วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนะจัดประมูลล่วงหน้า 1 ปี ดีแทคหวัง กสทช. เสริมแกร่งโทรคมฯ​ ไทย

ดีแทคหวัง พ.ร.บ.กสทช. กำหนดการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้า หรือ Early Auction ชี้เกิดประโยชน์หลายฝ่าย หวัง กสทช. เร่งดำเนินการในการปฏิบัติหน้าที่...

นายภารไดย ธีระธาดา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า บริษัทเสนอให้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... (พ.ร.บ.กสทช.) มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นสุดระยะเวลาตามใบอนุญาตหรือสัญญาสัมปทาน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี หรือการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้า (Early Auction) เพื่อเป็นช่วงเวลาให้ผู้ชนะการประมูลมีโอกาสในการวางแผน จัดเตรียมความพร้อมในการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

"ช่วงเวลา 1 ปีในการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้าถือเป็นการลดความเสียหายให้กับทุกฝ่าย ทั้งรัฐวิสาหกิจเจ้าของโครงข่าย กสทช. ผู้ประกอบการรายเดิม รวมถึงความเชื่อมั่นในการใช้บริการจากประชาชนด้วย หากผู้ชนะการประมูลเป็นผู้ลงทุนรายใหม่อาจต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนจะเริ่มต้นให้บริการ หรือกรณีที่เป็นการเปลี่ยนมือผู้ประกอบการซึ่งมีโครงข่ายอยู่แล้ว ก็ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านโครงข่ายและวางแผนการลงทุนเพื่อรองรับคลื่นความถี่ใหม่ที่จะได้รับ นอกจากนี้ในกิจการอื่นๆ เช่น กิจการปิโตรเลียม กิจการเหมืองแร่ ซึ่งเป็นเพียงการต่ออายุให้กับผู้ได้รับอนุญาตรายเดิมที่ไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนใหม่ กฎหมายก็ยังกำหนดให้ต่ออายุล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน เชื่อว่าระยะเวลา 1 ปี กับกิจการโทรคมนาคมที่ต้องมีการลงทุนใหม่หรือเปลี่ยนผ่านโครงข่ายจึงไม่เป็นระยะเวลาที่ยาวนานแต่อย่างใด"

อย่างไรก็ตาม ดีแทคยังได้เสนอหลักการและจุดยืน 4 ข้อ ได้แก่ 1. ดีแทคเสนอให้มีการประมูลคลื่นความถี่ก่อนที่ใบอนุญาตหรือสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลง โดยให้ใบอนุญาตใหม่มีผลเริ่มต้นในวันที่ใบอนุญาตหรือสัญญาสัมปทานเดิมสิ้นสุดลง ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความมั่นใจว่าจะสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดความกังวลเรื่องซิมดับ หากไม่มีการประมูลใบอนุญาตก่อนที่ใบอนุญาตเดิมจะสิ้นสุดลง การให้บริการลูกค้าที่ยังตกค้างในโครงข่ายจะเป็นการให้บริการตามมาตรการเยียวยาซึ่งไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใด และก่อให้เกิดปัญหาด้านการจัดการคลื่นความถี่ โครงข่าย และเกิดการฟ้องร้องต่างๆ ตามมาดังเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต อีกทั้งหากมีการจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้า รัฐก็จะได้รับเงินจากการประมูลคลื่นความถี่เร็วขึ้นซึ่งหมายถึงรายได้และดอกผลจำนวนมหาศาลที่รัฐจะได้รับจากเงินดังกล่าว

2. สนับสนุนให้มีการระบุชัดเจนว่าผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สามารถโอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ (Spectrum Trading) ได้เหมือนกับหลักเกณฑ์สากล เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ ในขณะนี้กล่าวถึงเฉพาะการให้ร่วมใช้คลื่นความถี่ (Spectrum Sharing) หรือให้เช่าใช้คลื่นความถี่ (Spectrum Leasing) เท่านั้น การเพิ่มเรื่องการโอนใบอนุญาตจะทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องการเข้ามาแข่งขันในตลาดสามารถเข้ามาได้ทันที ไม่ต้องรอให้มีการจัดประมูลที่นานๆ จะเกิดขึ้น และยังลดความเสี่ยงของผู้ประกอบการรายใหม่ในการทดลองเข้ามาแข่งขัน เพราะหากไม่ประสบความสำเร็จ ก็ยังโอนขายใบอนุญาตได้ เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ และยังทำให้ผู้ประกอบการที่ให้บริการอยู่ต้องให้บริการที่ดีในราคาที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นอาจมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่มั่นใจว่าทำได้ดีกว่าเข้ามาแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี การให้โอนใบอนุญาตก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่จะต้องมีการกำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อไหร่โอนได้โอนไม่ได้ โดยเงื่อนไขต้องรัดกุม เช่น ต้องกำหนดเงื่อนไขป้องกันไม่ให้เกิดการเข้ามาขอรับใบอนุญาตเพื่อนำไปโอนขายหากำไรโดยไม่มีเจตนาประกอบการจริง เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่สามารถกำหนดเงื่อนไขเพื่อป้องกันได้โดยอ้างอิงตามหลักเกณฑ์สากล

3. กฎหมายควรกำหนดให้ กสทช. ต้องกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการจัดสรรคลื่นความถี่แต่ละคลื่น หรือที่เรียกว่าแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) โดยควรต้องประกาศใช้แผนดังกล่าวให้เร็วที่สุดภายหลังที่กฎหมายใหม่ประกาศใช้ เนื่องจากประเทศไทยยังมีความต้องการคลื่นความถี่อีกจำนวนมากเพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ นอกเหนือจากคลื่น 1800 MHz และ 900 MHz ในการประมูลที่ผ่านมา โดยจากการศึกษาของ ITU พบว่าความต้องการจำนวนคลื่นความถี่ของแต่ละประเทศในการใช้งานจะเพิ่มเป็นจำนวน 1340 MHz ถึง 1960 MHz ในปี 2563 ในขณะที่วันนี้ประเทศไทยมีจำนวนคลื่นความถี่ในการใช้งานเพียง 320 MHz เท่านั้น ดังนั้น จึงควรมีการจัดทำแผนแผนการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อเอาคลื่นความถี่มาประมูลให้มากขึ้น โดยควรกำหนดแผนไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 ปี เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับพัฒนาการของเทคโนโลยีและความต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ

4. คุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ กสทช. สนับสนุนคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกสทช. จะต้องมาจากการสรรหาด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ไม่ให้กฎหมายเปิดช่องให้กับผู้ที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งทางตรงและทางอ้อม กับผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมเข้ามาเป็นคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลได้และมีเกี่ยวข้องผลประโยชน์มหาศาลของชาติ

"ยกตัวอย่างในต่างประเทศ อาทิ ประเทศนอร์เวย์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ ล้วนแต่มีการกำหนดไว้ในกฎหมายให้มีการประมูลคลื่นความถี่ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาตามใบอนุญาตอย่างน้อย 1-2 ปีทั้งสิ้น และในบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ เพิ่งจะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มีการจัดประมูลล่วงหน้า อย่างน้อย 2-4 ปี เนื่องจากเห็นว่าระยะเวลา 1-2 ปี ตามกฎหมายเดิมไม่เพียงพอสำหรับเอกชนในการวางแผนการลงทุน นั่นสะท้อนถึงความจำเป็นในการจัดการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้าอย่างแท้จริง ขณะที่ 12 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีการจัดประมูลคลื่นความถี่ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาตามใบอนุญาตหรือสัญญาสัมปทาน มีเพียงมาตรา 27(1) กำหนดให้ กสทช.มีหน้าที่จัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ แต่ไม่ได้บัญญัติว่าแผนดังกล่าวนั้นต้องมีเนื้อหาอย่างไร ครอบคลุมถึงประเด็นใดบ้าง เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ของ กสทช. ที่จะต้องปฏิบัติก็คงเป็นการยากที่ กสทช. จะดำเนินการเพราะเกรงจะถูกฟ้องร้องได้ ดังนั้น จึงควรกำหนดให้ชัดเจนในกฎหมายว่าการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้าเป็นหน้าที่ที่ กสทช. จะต้องปฏิบัติ เพื่อเป็นการให้ความมั่นใจแก่ กสทช. ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวด้วย".

ดีแทคหวัง พ.ร.บ.กสทช. กำหนดการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้า หรือ Early Auction ชี้เกิดประโยชน์หลายฝ่าย หวัง กสทช. เร่งดำเนินการในการปฏิบัติหน้าที่... 23 ก.ย. 2559 10:48 ไทยรัฐ