วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สภา กห.เคาะตั้ง ‘บิ๊กรอด’ นั่ง ผอ.อผศ.คนใหม่ มีผล 1 ต.ค.นี้

สภา กห.เคาะตั้ง ‘บิ๊กรอด’ นั่ง ผอ.อผศ.คนใหม่ มีผล 1 ต.ค.นี้

  • Share:

สภากลาโหม เห็นชอบแต่งตั้ง "พล.อ.อำนาจ" เป็น ผอ.อผศ.คนใหม่ แทน "พล.อ.รณชัย" ที่เกษียณอายุ มีผล 1 ต.ค.นี้ ย้ำ นขต.กห. บริหารงบปี 60 โปร่งใสตามแผนงานกองทัพหวังแก้ปัญหาการคอร์รัปชันเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.59 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยในที่ประชุมได้เห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.อำนาจ รอดสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกระทรวงกลาโหม เป็นผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) คนใหม่ พร้อมทั้งถอดถอน พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผอ.ทหารผ่านศึกคนปัจจุบัน ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเกษียณราชการ โดยให้มีผลในวันที่ 1 ต.ค.59

สำหรับประวัติ พล.อ.อำนาจ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 16 จปร.27 เกิดเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2499 จบปริญญาโท การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) การศึกษาทางทหาร : รร.สธ.ทบ. ชุดที่ 66 หลักสูตร วสท. รุ่นที่ 36 การศึกษาต่างประเทศ : ชั้นนายร้อยทหารปืนใหญ่ที่ประเทศออสเตรเลีย Canadian Army Command and Staff College ประเทศแคนาดา เสธ.ทหาร ที่ประเทศฟิลิปปินส์

ประวัติการทำงาน อาจารย์ รร.ป.ศป. รอง ผบ.ป.พัน 18 (ชกท.1193) นักวิชาการส่วนวิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์ สบส. (อัตรา พ.ท.) อาจารย์.รร.สธ.ทบ. (ชกท.2728) (อัตรา พ.อ.) อาจารย์ หก.วทบ. (ชกท.2728) (อัตรา พ.อ.) จากนั้นมาเป็นนายทหาร ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ช่วยราชการในตำแหน่ง ผอ.กองนโยบายและแผนส่วนนโยบายและแผน กอ.รมน. โดยในวันที่ 1 ต.ค.53 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหม 1 ต.ค.57 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และวันที่ 1 ต.ค. 58 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัด ก่อนที่ประชุมสภากลาโหม จะมีมติให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ในวันที่ 1 ต.ค.59

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ในการบริหารและจัดการงบประมาณในปี 60 ตามแผนปฏิบัติงานของกองทัพ โดยเน้นพัฒนากำลังพล ยุทโธปกรณ์ การปกป้องอธิปไตย สถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชน ตลอดจนถึงผลประโยชน์ของชาติ ในการดำเนินการต่างๆ ต้องให้เกิดความรอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้

"เน้นการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยให้เพิ่มบทบาทของศูนย์การต่อต้านการทุจริตของกระทรวงกลาโหม ที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ ร่วมถึงลูกจ้างสังกัดกระทรวงกลาโหม โดยให้ติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารงานที่ต้องมีธรรมาภิบาล โดยจะต้องมีมาตรการลงโทษ ผู้ที่กระทำความผิดอย่างชัดเจน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันเป็นรูปธรรม" พล.ต.คงชีพ กล่าว

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพในการบูรณาการ การทำงานกับส่วนราชการต่างๆ ในการช่วยเหลือสังคม โดยให้บริการประชาชน ทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด เน้นจัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เน้นจิตสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง

นอกจากนี้ พล.ต.คงชีพ ยังกล่าวถึงโอกาสครบรอบ 2 ปีรัฐบาลว่า หลังการเข้ามาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง และแก้ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินที่ติดล็อค เพื่อให้ประชาชนเกิดความสงบสุขเพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้นั้น กระทรวงกลาโหมยัง ได้ทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่ทำหน้าที่เป็นแกนทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบาย สำคัญของรัฐบาลและ คสช. โดยใช้ศักยภาพกองทัพที่มีอยู่เข้าคลี่คลายแก้ปัญหาของชาติที่เป็นวาระเร่ง ด่วน เช่น การค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย ปัญหาการบินพลเรือน แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในชาติ ตลอดจนการสนับสนุนการปฏิรูปประเทศด้วยการเป็นการแกนหลักขับเคลื่อนลดความ เหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประการ ที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือ บ่อนลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ส่วนผลการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในงานความมั่นคงในรอบสองปีที่ผ่านแสดงถึง ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงในการทำหน้าที่รักษา ความสงบเรียบร้อยของประเทศ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาโดยตลอด ขณะที่ประเทศชาติกำลังเข้าสู่โหมดการปฏิรูป กระทรวงกลาโหมก็ไม่ได้ละเลยการปฏิรูปกองทัพเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมและภัย คุกคามของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกระทรวงกลาโหม ได้ทบทวนและจัดทำแผนยุทธศาสตร์กระทรวงกลาโหม20 ปีรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปืที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยจัดทำเป็นแผนควบคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างและระบบบริหารจัดการ กห. โดยจัดทำเป็นแผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้าง กห. 10 ปี (พ.ศ.2558 – 2567) ซึ่ง 5 ปีแรกจะปฏิรูประบบบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ จากนั้นจะปรับปรุงโครงสร้างให้สอดคล้องกันใน 5 ปีต่อไป เพื่อให้กองทัพมีขนาดที่เหมาะสม ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ สามารถเผชิญกับความท้าทายระดับภูมิภาค

พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนแก้ปัญหาสังคม ควบคู่กับการวางรากฐานปฏิรูปประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน มีความเปราะบางยิ่ง ต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ หากขาดความเข้าใจร่วมกันก็จะมีปัญหา ดังเช่น ตัวอย่างจากหลายประเทศที่ขยายตัวจากความขัดแย้งภายในและถูกแทรกแซงจากนอก ประเทศ จนถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด และ ล่มสลาย ทั้งนี้งานความมั่นคงในปัจจุบัน มีความซับซ้อนเชื่อมโยงทุกมิติของสังคม ทั้งในและต่างประเทศ ความเข้าใจและตระหนักรู้เท่าทันร่วมกัน ต่อผลกระทบส่วนรวมและผลประโยชน์ชาติที่จะเกิดขึ้น เป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนทุกภาคส่วนมิอาจเพิกเฉย โดยจำเป็นต้องเรียนรู้ร่วมกันและต้องการ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกมิติงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นพลังที่สำคัญยิ่งของการนำมาซึ่งความมั่นคงของประเทศที่ยั่งยืน

"ความเข้าใจ ไว้ใจและเชื่อมั่น ในการทำหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ที่เป็นสถาบันหลักเคียงข้างประชาชนและผลประโยชน์ของชาติแห่งนี้ จึงสำคัญยิ่ง จึงขอให้คำมั่นว่า ทหารทุกคน จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อร่วมกันทำหน้าที่ เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ เคียงข้างกับประชาชน" พล.ต.คงชีพ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้