วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“กรรมเก่า” กำลังสนองสหรัฐฯ

ยิ่งใกล้จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯของ “บารัก โอบามา” ดูจะบอบช้ำลงไปเรื่อยๆผิดกับตอนที่ได้รับการเลือกตั้งสมัยแรกเข้ามาเป็นผู้นำของประเทศอภิมหา อำนาจอันดับ 1 ของโลก

ในฐานะผู้นำคนรุ่นใหม่ที่รัศมีเปล่งปลั่งเป็นประกายความหวังของชนอเมริกันและชาวโลกด้วยนโยบาย “CHANG” เป็นตัวนำเพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่แค่สหรัฐฯเท่านั้น...

แต่ยังหมายถึงคนทั้งโลกต่างก็เฝ้ามองว่าผู้นำผิวสีคนนี้ที่จะทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้นมาได้อย่างที่คำประกาศหรือไม่

ปรากฏว่าการดำรงตำแหน่ง 2 วาระที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับทำให้โลกต้องเกิดการเผชิญหน้ากันมากเข้าไปอีก

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับจากการที่โลกเปลี่ยนสภาพจากสงครามเย็นย่อมทำให้สถานการณ์ต่างๆน่าจะดีขึ้น

ตรงกันข้ามกลับทำให้โลกเกิดปัญหามีความขัดแย้งที่ชัดเจนกอปรกับปัญหาเศรษฐกิจระส่ำไปทั่วโลก ซึ่งยากที่จะเยียวยากันได้ง่ายๆ

การที่สหรัฐฯต้องการวางสถานะประเทศให้อยู่ในอันดับ 1ต่อไป และถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ จึงเป็นประเด็นหนึ่งที่ “โอบามา” ยากที่จะบริหารจัดการให้ได้อย่างที่ใจปรารถนา

ทุกอย่างจึงต้องเดินไปตามแผนแม่บทของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนำซ้ำปัญหาภายในของสหรัฐฯเองก็ทำท่าจะลุกลามและบานปลายออกไปเรื่อยๆ

ปัญหา “คนผิวสี” จนทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก เพราะการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ความรุนแรงจนเกิดเหตุยิงกันต่อเนื่อง การชุมนุมเพื่อต่อต้านขยายตัวจากรัฐหนึ่งไปสู่อีกรัฐหนึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

การก่อการร้ายด้วยการก่อเหตุแทบจะควบคุมไม่ได้

และที่ต้องเผชิญหน้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ทั้งจีน รัสเซียเพื่อขยายเขตอิทธิพลไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลาง เอเชีย ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของสหรัฐฯตกต่ำลงไปอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

แม้กระทั่งประเทศที่เคยอยู่ภายใต้การครอบงำอย่างเช่น ฟิลิปปินส์ก็แสดงตัวตนอย่างชัดเจนปลดแอกตัวเองอย่างไม่อีนังขังขอบด้วยสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น กลับกายเป็นว่าทำให้อิทธิพลของสหรัฐฯลดลงไปเป็นลำดับ แถมถูกเปิดโปงถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาอันเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นตัวตนของสหรัฐฯมากยิ่งขึ้น

เหล่านี้แทนที่ “โอบามา” จะเป็นตัวหนุนนำในฐานะผู้นำเก่าไปสู่ผู้นำคนใหม่ของพรรคเดโมแครตด้วยการส่งไม้ต่อให้ “ฮิลลารี คลินตัน” ตัวแทนพรรคเพื่อชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่ แทบจะไม่ได้เลย

ทั้งๆที่คู่แข่งอย่าง “โดนัล ทรัมป์” แห่งพรรครีพับลิกัน ก็หา ใช่ว่าจะดีเลิศเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่สนามชิงชัย แถมยังถูกมอง ด้วยว่าเอา “คนบ้า” มาเป็นผู้นำประเทศด้วยซ้ำไป

ขนาดว่าได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในทางการเมืองของสหรัฐฯที่ผู้สนับสนุนพรรคหันเหไปเชียร์ฝ่ายตรงข้ามก็มีอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ “จอร์จ ดับเบิลยู. บุช” ผู้พ่อยังประกาศตัวด้วยว่ามีแผนจะลงคะแนน

เลือก “ฮิลลารี” ผู้สมัครพรรคคู่แข่งด้วยซ้ำไป

“ฮิลลารี” เองก็หาใช่ว่าโดดเด่นอย่างที่คิดกัน เพราะมีปัญหาส่วนตัว มีเรื่องมัวหมองและสุขภาพก็ไม่ค่อยจะดีนัก

ยังไม่รู้ว่าใครจะชนะเลือกตั้ง แต่สหรัฐฯวันนี้กำลังถูก “กรรมเก่า” ตามสนองแล้ว.


“สายล่อฟ้า”

23 ก.ย. 2559 13:36 23 ก.ย. 2559 13:36 ไทยรัฐ