วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชมภาพ AUDI R18 E-TRON ปะทะเครื่องบินขับไล่ EUROFIGHTER TYPHOON

Audi R18 E-Tron Quattro คือจักรกลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำการแข่งขันในรายการแข่งรถระยะไกล Le Mans ในรุ่น LMP Prototype สานต่อตำนานแห่งความสำเร็จในสนามแข่งรถของ Audi R 15 TDI รถแข่งเครื่องยนต์ดีเซลที่คว้าแชมป์ Le Mans รถแข่งรุ่น R 18 มีโครงสร้างแชสซีส์แบบโมโนค็อกผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอยด์ และคาร์บอนไฟเบอร์ เครื่องยนต์ดีเซล TDi V6 บวกระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบเดี่ยว นับได้ว่าเป็นตัวแข่งคันแรกของค่าย Audi ที่ใช้ Cockpit แบบปิดเพื่อลดค่าสัมประสิทธิแรงต้านของอากาศหลังจากรถแข่งแบบ Cockpit ปิดรุ่น R8C ในปี 1999 ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เครื่องยนต์ของ R18 LeMans ถูกลดขนาดลง จากเดิมที่เป็นเครื่องดีเซล V10 ปริมาตรความจุ 5.5 ลิตร ซึ่งใช้เทอร์โบถึงสองตัวช่วยอัดอากาศ มาเป็นเครื่องดีเซลแบบ TDi V6 3.7 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบเดี่ยวขนาดเท่าหัวคน พร้อมด้วยงานวิศวกรรมของตัวถังที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบชิ้นเดียว และมีความแตกต่างจากรถแข่งรุ่น R15 ของปี 2010 อย่างเห็นได้ชัด ทั้งไฟหน้า โป่งข้าง กระทะล้อ ซุ้มดักอากาศด้านข้างของตัวถัง รวมไปถึงสีขาวสลับแดงแทนที่สีดำในรถแข่งรุ่นที่แล้ว

Audi R18 E-Tron Qurttro LeMans LMP Prototype เข้ามาสานต่อเจตนารมณ์แห่งความแรงและประวัติศาสตร์บนชัยชนะของทีมแข่งจากค่าย Audi นี่คือหนึ่งในรถที่จะต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงเฉลี่ย 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวม 24 ชั่วโมงโดยไม่มีการหยุดพัก (แค่เปลี่ยนยาง เปลี่ยนคนขับและเติมเชื้อเพลิง) คิดเป็นระยะทางประมาณ 3,000 กิโลเมตร บนการควบคุมของนักขับในทีมทั้งสามคน การพัฒนาตัวรถได้เริ่มต้นขึ้นก่อนการแข่งขันในฤดูกาลของปี ค.ศ. 2010 วิศวกรแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ Audi ทำการทดสอบตัวรถอย่างต่อเนื่อง โดยนำเอาข้อมูลที่ได้จากการแข่งขันมาปรับแต่งให้กับรถแข่งรุ่นล่าสุด อดีตนักแข่ง Formula 1 Alan McNish เป็นนักขับทดสอบ รถ Audi R18 E-Tron Quattro LeMans เจาะจงใช้ Cockpit แบบปิดเพื่อลดแรงต้านของกระแสลม ช่วยทำให้นักแข่งสามารถควบคุมได้ดีขึ้น และมีสมาธิมากกว่าการขับรถแข่งแบบ Open Cockpit แต่ห้องคนขับจะมีอุณหภูมิสูงมากกว่า และมีส่วนทำให้ทัศนวิศัยในการมองด้อยลงไปบ้าง

เป้าหมายสูงสุดคือการคว้าชัยชนะในรายการแข่งขันรถยนต์ทางไกล ที่ถือได้ว่าโหดหินที่สุดแล้วสำหรับรถแข่งทางเรียบที่ต้องวิ่งกันทั้งวันทั้งคืน ส่วนเป้าหมายถัดไปคือเพื่อเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีของรถแข่งไปสู่ผลิตภัณฑ์ภายในบริษัทของ Audi เอง ที่ชอบเชื่อมโยงกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้เข้ากับภาพลักษณ์ของรถยนต์ในค่ายแห่งนี้ ชัยชนะที่ผ่านมาในสนาม LeMans สามารถพิสูจน์ให้โลกเห็นถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถแข่งจากทีม Audi ซึ่งเป็นเรื่องของความสามารถในการปรับแต่งรถ ประสบการณ์ของทีมแข่งและนักขับ รวมถึงการจัดการกับสิ่งที่ไม่คาดคิดได้อย่างยอดเยี่ยม การเปลี่ยนตัวนักขับในรถ Audi R18 ต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากมันมี Cockpit แบบปิด และต้องฝึกซ้อมกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อทำให้เวลาในการเข้าพิตลดลง หรือเท่ากับรถแข่งรุ่น R15 ของปี 2010 ซึ่งเป็นรถแข่งแบบ Open Cockpit

ระบบไฟส่องสว่างในรถ R18 E-Tron LeMans ใช้ไฟหน้าแบบ LED ทั้งหมด ซึ่งจะให้ความสว่างและความเข้มของลำแสงสูงกว่าปกติเพื่อการวิ่งในช่วงกลางคืนที่มืดมิดของสนามแข่งรถ Lemans หลอดไฟหน้าแบบ LED ยังใช้พลังงานน้อยกว่าไฟของตัวแข่งรุ่น R15 ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการมุ่งมั่นในการพัฒนารถแข่ง ส่วนตัวถังที่ครอบลงไปบนแชสซีส์ของเจ้า R18 LeMans ทำจากวัสดุจำพวกคาร์บอนไฟเบอร์แบบชิ้นเดียวโดดๆ ซึ่งจะแตกต่างจากรถแข่งรุ่นที่แล้ว โป่งซุ้มล้อด้านหน้ามีร่องระบายอากาศกับตำแหน่งติดตั้งของกระจกมองข้าง สิ่งที่รบกวนสายตาและมุมมองด้านข้างแต่กลับมีส่วนช่วยในเรื่องของการทรงตัวคือครีบขนาดใหญ่ที่วางแนวขนานไปกับตัวถังตรงกึ่งกลางของห้องคนขับลากยาวไปจนถึงท้ายรถ พร้อมด้วยวิงหลังทรงโหดที่มีขนาดกะทัดรัดมากขึ้นกว่ารุ่นเก่า

ความท้าทายของวิศวกร คือการลดขนาดความจุของเครื่องยนต์ดีเซล TDi และกระบอกสูบลง แต่ยังคงไว้ซึ่งกำลังและแรงบิดที่อยู่บนอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่รับได้ ความจุที่ลดลงทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดจากการทำงานอย่างหนักหน่วงเต็มรอบรวม 24 ชั่วโมง กฎกติกาการแข่งขันในปี 2014 เข้มงวดกับการใช้พลังงานโดยมีการจำกัดจำนวนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการแข่งขันของแต่ละทีม วิศวกรของ Audi จึงจำเป็นต้องรักษาความสมดุลของแรงม้ากับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเครื่อง V6 TDi แบบวางกลางลำ และใช้เวลาการออกแบบกับทดสอบนานถึง 10 เดือนเต็มสำหรับเครื่องยนต์ตัวใหม่ มันถูกสร้างขึ้นตามการคำนวณอย่างแม่นยำ มีความคงทนอย่างสูงสุดสำหรับการวิ่งในระยะยาวๆ เทคโนโลยีในเครื่องยนต์ตัวใหม่นี้จะปรากฏในรถยนต์ของบริษัท Audi ในอีกไม่นานนัก เช่น ระบบ FSI และเทอร์โบเดี่ยวแบบไฟฟ้าแปรผันไปตามความเร็วรอบเครื่อง ระบบสำรองพลังงานแบบ KERS ยังคงถูกนำมาใช้งานในรูปแบบของการแปลงพลังงานจากการเบรกให้กลับมาในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า เครื่องยนต์ดีเซล V6 ตัวนี้ให้แรงม้ามากกว่า 570 ตัวหรือ 155 แรงม้าต่อลิตร ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการที่จะเค้นพลังระดับเกือบ 600 แรงม้าจากเครื่องยนต์ดีเซล 3.7 ลิตร สำหรับรถยนต์แบบธรรมดาทั่วไป เป็นเครื่องยนต์ที่นักขับสามารถอัดได้อย่างต่อเนื่องยาวนานจากความคงทนที่สูงกว่าปกติถึง 5 เท่า


ถึงแม้ว่า Audi R18 TDi LeMans จะมีเรี่ยวแรงน้อยกว่า Audi R15 อยู่บ้าง แต่มันมีการควบคุมที่เฉียบคมกว่า ทั้งจากน้ำหนักที่เบาและขนาดที่กะทัดรัดมากขึ้น มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง ซึ่งหมายความว่ามันจะวิ่งเข้าพิตลดลงตามไปด้วย ส่วนเวลาต่อรอบที่มันทำได้ในระหว่างการทดสอบอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับรถ R15 และมีกลไกภายในเครื่องยนต์ที่โดดเด่นเหนียวแน่นทนทาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ Audi ยังคงปิดเป็นความลับ สิ่งที่ทีมแข่งของค่าย Audi กำลังทำอยู่ในขณะนี้คือ การสร้างรถแข่งที่ดีที่สุดเพื่อสานต่อเจตนารมณ์เก่าแก่ ที่เชื่อมโยงการแข่งขันเข้ากับผลิตภัณฑ์ได้อย่างงดงาม และหมดจด ส่งถ่ายประวัติศาสตร์การแข่งรถที่มีมานานกว่า 70 ปีแล้วให้ยืนยงคู่กับวงการมอเตอร์สปอร์ตตลอดไป.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

งดงาม ชมภาพถ่ายสุดแจ่ม Audi R18 E-Tron ปะทะ เครื่องบินขับไล่ Eurofight Typhoon 22 ก.ย. 2559 17:08 23 ก.ย. 2559 10:06 ไทยรัฐ