วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลอดประชารัฐเพื่อสังคม รัฐเล็งออกพันธบัตรดูแลคุณภาพชีวิตเด็ก-สูงวัย

“สมคิด” ผนึกกำลัง “หมอประเวศ” ตั้งคณะทำงานสานพลังประชารัฐเพื่อสังคม พัฒนาเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ มอบคลังศึกษาแนวทางออกพันธบัตรนำเงินไปใช้เพื่อสังคม ด้าน สสส.เสนอ 5 โมเดล ให้ภาคเอกชนร่วมดูแลสังคม

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมระดมความคิดเห็นในเวที “ประชารัฐเพื่อสังคม” โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมจากหลายหน่วยงานกว่า 100 คน เข้าร่วมว่า นโยบายประชารัฐตลอด 1 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นไปในด้านเศรษฐกิจจึงหารือร่วมกับนายประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้มีการเริ่มต้นนโยบายประชารัฐด้านสังคมอย่างจริงจัง ซึ่งมีหลายเรื่องที่ภาคเอกชนสามารถเข้ามาร่วมผลักดันได้

เช่น การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข แต่ก็มีกำลังน้อย ขณะที่ภาคเอกชนมีกำลัง มีเครื่องมือ จึงอยากให้เข้ามามีส่วนร่วม

“ผลสรุปของที่ประชุม จะให้มีคณะทำงานสานพลังประชารัฐเพื่อสังคมขึ้นมาอีกหนึ่งคณะ รวมกับของเดิมเป็น 13 คณะ มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานฝ่ายรัฐ และภาคราชการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายเอกชน ขอให้นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ไปคัดเลือก ซึ่งนายอิสระเสนอว่า ต้องมีหลายคน และขอให้ตนเองและนายประเวศมาร่วมประชุมด้วยทุก 2 เดือน ส่วนภาคประชาสังคม ขอให้ สช.และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำเสนอรายชื่อมา โดยระหว่างนี้กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการที่เกี่ยวกับภาคสังคมเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทีละเรื่อง จากนั้นถ้าคณะกรรมการชุดนี้มีมาตรการใด ก็จะเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป เชื่อว่าเมื่อจัดระบบกลไกเข้าที่แล้ว ภายใน 1 ปีไม่ว่ารัฐบาลใดเข้ามาก็จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไป ไม่สามารถหยุดได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีข้อเสนอเรื่องการสร้างระบบการคลังเพื่อสังคม ซึ่งนายสมคิดได้มอบหมายให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังรับไปศึกษาการสร้างความเข้มแข็งกับภาคประชาชน และวิสาหกิจชุมชน ผ่านการออกพันธบัตรเพื่อสังคม โดยภาครัฐจะเข้ามารับประกันการออกพันธบัตร ส่วนภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนการซื้อพันธบัตร และได้รับเงินคืนเมื่อครบสัญญาพร้อมดอกเบี้ย เพื่อนำเงินไปใช้ในภาคประชาสังคม หรือกลุ่มเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ ทั้งการพัฒนาสุขภาวะเด็กปฐมวัย ดูแลคนพิการ พัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ การลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ และการดูแลผู้ยากจน ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีใช้อยู่แล้วกว่า 15 ประเทศทั่วโลก

นายประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวว่า แนวทางประชารัฐเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งภาคเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเป็นกลไกทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศได้ โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและเด็ก

“สิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่นี้เป็นกระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนา จะต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยมักออกจากอดีตไม่ได้ ทำให้ไปสู่อนาคตไม่ได้ แต่จากนี้ไปจะทำสิ่งใหม่ที่ง่ายกว่า คือการรวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่คิดไปถึงอนาคต ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ เพราะอนาคตไม่มีจำเลย แตกต่างจากอดีตที่มีจำเลย และขณะที่การพัฒนาผู้สูงอายุต่อจากนี้ไป ใครที่อายุ 60 ปีแล้ว ก็ขอให้ทำงานต่อไปอีก 20 ปีเพราะการทำงานเรื่อยๆจะทำให้อายุยืนขึ้น”

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ความร่วมมือด้านสังคมที่จะประสานภาครัฐ ประชาสังคมและเอกชน มีกิจกรรมที่เสนอดังนี้คือ 1.การพัฒนาสุขภาวะเด็กปฐมวัย 2.การจ้างงานคนพิการ 3. การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 4.การลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ 5.การสร้างเครือข่ายเพื่อการแก้ปัญหาในพื้นที่ ทั้งนี้ มีข้อมูลว่าปัจจุบันผู้สูงอายุ 34.3% มีรายได้ต่ำกว่าเส้นยากจน หรือ 2,572 บาทต่อคนต่อเดือน และปัจจุบัน 1 ใน 10 ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง และในอีก 12 ปีข้างหน้า จะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 14.4 ล้านคน ส่วนการใช้งบประมาณดูแลผู้สูงอายุในอนาคตจะยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปี 2606 รัฐจะต้องใช้งบสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลเพิ่มขึ้นจาก 523,726 ล้านบาท เป็น 18 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ จากโครงสร้างการบริโภคในปี 2554 ผู้สูงอายุต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 2.03 ล้านบาทต่อคน จึงจะเพียงพอต่อการดำรงชีวิตได้จนถึงอายุ 80 ปี แนวทางการแก้ปัญหาจะต้องแยกจำนวนผู้สูงอายุออกมาเป็นกลุ่มๆ เพื่อจะได้จัดรูปแบบการพัฒนาเข้าไปให้ตรงจุด โดยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุในปัจจุบัน กลุ่มแรกจะแยกเป็นผู้สูงอายุที่สามารถดูแลตัวเองได้ดี มีมากถึง 8 ล้านคน ผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงบางส่วนมีประมาณ 1 ล้านคน และที่เหลืออีก 1% หรือ 100,000 คน ต้องการพึ่งพิง

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคเอกชนสามารถเข้ามามีบทบาทด้านการศึกษาให้กับเด็กรุ่นใหม่ได้ เช่น แนวทางหนึ่งแต่ละปีบริษัทเอกชนที่อยู่ในคณะทำงานสานพลังประชารัฐ มีพนักงานที่เข้า-ออกจากงานปีละประมาณ 50,000-60,000 คน หากดึงเด็กนักเรียนจากมัธยม หรืออาชีวะเข้ามาทำงานจะช่วยพัฒนาคุณภาพของเด็กได้มากขึ้นด้วย.

“สมคิด” ผนึกกำลัง “หมอประเวศ” ตั้งคณะทำงานสานพลังประชารัฐเพื่อสังคม พัฒนาเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ มอบคลังศึกษาแนวทางออกพันธบัตรนำเงินไปใช้เพื่อสังคม ด้าน สสส.เสนอ 5 โมเดล ให้ภาคเอกชนร่วมดูแลสังคม... 24 ก.ย. 2559 04:44 ไทยรัฐ