วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คาบลูกคาบดอก

วิบากกรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ คนที่ 28 ของประเทศไทย ยังเป็นหนังชีวิตเรื่องยาวว์ว์

ล่าสุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติตั้งข้อหา “น.ส.ยิ่งลักษณ์” เพิ่มอีก 1 กระทง

ข้อหาใหม่ (ความจริงเก่า) ที่ ป.ป.ช.ชงเรื่องเช็กบิล อดีตนายกฯปู คือ ข้อหากระทำความผิดต่อหน้าที่ บริหารจัดการวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บกพร่องผิดพลาดทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

โดยแจ้งให้ “น.ส.ยิ่งลักษณ์” ลงนามรับคำสั่ง ป.ป.ช.ภายใน 15 วัน

รวดเร็วเร่งรัดสะบัดช่ออย่าบอกใครเชียว

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่ ป.ป.ช.จะขุดกรณีน้ำท่วมใหญ่เมื่อ 5 ปีก่อนมาจัดหนัก “อดีตนายกฯปู” ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ

เพราะ ป.ป.ช.จองกฐิน “ยิ่งลักษณ์” อยู่แล้วถึง 15 คดี

แต่ที่แปลกใจ คือ ศาลปกครองได้พิพากษายกฟ้องคดีนี้ไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยศาลชี้ว่าเหตุน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 นอกเหนือการควบคุมป้องกันของรัฐบาล

เนื่องจากเป็นวิบัติภัยธรรมชาติร้ายแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

การที่ ป.ป.ช.ขุดเอาคดีเก่าที่ศาลตัดสินเสร็จสิ้นไปแล้วกลับมาสอบสวนใหม่ ทั้งที่มีคดีทุจริตใหญ่ๆยังค้างท่ออีกนับหมื่นคดี มีเหตุผลจำเป็นอย่างไร??

“แม่ลูกจันทร์” ขออนุญาตไม่วิจารณ์ให้กระเทือนซาง

แต่ถ้าพิจารณาจากหลักฐานข้อเท็จจริงในฐานะ “แม่ลูกจันทร์” เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยโดยตรง

มีหลักฐานชัดเจนว่าวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ปี 54 มันเริ่มบานทะโร่ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม

ต้นเดือนสิงหาคมมีเลือกตั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล

ปลายเดือนสิงหาคม ครม.ยิ่งลักษณ์เริ่มทำงานกันอย่างเป็นทางการ

ตอนนั้นน้ำท่วมบานแห้วแล้วนะโยม

วิกฤติน้ำท่วมใหญ่ปี 54 จึงเป็นช่วง “คาบลูกคาบดอก” ระหว่าง รัฐบาลอภิสิทธิ์ กับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พอดี

การกล่าวโทษเป็นความผิดของ “น.ส.ยิ่งลักษณ์”คนเดียวจึงขัดแย้งกับข้อเท็จจริง

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่ามหาวิกฤติน้ำท่วมใหญ่วินาศสันตะโร เกิดจากพายุโซนร้อนเรียงคิวถล่มประเทศไทย 5 ลูกซ้อนกัน

เริ่มจากพายุไหหม่า พายุนกเต็น พายุไห่ถาง พายุเนสาด และพายุนาลแก

ทำให้มีปริมาณมวลน้ำส่วนเกินมากมหึมามหาศาลมโหฬาร

แต่ทางระบายน้ำมีเส้นเดียว...คือแม่น้ำเจ้าพระยา

ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็เถอะ ถ้าเจอพายุถล่ม 5 ลูกติดต่อกัน ย่อมไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ได้แน่นอน (ยกเว้นรัฐบาลเทวดา)

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าการที่ ป.ป.ช.หยิบเรื่องน้ำท่วมใหญ่มาเช็กบิล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นเนื้อร้องทำนองเดียวกันกับข้อหาจำนำข้าวนั่นเอง

คือไม่ใช่ข้อหาความผิดฐานทุจริตโกงกิน หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองหรือผู้หนึ่งผู้ใด

แต่เป็นข้อหาบกพร่องต่อหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

ประเมินค่าเสียหายน่าจะอยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาทโดยประมาณ

แยกเป็นความเสียหายภาคเกษตรกรรม 3.7 หมื่นล้านบาท

ความเสียหายจากภาคอุตสาหกรรม 1.7 แสนล้านบาท

และเสียหายจากภาคอื่นๆ 3.3 หมื่นล้านบาท

สุดท้าย ถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ก็จะส่งฟ้อง “น.ส.ยิ่งลักษณ์” ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง

จากนั้นก็จะชงลูกใส่พานให้รัฐบาลออกคำสั่งทางปกครองยึดทรัพย์สินเป็นสมบัติแผ่นดิน

ยึดให้หมด ยึดให้เรียบ ไม่ให้เหลือค่ารถเมล์กลับบ้านกันทีเดียว.

“แม่ลูกจันทร์”

23 ก.ย. 2559 14:32 ไทยรัฐ