วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท้อ! จากใจทีม MV เที่ยวไทยมีเฮ บ้านเรา 'คนพูดมันเยอะ คนทำมันน้อย'

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า! เมื่อ นางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงวัฒนธรรม และอดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร ออกโรงร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ว่ามิวสิกวิดีโอเพลง “เที่ยวไทยมีเฮ” มีความไม่เหมาะสม ด้วยเหตุผลที่มีภาพทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นยักษ์แห่งกรุงลงกาที่น่าเกรงขาม สง่างาม เป็นราชาแห่งยักษ์ทั้งปวง แต่ในมิวสิกวิดีโอกลับเสนอยักษ์ทศกัณฐ์ทำกิจกรรมไม่เหมาะ ไม่ว่าจะเป็น หยอดขนมครก, ขับโกคาร์ท, หรือถ่ายเซลฟี่

รายงานพิเศษ โดยทีมข่าวบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ไปพูดคุยกับ อ๊อด บัณทิต ทองดี ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ, ฟิล์ม บงกช เจริญธรรม และ เก่ง ธชย ประทุมวรรณ 2 หนุ่มสาวนักร้องนำ เปิดใจกว่าจะเป็นโปรเจกต์ชวนเที่ยวไทยกับมิวสิกวิดีโอ “เที่ยวไทยมีเฮ”

ทำไมต้องเป็น “ทศกัณฐ์”? แล้ว “ขนมครก” ผิดอะไร แค่ยักษ์หยอดลงเตา วัฒนธรรมไทยจะล่มสลายเลยหรือ? ทีมข่าวบันเทิงไทยรัฐออนไลน์พากะเทาะเปลือกคำว่า “วัฒนธรรม” ในมุมมองของพวกเขากัน...

ถามก่อนเลย “เที่ยวไทยมีเฮ” นี่หน่วยงานไหนให้ทำให้

อ๊อด : “ไม่ใช่หน่วยงานราชการครับ เป็นเอกชนทำกันเอง เป็นคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอยู่แล้ว บางคนทำรีสอร์ต บางคนทำเรือข้ามฝั่ง ทำรถโดยสาร ร่วมเงินกันคนละสี่ห้าหมื่นอยากทำอะไรเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ซึ่งผลพลอยได้ก็จะทำให้ธุรกิจเขาไปได้ด้วยดี หวังจะทำให้เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวกระเตื้อง”

ยืนยันใช่มั้ยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การโปรโมต
อ๊อด : “โถ ไม่ใช่ครับ ออนแอร์ไปอาทิตย์กว่ายอดวิวในยูทูบแค่ 7 หมื่นกว่าเอง แต่เขานั่นละมาทำให้ยอดวิวในเฟซบุ๊กวิ่งเป็นล้าน ไม่มีใครอยากออกมาเสี่ยงหรอกครับ คนที่ออกมาเขาก็โดนด่าไม่เห็นเหรอ”

โจทย์ที่ได้รับมาเพื่อทำมิวสิกฯ คืออะไร
อ๊อด : “โจทย์คือเราเห็นว่าก่อนไปเที่ยว คนชอบไปเช็กอินถ่ายรูปกับยักษ์ที่สุวรรณภูมิ ก็เปรียบเหมือนยักษ์ตนนั้นเห็นคนไปท่องเที่ยวกัน สะพายกระเป๋าเดินผ่านไปผ่านมา ยักษ์เขาก็อยากไปบ้าง ก็เลยแปลงร่างไปเที่ยวบ้างดีกว่า เราก็หยิบตรงนี้มาทำคอนเซปต์

อีกอย่างที่เลือกยักษ์ทศกัณฐ์ ในรามเกียรติ์ เพราะถ้ายักษ์ที่น่าเกรงขามไปท่องเที่ยว ทำอะไรสนุกๆ น่าจะน่ารัก เราจะได้เห็นคนน่าเกรงขาม ซอฟต์ละมุนเมื่อเที่ยวไทย ถ้าเราเลือกหนุมานซึ่งดูสนุกอยู่แล้วยังไงมาเที่ยวเขาก็จะต้องสนุก จริงมั้ย แต่ทศกัณฐ์ที่ดูน่าเกรงขามพอได้มาเที่ยวไทยเขายังสนุก มีมุมน่ารักๆ เลย แปลว่าเมืองไทยนี่มีเสน่ห์มากเลย”

มีส่งไปให้ทางการดูก่อนปล่อยฉาย
อ๊อด : “ไม่มีครับ แต่ถามว่าพลาดมั้ย เราไม่ได้คิดว่าเราพลาด เพราะความตั้งใจเราไม่ได้ฉายในทีวี เราฉายทางออนไลน์ ดังนั้นไม่ต้องเซนเซอร์เพราะเรามองว่าของเราไม่ได้มีอะไรเสียหาย หรือเป็นต้นแบบที่ไม่ดีตรงไหน”

ในมุมมองผู้ใหญ่ท่านนั้น มองว่ายักษ์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หยอดขนมครก ถ่ายเซลฟี่ ขับโกคาร์ท ผู้กำกับอย่างเราคิดมั้ยว่ามันไม่เหมาะสมยังไง

อ๊อด : “ผมไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันไม่เหมาะสมยังไง คือถ้าไม่เหมาะสมผมคงไม่ทำ แต่ทางเขาให้เหตุผลผมว่ายักษ์เป็นเจ้าแห่งกรุงลงกา เป็นยักษ์กษัตริย์น่าเกรงขาม มาทำอะไรที่หน่อมแน้ม มุ้งมิ้ง มันไม่เหมาะสม คำนี้เลยครับคำเดียวเลย กษัตริย์แห่งกรุงลงกามาทำอะไรที่ไม่เหมาะสม"

ฟิล์มล่ะ ส่วนตัวมองว่าเอ็มวีตัวนี้เหมาะสมหรือยัง
ฟิล์ม : “รายละเอียดตรงนี้ ฟิล์มต้องขอออกตัวว่าฟิล์มอาจจะยังไม่ทราบเท่าคนที่เรียนมาทางสายศิลปวัฒนธรรมโดยตรง แต่ว่าถ้าถามว่าการที่เราเชิญชวนให้มาท่องเที่ยวเมืองไทยโดยเราเล่าเร็วๆ ผ่านการใส่ชุดไทยที่สวยงาม ซึ่งคนทั่วไปก็จะนึกถึงชุดไทยที่อยู่ในวรรณคดี เจตนาเราไม่ได้ตั้งใจให้ไม่เหมาะสม มันเป็นประเด็นที่พูดยาก ฟิล์มคิดเองนะว่าครีเอทีฟเขาอยากให้ดูปุ๊บแล้วรู้เลยว่าไทยเที่ยวไทย เขาก็เลยเล่าเรื่องออกมาแบบนี้"

เก่งเองเรียนเกี่ยวกับดนตรีไทยเดิมมา ค่อนข้างศึกษาวัฒนธรรมต่างๆ รู้มั้ยว่าห้ามเอาทศกัณฐ์มาทำแบบนี้
เก่ง : “ผมเรียนดนตรีไม่ได้ลงลึกในแง่นาฏศิลป์ครับ แล้วบางคนเข้าใจผิดว่าผมใส่เศียรทศกัณฐ์เลยในเอ็มวี จะบอกว่าไม่ใช่ผมนะครับ แล้วผมเคยดูคลิปกรมศิลป์ต่างๆ ที่ไปแสดงในที่ต่างๆ แล้วมีบทตลก ผมก็รู้สึกว่าแล้วอะไรคือมาตรฐานที่วิพากษ์วิจารณ์ มันคืออะไรกันแน่ ผมว่าคนเราควรจะพูดให้น้อยลงแล้วทำให้มากขึ้น ตอนนี้เราทำกันน้อยมากแล้วคนพูดเยอะแยะไปหมด คนพูดจะพูดอะไรก็ได้ แต่คนทำมันเหนื่อย ถ้าเกิดคนพูดลองมาทำด้วยกันก็น่าจะดีกว่า"

บั่นทอนเรามั้ย ฟิล์ม เก่ง ตั้งใจทำงานเพื่อชาติแต่ดันโดนอะไรแบบนี้

ฟิล์ม : “สำหรับฟิล์มก็ไม่บั่นทอน แต่ยอมรับว่าตกใจนิดนึงว่าเป็นกระแสที่ร้อนแรงขนาดนี้เพราะตอนที่เราทำงานกัน วัตถุประสงค์เราอยากให้คนไทยไปเที่ยวไทย เราก็รู้สึกอยากทำว่า เฮ้ย ได้ช่วยชาติ ในเอ็มวีเราก็ใส่ชุดไทย ตอนถ่ายก็มีผู้รู้คอยเป็นที่ปรึกษาว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ อะไรถูกไม่ถูก การจีบ การตั้งวง ชุดไทยใส่ยังไง ผู้รู้มาบอกชัดเจนมาก เราก็เลยนึกไม่ถึงว่าออกมาจะเป็นประเด็นเรื่องนี้"

เก่ง : “ก็บั่นทอนนิดนึง ข่าวมันไม่ใช่เชิงบวกที่มาสร้างพลังใจให้เราหรอก แต่เราก็ต้องทำให้ได้ ต้องแปลงพลังที่เข้ามาให้มันเป็นสิ่งที่เราจะไปข้างหน้า"

ผกก.เข้าไปคุย ทางนั้นติอะไรมาบ้าง

อ๊อด : “รอบแรกเรียกเข้าไปแล้ว นี่ก็รอรอบสองอยู่ รอบแรกก็เข้าไปคุยกับคุณลัดดา ตอนนี้ก็รออยู่ว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมจะเรียกเข้าไปคุยเพื่อทำความเข้าใจ ส่วนคุณลัดดา เขาขอใช้สิทธิในความเป็นคนไทยคนหนึ่งที่หวงแหนวัฒนธรรม เขาบอกว่าขอทำหน้าที่นี้แทนคนไทยทั้งประเทศที่ยังรัก และหวงแหนวัฒนธรรม”

สรุปก็คือจะต้องมีการแก้ไข
อ๊อด : “ทางบริษัท วี แบงคอก ที่มาจ้างผมทำเอ็มวีนี้ยอมถอย เพราะเขาบอกว่าเขาไม่ได้มีโปรไฟล์ทางสังคมที่มากมายนัก ไม่ได้มีคนรู้จักอะไร เลยขอถอยดีกว่า เขาไม่ได้ทำเพราะอยากจะดังที่มาทำเพลงนี้แค่อยากกระตุ้นการท่องเที่ยว ในเมื่อมันมีเหตุการณ์อย่างนี้เขาขอถอยจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน จะได้ไม่ต้องมีปัญหากับใคร เขาเองทำด้วยเจตนารมณ์ที่ดี ถ้าเกิดมีคนเห็นว่ามันไม่ดีก็ตัดออก แก้ไขตามที่ต้องการเท่านั้นเอง ตัดภาพทศกัณฐ์หยอดขนมครก ถ่ายเซลฟี่ออก โกคาร์ท การเล่นกีฬาเอ็กตรีม โรยตัวจากที่สูงออก เอาออกให้หมด"

เป็นไปได้มั้ยถ้าเราไม่แก้ตามที่เขาบอก
อ๊อด : “เป็นไปได้ แต่อย่างที่บอกคนที่จ้างผมทำคือบริษัท วีแบงคอก เขาไม่อยากมีปัญหา เขาก็ยอมแก้ ผมเองไม่ได้มีสิทธิในเอ็มวีตัวนี้ เขาแค่จ้างผมทำ ถ้าเขาต้องการแก้ผมก็ต้องแก้"

ฟิล์ม เก่ง พร้อมมั้ยถ้าต้องการมีการถ่ายทำใหม่
ฟิล์ม : “พร้อมค่ะ เพราะฟิล์มอยากให้มีเอ็มวีตัวนึงที่ได้เห็นภาพของประเทศไทยว่ามีที่เที่ยวมากมายสวยๆ ถ้าเขาติดตรงไหนก็มาว่ากัน"

เก่ง : “พร้อมครับแต่เห็นเขาว่าแค่ปรับแก้นะ ไม่ต้องถ่ายใหม่"

รู้สึกยังไงงานที่เราตั้งใจทำมากๆ โดนผู้ใหญ่ต่อต้า

เก่ง : “ทุกวันนี้ผมท้อใจนะ ผมออกไปสู้เองที่ต่างประเทศกับการสืบสานวัฒนธรรมไทย แต่กลับมาเจอเลยนี่ ผมรู้สึกว่ามันอะไรกัน ทำไมงานที่เราตั้งใจทำต้องโดนแบบนี้ ผมแชร์ให้เพื่อนต่างประเทศดูเอ็มวีนี้เขาชอบกันมาก แต่ดันมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่บ้านเรา"

ฟิล์ม : “รู้สึกว่าเรื่องนี้น่าจะมีทางออกที่ลงตัว อย่างเวลาที่เราทำงานมาชิ้นหนึ่งตัดสินได้ยากว่าถูกหรือผิด พอมีคนยกมือขึ้นมาบอกว่ามันผิด ก็เลยต้องการมาคุยกันว่าแบบไหนที่จะลงตัวกับสองฝ่าย หรือแบบไหนคือข้อที่ยุติที่จะมาบอกว่านี่คือถูกหรือนี่คือผิด ครั้นจะสั่งแบนเลย ฟิล์มว่าน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านั้น เช่น การปรับแก้ เพราะเจตนาของเอ็มวีคือเจตนาที่จะประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวไทยกันเยอะๆ ดังนั้นข้อสรุปต้องมีตรงกลาง"

ต่อไปในอนาคตถ้ามีเพลงโปรเจกต์ลักษณะนี้ติดต่อมาจะคิดหนักมั้ย
ฟิล์ม : “ไม่คิดหนัก เพราะเราก็เคยเรียนรำ และร้องเพลงไทยเดิม เรามีความชอบตรงนี้อยู่แล้ว แต่อาจจะต้องเช็กกันนิดนึงว่าอันนี้ได้เช็กหรือยัง ว่าออกได้ (หัวเราะ)"

เก่ง : “ผมก็ต้องทำอยู่แล้ว เพราะคนทำมันน้อย คนพูดมันเยอะ ท้ายสุดผมก็ต้องทำเพราะเป็นจิตสำนึกที่เราควรจะทำ ผมเรียนดนตรีไทยเดิมมา ครูบาอาจารย์ผมก็มี ปลูกฝังสั่งสอนมาจนมันทำให้เกิดอาชีพ ตรงนี้คืออาชีพผม ผมเรียนมาผมต้องทำให้เกิดอาชีพ ทุกวันนี้ประเทศไทย คนเรียนวัฒนธรรมมาต้องไปทำอย่างอื่น กลายเป็นเราไม่ได้สนับสนุนอาชีพตรงนี้ ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ร่ำรวยวัฒนธรรม แต่หยิบมาทำเงินไม่ได้ เราควรหยิบวัฒนธรรมของเรามาเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม ให้เกิดมูลค่ามากมายกับประเทศ ให้มันคงอยู่แบบมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยได้สืบสาน ขยายมันให้คงอยู่ และไปได้ไกลด้วยนะ"

เก่งเป็นนักร้องที่พยายามนำเพลงไทยเดิมมาประยุกต์ให้ร่วมสมัยขึ้น เสียใจมั้ยที่ต้องมาเจอคำวิพากษ์วิจารณ์นี้

เก่ง : “มันเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้วแหละ เรารู้อยู่แล้วว่าจะมีบางกลุ่มที่แอนตี้ ที่ไม่โอเคกับการทำงานแบบนี้ แต่สำหรับงานนี้ผมเชื่อว่าทุกคนโตกันแล้ว เราหยิบยกบางอย่างมา ซึ่งเราเชื่อว่าคนที่รับสารเขาก็เข้าใจว่าเราชักชวนไปในทิศทางไหน เราไม่ได้ชักชวนว่าไม่ดี จากตอนแรกที่ทุกคนมองเป็นบวก ตอนนี้ดันมีการมองลบ จากเชิงบวกกลายเป็นตีกันระหว่างสองฝ่าย

สำหรับผมมองว่าวัฒนธรรมควรมีทั้งสองด้าน คือ แง่อนุรักษณ์ และ แง่สร้างสรรค์ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ ต้องไปด้วยกัน อีกอย่างหนึ่งผมว่าทุกคนก็รักและหวงแหนวัฒนธรรมไทยกันทุกคน ทีมงานทำเอ็มวีก็รักและหวงแหน ส่วนฝ่ายที่ออกมาคัดค้านเขาก็รักและหวงแหนเช่นกัน แต่ว่าเราอาจแสดงความรักกันดุเดือดไปนิดนึง จนขาดการสื่อสารกันมากกว่า

ผมเชื่อว่าทุกคนบริสุทธิ์ใจ หวงแหนวัฒนธรรมกันหมดแหละ แต่ด้วยความที่วัฒนธรรมมันมองได้หลายมุม คนเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้คนอื่นคิดตามเรา ถ้าให้คนอื่นคิดตามเราผมว่ามันไม่ใช่อิสรภาพของศิลปะ"

สู้มาเยอะใช่มั้ยกับการเอาของไทยๆ มาทำให้ร่วมสมัย

เก่ง : “ใช่ครับ มันเกิดขึ้นมาตลอดอยู่แล้ว ผมว่าเราต้องเข้าใจก่อนว่าวัฒนธรรมต้องมีทั้งฝ่ายอนุรักษ์ และฝ่ายสร้างสรรค์ มันต้องไปด้วยกัน ถ้าเราไม่มีฝ่ายอนุรักษ์ เราก็จะเป็นต้นไม้ไม่มีราก สักวันมันก็โค่น แต่ถ้าเกิดเราไม่สร้างสรรค์ ไม่มีการผลิใบข้างบน ไร้การต่อยอด ต้นไม้ก็ไม่เติบโต"

งั้นถ้าไม่สามารถเอาวัฒนธรรมไทยๆ มาถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่เข้าใจแบบง่ายๆ ได้ จะทำยังไงให้วัฒนธรรมอยู่ได้ยาวๆ

อ๊อด : “อยู่ได้ยาวๆ อยู่แล้ว แต่ฝุ่นเกาะนะ เพราะอยู่บนหิ้งรอหยากไย่ขึ้น จริงๆ ถ้าเราไม่เอามาทำให้เยาวชนเห็น หรือรู้จักกันแบบใกล้ชิดมากขึ้น มันไม่มีทางที่เขาจะนำไปถ่ายทอดหรือสืบสานต่อ มันก็จะมีแค่กลุ่มคนหยิบมือเดียวที่สานต่อ โอเค มันไม่หายหรอก เพราะมีคนที่ยังรักษาอยู่ แต่ว่าจะเป็นแค่คนกลุ่มน้อย วัฒนธรรมของชาติมันต้องเป็นคนกลุ่มใหญ่เข้าใจ รู้เรื่อง และสืบสานต่อ"

เก่ง : “ผมก็จนปัญญาแล้วครับ (ยิ้ม) แต่ก็ต้องสู้ ถ้าเราไม่สู้แล้วข้างหลังเราจะทำยังไง เรารู้อยู่แล้วว่าคนที่อยู่ข้างหน้าเราเขารักและเข้าใจ แต่เขาก็จะอยู่ที่เดิมตรงนั้นแหละไม่นานก็จากไป แต่คนที่อยู่ข้างหลังเราล่ะ จะทำยังไงให้เขายังรัก และเข้าใจวัฒนธรรมเหล่านี้ เพื่อให้เขาส่งต่อถึงคนรุ่นหลังเขาอีกที เพราะฉะนั้นเราจึงต้องสู้เพื่อเขา"

สำหรับเก่ง จำเป็นมั้ยว่าต้องถ่ายทอดกันแบบไทยเดิม ชะเอิงเอย
เก่ง : “ไม่ครับ ผมก็จะทำในแบบของผม แต่ผมไม่ได้บอกทุกคนว่าสิ่งที่ผมทำมันเป็นวัฒนธรรมไทยที่เป็นออริจินัล เราก็มีแนวทางของเรา แต่เมื่อมีประเด็นอะไรเกิดขึ้นผมก็ไม่อยากให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ผมเชื่ออยู่ดีนะว่าทุกอย่างเกิดจากความรัก แต่แสดงออกกันผิดวิธีไปหน่อย"

สรุปหน่อย เหตุการณ์นี้เพราะผู้ใหญ่เมืองไทยคร่ำครึเกินไปหรือเปล่า
อ๊อด : “ผู้ใหญ่เมืองไทยไม่คร่ำครึครับ เป็นนโยบายของรัฐบาลแล้วนะให้เมืองไทยไปสู่จุด ไทยแลนด์ 4.0 อันนี้ไม่คร่ำครึเลย แม้แต่กระทรวงดิจิทัลที่สร้างขึ้นมา ผู้ใหญ่หลายคนมีวิสัยทัศน์ที่ดี แต่มีเพียงกลุ่มคนไม่กี่คนที่มาทำให้ต้องมายึดติดกับเรื่องแบบนี้"

ฟิล์ม : “ฟิล์มว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนค่ะ บอกได้ยากว่าผิดถูก ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นกัน ที่เป็นประเด็นร้อนแรงคงจะเป็นเพราะพอแบ่งฝั่ง คิดแตกต่าง ใส่ถ้อยคำรุนแรงใส่กัน ประเด็นจริงๆ ทุกคนรักประเทศชาติเหมือนกัน ทางเขาก็รักประเทศไทย เขาถึงหวงแหนศิลปวัฒนธรรมไทย ส่วนเราก็รักประเทศเหมือนกัน เราอยากให้คนมาเที่ยวไทย รักศิลปวัฒนธรรมไทยเหมือนกัน เพียงแต่พอความเห็นไม่ตรงกันเท่านั้นเอง”

เก่ง : “วัฒนธรรม มันต้องมองต่างมุม มันถึงจะแสดงถึงอิสรภาพ ถ้าผู้ใหญ่มาปิดกั้นแล้วชี้นำให้เราคิดแบบนี้ๆ ก็ไม่ใช่ ขนาดอิสรภาพทางวัฒนธรรมยังขนาดนี้ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย เรื่องนี้คือเสรีภาพทางความคิดอย่างหนึ่งเลยนะ

แต่ก็นั่นแหละความคิดเก่งไม่ใช่ที่หนึ่ง วัฒนธรรมไทยไม่ใช่ของเก่ง มันเป็นของคนไทยทุกคน ผมฝากให้คนไทยทุกคนเป็นคนตัดสินละกัน”

“คนพูดมันเยอะ คนทำมันน้อย” ประโยคเดียวจบ! ถ้าทำกันมากกว่าพูด ป่านนี้วัฒนธรรมไทยคงดังไกลไปถึงดาวอังคารแล้วกระมัง.

ทำไมต้องเป็น ทศกัณฐ์? แล้ว ขนมครก ผิดอะไร แค่ยักษ์หยอดลงเตา วัฒนธรรมไทยจะล่มสลายเลยหรือ? ทีมข่าวบันเทิงไทยรัฐออนไลน์พากะเทาะเปลือกคำว่า วัฒนธรรม ในมุมมองของ อ๊อด บัณทิต ผกก.มิวสิกวิดีโอ, ฟิล์ม บงกช และ เก่ง ธชย นักร้องนำ 22 ก.ย. 2559 22:06 30 ก.ย. 2559 10:51 ไทยรัฐ