าออก ตรงนี้สำคัญที่สุด แต่ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร พึ่งพาอาศัยกันของเค้าส่งเข้ามาบ้าง ของเราส่งออกไปบ้าง สร้างความสมดุลในการค้าระหว่างประเทศ เกษตรกรท่านใดต้องการคำปรึกษา หรืออยากให้หอการค้ายะลาช่วยเหลือในด้านใด พวกผมยินดีเต็มที่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างเศรษฐกิจในจังหวัดยะลาให้ดีขึ้น สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ดึงประชาชนคนไทย เข้ามาชมความงดงามของจังหวัดยะลาครับ" รองประธานหอการค้าเมืองยะลา กล่าวทิ้งท้าย 

เปิดหมดเปลือก ล้วงลึกหนุ่มปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาเกษตร ชาวสวนตัวอย่างเมืองเบตง จ.ยะลา ประสบความสำเร็จทำสวนผสม บนพื้นที่สีเขียวขจี กว่า 20 ไร่ ห้อมล้อมด้วยขุนเขา-ฟ้าคราม ท่ามกลางธรรมชาติ ... 24 ก.ย. 2559 04:51 ไทยรัฐ