วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด้งเซ่นเรือล่ม จนท.เจ้าท่า

ตั้งชุดสอบ เซ็น-ให้ต่อ ใบอนุญาต ทั้งที่ไม่ทำประกันภัย

ตำรวจเรียกเจ้าของเรือโดยสารมรณะจมคร่าชีวิตผู้โดยสาร 28 ศพ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มาแจ้งข้อหา 2 ข้อหา เบื้องต้น ให้การปฏิเสธ พร้อมขอสู้คดีในชั้นศาล ก่อนนำไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวไป เจ้าตัวเผยเพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม ครั้งแรกตั้งใจช่วยเหลือเหยื่อศพละ 1 หมื่นบาท ภายหลังตัดสินใจขายสมบัติทั้งตระกูล ขอเรือโดยสารของน้องชาย 1 ลำ ราคา 2 ล้านบาท และที่ดินของน้องสาวอีก 1 แปลง มาขายนำเงินไปช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียเพิ่มเติม ยืนยันต่อทะเบียนเรือ และจ่ายเงินค่าประกันภัยให้กับเจ้าหน้าที่เจ้าท่าไปหมดแล้ว พอเกิดเหตุขึ้นมาเจ้าหน้าที่กลับอ้างไม่ได้ทำประกัน ขณะที่อธิบดีกรมเจ้าท่า สั่งย้ายด่วนนักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 10 วัน

จากโศกนาฏกรรมสลดใจ กรณีเรือโดยสารบริษัทสมบัติมงคลชัย (ทับทิม) จำกัด มีนายวิรัช ชัยศิริกุล อายุ 67 ปี เป็นคนขับ ขับแซงเรือบรรทุกทรายเสียหลักบังคับเรือไม่อยู่ พุ่งชนแท่นปูนสันเขื่อนพนังกั้นน้ำ หน้าวัดสนามไชย หมู่ 10 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จนท้องเรือแตกน้ำทะลักเข้าเรือจม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารเป็นชาวไทยมุสลิมกว่า 100 คน ที่เดินทางกลับจากร่วมพิธีรำลึกถึงครูผู้ล่วงลับของศาสนาอิสลาม หรือ “งานโฮ้ล” ที่มัสยิดตะเกี่ยโยคิน ต.คลองตะเคียน อ.พระนครศรีอยุธยา เสียชีวิตอนาถรวม 28 คน และบาดเจ็บนับสิบราย ยังนอนรักษาที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 7 คน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดำเนินคดีนายวิรัชคนขับเรือ นำไปฝากขังต่อศาลไม่ให้ประกันตัว ส่งเข้าเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเตรียมเรียกเจ้าของเรือมาสอบสวนดำเนินคดี

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ย. พ.ต.ต.ธนัท แสงอรุณ สว. (สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เรียกตัวนายสุนทร พันธุ์เสือทอง เจ้าของเรือสมบัติมงคลชัย ที่ประสบอุบัติเหตุจมในแม่น้ำเจ้าพระยา คร่าชีวิตผู้โดยสารรวม 28 ศพ มารับข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ 1.ไม่มีผู้ควบคุมเรือ และผู้ควบคุมเครื่องยนต์ ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าระหว่างการเดินเรือ ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ 2. ใช้ยานพาหนะโดยสารบรรทุกเกิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ นายสุนทรให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีในชั้นศาล จากนั้นนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝากขังโดยคัดค้านการประกันตัว ต่อมาทนายความได้นำหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินประเมินราคา 7 แสนบาท ยื่นขอประกันตัวนายสุนทร และศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนเบิกตัวนายวิรัช ชัยศิริกุล คนขับเรือ ที่แจ้งข้อหา 4 ข้อหา เป็นคดีอาญา 2 ข้อหาคือ 1.ขับเรือโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับเรือโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และความผิดคดีตาม พ.ร.บ.การเดินเรืออีก 2 ข้อหา คือ 1.ขับเรือบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต 2.ใบอนุญาตขับเรือหมดอายุ ที่ฝากขังในเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีอาญาอีก 1 ข้อหา คือ ใช้ยานพานะโดยสารบรรทุกเกิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และบาดเจ็บสาหัส ทำให้นายวิรัชถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีแล้วรวม 5 ข้อหา ก่อนนำตัวไปฝากขังในเรือนจำต่อไป

ด้านนายสุนทร พันธุ์เสือทอง เจ้าของเรือสมบัติมงคลชัย กล่าวว่า แม้ให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีในชั้นศาล แต่เพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม จะให้การช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยครั้งแรกตั้งใจช่วยเหลือครอบครัวศพละ 10,000 บาท ขณะนี้ได้ติดต่อขอเรือโดยสารของน้องชายอีก 1 ลำ ราคา 2 ล้านบาท และที่ดินของน้องสาวอีก 1 แปลง เพื่อขายสมบัติทั้งตระกูล มาช่วยเหลือครอบครัวที่สูญเสียเพิ่มเติม

นายสุนทรกล่าวต่อว่า ได้ขึ้นทะเบียนเรืออย่างถูกต้อง กับสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2559 ใบต่อทะเบียนมีอายุ 1 ปี โดยจ่ายเงินค่าธรรมเนียมในการต่อทะเบียน และค่าประกันภัยแก่เจ้าหน้าที่เจ้าท่าไปหมดแล้ว และได้ใบอนุญาตมา แต่พอเกิดเหตุถามกลับไปที่สำนักงานเจ้าท่าจังหวัดนนทบุรี กลับอ้างว่าไม่ได้ต่อประกันภัย แบบนี้ใครอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและเงินที่จ่ายไปไหน และใบอนุญาตออกมาได้อย่างไร

ขณะที่ พ.ต.ต.ธนัท แสงอรุณ พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ยืนยันว่า เรือมีการต่อใบอนุญาตถูกต้อง แต่เรื่องประกันภัย ที่จะมีหรือไม่มีนั้น ต้องให้ฝ่ายกรมเจ้าท่า มาชี้แจงต่อไป

นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านความปลอดภัย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือล่มที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรือมีการต่อใบอนุญาต และมีการจ่ายเงินประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสารให้กับเจ้าหน้าที่เจ้าท่าแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่นำไปจ่ายให้ทางประกันจริงหรือไม่ รวมถึงการก่อสร้างเขื่อนบริเวณวัดสนามไชย ได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ โดยทุกเรื่องจะได้ข้อสรุปภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้

นายณัฐกล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินคดีกับคนขับเรือและผู้ประกอบการนั้น เป็นหน้าที่ของตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนเจ้าท่า ดำเนินการในเรื่องของการกู้เรือที่จม ได้ยกเรือขึ้นมาลอยลำเมื่อวันที่ 20 ก.ย. จากนั้นในวันที่ 21 ก.ย. ใช้เครนยกเรือขึ้นมาจากแม่น้ำเรียบร้อย ถือเป็นการดำเนินการอย่างรวดเร็ว

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.พิมุข นาคขำพันธ์ สว. (สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางไปที่วัดสนามไชย เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับแนวเขื่อนหน้าวัดสนามชัย ได้วัดความกว้างของเขื่อนประมาณ 120 เมตร และวัดระยะความห่างของแนวเขื่อน กับบริเวณที่ยื่นออกไปในแม่น้ำ พบว่ามีท่าน้ำที่สร้างยื่นออกไปจากแนวเขื่อน 3 ช่วง แต่ละช่วงมีความกว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 32 เมตร น้ำขึ้นสูงไม่สามารถมองเห็นได้

พระครูปลัดสมบัติ ศิริสุวรรณโณ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย เปิดเผยว่า เป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้มา 3 ปี ไม่ทราบเรื่องการสร้างเขื่อน ทราบเพียงว่า เขื่อนนี้สร้างมานานกว่า 15 ปี เพื่อป้องกันการปะทะแนวเขื่อน หรือการพังทลาย และยังเป็นจุดที่ประชาชนใช้ลงไปให้อาหารปลา และเทียบเรือในบางครั้ง ตั้งใจจะทำราวกันคนตกลงไปในแม่น้ำ แต่ไม่มีงบประมาณ จึงสร้างไว้ได้เพียงช่วงเดียว ยังเหลืออีกสองช่วง ส่วนการอนุญาตก่อสร้าง เชื่อว่าคงอนุญาตถูกต้อง มิเช่นนั้น เจ้าท่าคงจะมาสั่งรื้อไปนานแล้ว ไม่ปล่อยมาจนทุกวันนี้ ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น เข้าใจว่าคนขับเรือคงไม่ชำนาญร่องน้ำ และไม่ทราบว่าบริเวณดังกล่าวมีระเบียงยื่นออกไป ตั้งแต่สร้างมายังไม่เคยมีเรือชน เพิ่งมีครั้งนี้เป็นครั้งแรก หากมองว่าวัดสร้างแล้วทำให้เรือเข้ามาชนคงไม่ใช่ หากจะให้รื้อถอนก็คงไม่ถูก เพราะยังมีท่าน้ำที่ใหญ่กว่าของวัดสนามไชยอีกมากมาย รวมถึงเรื่องการวางแนวทุ่นบอกจุดเสี่ยงนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าท่า หลังเกิดเหตุมีการมาวางแนวทุ่น

นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ได้เซ็นคำสั่งย้ายนางหทัยกาญจน์ เพ็ญกูล นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี ไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการสำนักจะมอบหมายเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกรณีเรือโดยสารล่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าเรือลำดังกล่าว ไม่มีการจัดทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนด แต่นางหทัยกาญจน์กลับลงนามต่ออายุใบอนุญาตให้กับเรือลำดังกล่าว ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง ที่กำหนดให้การขอรับ หรือต่อใบอนุญาตใช้เรือโดยสารรับจ้าง จะต้องจัดให้มีการประกันภัยสำหรับผู้โดยสาร โดยเจ้าของเรือจะต้องยื่นเอกสารสัญญาประกันภัยอุบัติเหตุที่มีผลคุ้มครองผู้โดยสารตามระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ และกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว พร้อมกับคำขอรับหรือต่อใบอนุญาตการใช้เรือ นอกจากนี้ จะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน หากผลสอบพบเข้าข่ายมีความผิด ก็จะตั้งกรรมการสอบเพื่อเอาผิดทางวินัยต่อไป

ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุเพิ่มเติม ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมไชยานุกิจ ชั้น 3 กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายจากเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ลงพื้นที่แจ้งสิทธิ และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมรวบรวมเอกสารและหลักฐานต่างๆ นำเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา โดยจะช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 28 ราย เป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 3,430,000 บาท คาดจะดำเนินการมอบเงินให้กับทายาทผู้เสียหายได้ภายในสัปดาห์หน้า

ตำรวจเรียกเจ้าของเรือโดยสารมรณะจมคร่าชีวิตผู้โดยสาร 28 ศพ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มาแจ้งข้อหา 2 ข้อหา เบื้องต้น ให้การปฏิเสธ พร้อมขอสู้คดีในชั้นศาล ก่อนนำไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวไป 23 ก.ย. 2559 07:47 ไทยรัฐ