วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"สมคิด" สั่ง ธอส.ดูแลคนจน! เปลี่ยนรูปแบบปล่อยสินเชื่อซื้อบ้านประชารัฐ

“สมคิด” เตรียมชง ครม.เปลี่ยนแปลงโครงการบ้านประชารัฐ ไม่ต้องเป็นบ้านหลังแรกอย่างเดียว เปิดทางคนจนที่มีบ้านแล้วแต่ทรุดโทรม ยกระดับบ้านใหม่ให้ดีขึ้น สั่ง ธอส.เปลี่ยนรูปแบบการปล่อยสินเชื่อใหม่ ไม่เน้นเฉพาะคนที่ซื้อบ้านในโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ซื้อได้หมด พร้อมกันสินเชื่อเพื่อการนี้ไว้ 5–6 หมื่นล้านบาท

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ว่า การเดินทางมาครั้งนี้ ต้องการให้ธนาคารเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปล่อยสินเชื่อแบบเดิมๆ คือ ปล่อยกู้ให้ประชาชนไปซื้อบ้านจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นการปล่อยกู้ให้ประชาชนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง จากที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ จากที่ดินริมทางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือแม้แต่บ้านริมคลอง เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

“รูปแบบการปล่อยสินเชื่อของ ธอส.ในปัจจุบันต้องแตกต่างไปจากเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ในสมัยที่ผมเป็น รมว.คลัง ก็ได้ใช้ธนาคารแห่งนี้ปล่อยกู้ให้ข้าราชการที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง เพื่อแก้ปัญหาบ้านล้นตลาดในช่วงวิกฤติฟองสบู่ปี 2540 แต่ปัจจุบันวิกฤติฟองสบู่แบบนั้นไม่มีอีกแล้ว ธอส.จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบ โดยสร้างพันธกิจใหม่ เพื่อให้คนไทยมีบ้าน ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล”

ทั้งนี้ นโยบายที่มอบให้ ธอส.ดำเนินการ ประกอบด้วย 1.การสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้ที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ หรือที่ดินของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และมอบให้เอกชนเป็นผู้ก่อสร้างบ้านดังกล่าวในราคาที่ไม่แพง ด้วยวัสดุที่แข็งแรงทนทาน โดย ธอส.สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.การยกระดับบ้านคนจนที่อยู่ตามแนวทางรถไฟหรือบ้านที่อยู่ริมคลอง โดยประชาชนไม่ต้องย้ายถิ่นฐานออกไป แต่ รฟท.และกรมธนารักษ์ต้องไปหาที่ดินตรงบริเวณนั้นๆ หรือใกล้เคียงก่อสร้างบ้านขึ้นใหม่ เพราะคนที่อยู่ตามแนวทางรถไฟส่วนใหญ่หากินและประกอบอาชีพกับกิจการของรถไฟ เช่นเดียวกับทหาร ตำรวจ ก็ก่อสร้างบ้านบนที่ราชพัสดุของทหารเพื่อให้ทหารอยู่ บนที่ราชพัสดุของตำรวจ ให้ตำรวจอยู่ เป็นต้น

3.การเสนอเงื่อนไขพิเศษสำหรับลูกกตัญญูที่ซื้อบ้านแล้วให้พ่อแม่ตัวเอง หรือพ่อแม่ของสามี-ภรรยามาอยู่ด้วย จะได้รับดอกเบี้ยพิเศษ เหมือนที่ประเทศสิงคโปร์ส่งเสริมให้คนในครอบครัวรวมตัวอยู่ด้วยกัน เพื่อช่วยกันดูแลสังคม เป็นต้น คาดว่า ธอส.จะใช้เวลาอีก 2 เดือน เพื่อออกมาตรการดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้ ธอส.เปลี่ยนจากธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อ มาเป็นธนาคารที่กำกับโครงการต่างๆ เหล่านี้ “ผมจะเสนอให้ ครม.แก้ไขมติ ครม.เดิม กรณีบ้านประชารัฐของธนาคารออมสิน และ ธอส.ที่กำหนดว่า ต้องเป็นบ้านหลังแรกออกไป เพื่อให้คนจนจำนวนมากที่มีบ้านอยู่แล้ว แต่อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ หรือเป็นชุมชนแออัด สามารถยกระดับที่อยู่อาศัยให้มีสภาพดีขึ้นได้”

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อกลุ่มดังกล่าว ธนาคารจะตั้งวงเงินเอาไว้ 50,000-60,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ของธนาคาร คาดว่าจะใช้ระยะเวลาศึกษาโครงการอีก 2 เดือน ส่วนโครงการลูกกตัญญูนั้น ธอส.จะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยให้ แต่จะมอบเป็นเงินสด เช่น กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนมาแล้ว 100,000 บาท หรือ 1 ปี จะได้รับเงินสด 20,000-30,000 บาท

“รองนายกรัฐมนตรีเห็นชอบกับแนวทางที่ ธอส.ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการคลัง ให้สามารถแก้กฎหมายของ ธอส.เพื่อรองรับอนาคต เช่น การอนุมัติให้ทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทางการเงินใหม่ๆได้ สินเชื่อสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการนำบ้านมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคารในอัตราส่วน 60-70% ของราคาประเมิน โดยผู้สูงอายุจะขอรับเงินกู้เป็นรายเดือนระยะเวลา 15-20 ปี หรือจนกว่าจะเสียชีวิต หรือ Reverse Mortgage และการออกสลาก ธอส. เพื่อระดมเงินฝากระยะยาว เป็นต้น”

ทั้งนี้ ธอส.จะยังคงให้บริการสินเชื่อแก่รายย่อยมากที่สุดเหมือนเดิม แต่รูปแบบการให้สินเชื่อเปลี่ยนจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งเท่ากับว่า ธอส.กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อน และเชื่อว่าตลาดนี้จะส่งผลดีต่อธนาคารและช่วยให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น

ด้านนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมจะลงไปสำรวจที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ทุกจังหวัดทั่วประเทศสำหรับบ้านผู้สูงอายุ ส่วนบ้านประชารัฐธนารักษ์ก็อยู่ระหว่างดำเนินการเฟส 2 หลังประสบความสำเร็จจากเฟสแรกมาแล้ว โดยบ้านธนารักษ์ประชารัฐเฟส 2 จะใช้ที่ราชพัสดุ 2 แปลงที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

“บ้านสำหรับผู้สูงอายุที่กรมรับผิดชอบราคาจะไม่แพงแน่นอน เช่น บ้านริมคลองที่แก้ไขปัญหาเรื่องชุมชนบุกล้ำคูคลอง ราคาค่าก่อสร้างเฉลี่ยหลังละ 290,000-390,000 บาท ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาเป็นบ้านผู้สูงอายุได้ แต่ต้องปรับปรุงแบบให้เหมาะสม”.

“สมคิด” เตรียมชง ครม.เปลี่ยนแปลงโครงการบ้านประชารัฐ ไม่ต้องเป็นบ้านหลังแรกอย่างเดียว เปิดทางคนจนที่มีบ้านแล้วแต่ทรุดโทรม ยกระดับบ้านใหม่ให้ดีขึ้น สั่ง ธอส.เปลี่ยนรูปแบบการปล่อยสินเชื่อใหม่ 23 ก.ย. 2559 04:46 ไทยรัฐ