วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กนง. ชี้ศก.ไทยฟื้นแบบค่อยๆไป หวั่น แก้ทัวร์ศูนย์เหรียญ กระทบท่องเที่ยว

กนง. ชี้ศก.ไทยฟื้นแบบค่อยๆไป หวั่น แก้ทัวร์ศูนย์เหรียญ กระทบท่องเที่ยว

  • Share:

กนง. ประเมิน ศก.ไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป อัตราเงินเฟ้อมีโอกาสกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช่วงครึ่งหลังของปี แต่ ศก. โลกยังเปราะบาง เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น กดดันการส่งออกสินค้าอาจหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้...

วันที่ 23 ก.ย.59 นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือน ก.ย.59 ระบุว่า ที่ประชุม กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะโน้มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ภาวะการเงินโดยรวมอยู่ในระดับผ่อนคลาย และยังเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จากอัตราดอกเบี้ยแท้จริง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับต่ำ และการระดมทุนโดยรวมของภาคธุรกิจและสินเชื่อภาคครัวเรือนที่ยังขยายตัวได้ แม้ธุรกิจบางกลุ่มยังมีข้อจำกัดในการได้รับสินเชื่อ

"กนง.มีความเห็นว่า เงินบาทที่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นบ้าง เมื่อเทียบกับสกุลคู่ค้าคู่แข่งสำคัญ อาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ดังนั้น กนง. เห็นว่าการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (policy space) ยังมีความสำคัญ เพราะในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยอาจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง และความไม่แน่นอนของทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ที่จะส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น ซึ่งยังต้องติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (search for yield) จากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน"

ขณะที่ ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 59 มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่เคยประเมินไว้เล็กน้อยจากการบริโภคภาคเอกชนใน ไตรมาสที่ 2 ที่สูงกว่าคาดซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของปัจจัยชั่วคราว เช่น การทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย การเร่งซื้อรถยนต์จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ขณะที่ระยะต่อไปนั้น การบริโภคภาคเอกชนอาจจะชะลอตัวลงจากไตรมาสที่ 2 บ้าง แต่ก็ยังมีการฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การจ้างงานในภาคเกษตรกรรม และภาคบริการที่ขยายตัว ขณะที่รายได้จากภาคการผลิตเพื่อการส่งออกยังคงฟื้นตัวช้าตามเศรษฐกิจคู่ค้า ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าคาด และภาคการท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบระยะสั้นจากปัจจัยในประเทศ

ส่วนการลงทุนภาครัฐนั้น มีเพิ่มขึ้นจากที่เคยประเมินไว้ หลังจากที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้มีการมองว่าความต่อเนื่องของนโยบายการลงทุนในโครงการต่างๆ จะทำได้ดีขึ้น ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำตามการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าที่ยังคงซบเซา อย่างไรก็ดี โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่มีความชัดเจนมากขึ้น จะช่วยสนับสนุนได้ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 60 และความสามารถในการระดมทุนไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการลงทุนของภาคธุรกิจ

สำหรับความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโน้มไปด้านต่ำมากขึ้น โดยความเสี่ยงด้านบวก คือ การใช้จ่ายภาครัฐทั้งการลงทุนและมาตรการภาครัฐ อาจทำได้เร็วและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมากกว่าคาด ขณะที่ความเสี่ยงด้านลบที่สำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจคู่ค้าอาจขยายตัวต่ำกว่าคาดจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นหลัง สถานการณ์ Brexit, การจัดระเบียบผู้ประกอบการทัวร์ศูนย์เหรียญอาจกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวจีน มากกว่าคาด และความสามารถในการรองรับ shock ทางเศรษฐกิจของภาคเอกชนอาจน้อยกว่าที่คาด

นายจาตุรงค์ กล่าวว่า สำหรับความสามารถในการรองรับ shock ทางเศรษฐกิจของภาคเอกชนนั้น สิ่งที่เห็น คือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระบบธนาคารพาณิชย์ยังไม่ bottom ซึ่งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ยังมี NPL สูงขึ้นและมีโอกาสที่จะฉุดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้

ทั้งนี้ พัฒนาการสำคัญที่ กนง. ได้นำมาพิจารณาเพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ได้แก่ 1. เศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ 2. จำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ 3. ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ และ 4. การใช้จ่ายภาครัฐในระยะต่อไปมีมากกว่าที่เคยประเมินไว้ ทำให้โดยรวมเศรษฐกิจปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงเดิม สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานใกล้เคียงกับที่เคยประเมินไว้เช่นกัน ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงตลอดช่วงประมาณการตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ

นายจาตุรงค์ กล่าวถึงปริมาณการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้เดิมตาม เศรษฐกิจคู่ค้าที่ฟื้นตัวช้าและยังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทั้งใน และต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ราคาสินค้าส่งออกบางประเภท เช่น ราคาสินค้าเกษตรที่สูงกว่าคาดช่วยชดเชยปริมาณการส่งออกที่ต่ำกว่าคาด ทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปี 59 ใกล้เคียงเดิม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้