วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 นักปั้นมือทอง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของซุป'ตาร์

วงการบันเทิงไทยในทุกวันนี้ มีดาราหน้าใหม่เกิดใหม่ขึ้นทุกวันจนนับไม่ถ้วน ต่างคนต่างก็แย่งชิงพื้นที่สื่อกว่าจะดังได้ขึ้นมา โดยแต่ละคนนั้นจะมีบุคคลเบื้องหลังเป็นผู้ผลักดัน ซึ่งเรียกว่า ผู้จัดการดารา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า นักปั้นดารา นั่นเอง นักปั้นดาราเหล่านี้จะเป็นเหมือนแมวมองมองหาหนุ่มหล่อสาวสวย บุคคลที่มีคาแรกเตอร์ เมื่อเจอแล้วก็จะไปทาบทามพร้อมกับรีบดึงเข้าสังกัดเซ็นสัญญาในทันที สัญญานั้นจะมากปีหรือน้อยปีก็แล้วแต่คนแต่งาน แล้วก็เริ่มปฏิบัติการปั้น สอนบุคลิกภาพ เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว สอนให้นอบน้อม เรียกว่าสอนทุกอย่างเลยก็ว่า และก็พร้อมเริ่มหางานป้อนงานให้ทำ งัดทุกกลยุทธ์ที่จะปั้นเด็กคนนั้นให้มีชื่อเสียง ปัจจุบันมีนักปั้นดาราหรือผู้จัดการดาราที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดาราที่มีชื่อเสียงหลายคน อย่างเช่น

เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร

เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการดารา นักปั้นมือทองชื่อดัง ดังถึงขั้นมีชื่อเสียงดังกว่าดาราที่ตนเองปั้นซะอีก เพราะชอบถือกระเป๋าใบละแสนจนกลายเป็นโลโก้ให้ตัวเองไปแล้ว เอ ศุภชัย ปั้นดาราชื่อดังประดับวงการมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อั้ม พัชราภา, ป๋อ ณัฐวุฒิ, เวียร์ ศุกลวัฒน์, ณเดชน์ คูกิมิยะ, เจมส์ มาร์ และดาราดังๆ ที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย นอกจากจะเป็นนักปั้นมือทองแล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นนักขายชั้นเลิศอีกด้วย เพราะเด็กในสังกัดล้วนกวาดพรีเซนเตอร์สินค้าชื่อดังเกือบจะทั้งตลาดแล้ว โดยเอ ศุภชัย เคยเล่าว่า กว่าจะหาเพชรมาเจียระไนได้สักเม็ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องเดินสายดูตัวแทบทุกจังหวัดเกือบทั่วประเทศ ข้ามประเทศก็ยังมีเลย พอเห็นใครหน้าตาดีก็เข้าไปคุยกับเด็กและพ่อแม่ของเด็ก โดยอธิบายให้เข้าใจว่า จะพาลูกหลานมาเลี้ยงดู แล้วปูทางไว้สำหรับการก้าวเข้าสู่เส้นทางบันเทิง นั่นจึงทำให้วันนี้นักปั้นมือทองอย่าง เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร มีเด็กๆ ในสังกัดแทบทุกจังหวัดนั่นเอง

พชร์ อานนท์

ด้านนักปั้นรุ่นเก๋าที่เด็กสยามในสมัยก่อนรู้จักกันดี พชร์ อานนท์ หรือ พจน์ อานนท์ ที่ได้ฉายาแมวมองตาเพชร แต่หลายคนจะรู้ว่าในสมัยก่อนเคยเป็นบรรณาธิการนิตยสารชื่อดังอย่าง “เธอกับฉัน” ก็ได้ปลุกปั้นให้ดาราแจ้งเกิดในวงการมาแล้วหลายคนหลายยุคตั้งแต่ แอนดริว เกร้กสัน, ปราโมทย์ แสงศร, เต๋า สโรชา วาทิตตพันธ์, อั๊ต อัษฎา พานิชกุล และอื่นๆ อีกมากมาย จนกระทั่งในปัจจุบันพชร์ได้ผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับหนังจนมีชื่อเสียงมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง แต่ก็ยังไม่หยุดความเป็นแมวมอง มองหาหนุ่มสาวหน้าตาดีรุ่นใหม่มาเล่นหนังให้ตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เด็กของพี่พชร์แต่ละคนนั้น งานดีเกือบทุกคนเลยทีเดียว ไม่เชื่อตามไปดูในหนังของพี่พชร์กันได้

ปิ๊ก ฌาณฉลาด

ต่อกันที่นักปั้นดารามือทองอีกคนที่ปั้นดาราหนุ่มดาวรุ่งจนดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืนกับ ปิ๊ก ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ หรือ ปิ๊ก ชาญฉลาด ผู้จัดการของ เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ผู้โด่งดังจากบทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังจนกลายเป็นกระแส ปิ๊ก ฌานฉลาด คุ้นเคยกับวงการบันเทิงเป็นอย่างดี เพราะเขาเคยทำงานเป็นนายแบบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักปั้น โดยมีดารานักแสดงคนดังในสังกัดมากมาย เช่น ปิ๊บ รวิชญ์ เทิดวงศ์, จ๊อบ นิธิ สมุทรโคจร, วุ้นเส้น วิริฒิพา แย้มนาม, ดอน ธีระธาดา, วิกกี้ สุนิสา เจทท์ และอีกหลายคน โดยปั้นนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ เป็นคนสุดท้าย และตัดสินใจหยุดงานในวงการบันเทิงเมื่อปี 2547 เพื่อรับราชการทางการเมือง ก่อนที่จะกลับหวนคืนสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปร่วม 10 ปี โดยกลับมาปลุกปั้น เจมส์ จิรายุ เป็นคนแรก เพราะได้เห็นเจมส์ผ่านทางเฟซบุ๊ก จึงได้ออกไปตามหาตัวที่ จ.พิจิตร และชักชวนเข้าสังกัด มีตา ทาเลนท์ เมเนจเมนท์ จากนั้นจึงปลูกฝังความรู้ทางการแสดง ดึงความสามารถพิเศษออกมา และพาไปแคสต์งาน จนกระทั่งได้เป็นคุณชายหมอที่สาวๆ กรี๊ดกันจนถึงวันนี้ ภาพความสำเร็จของ เจมส์ จิรายุ ก็ส่งผลให้ ปิ๊ก ณาณฉลาด ที่เงียบหายไปจากวงการบันเทิงอยู่พักใหญ่ กลับมามีที่ยืนที่มั่นคงองอาจอีกครั้ง

อุ๊บ วิริยะ

คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายสิบปี ในฐานะนักปั้นมือทองระดับโปร ปูทางถนนบนโลกมายาให้กับดาราระดับซุป'ตาร์อย่าง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ นักแสดงสาวที่มีค่าตัวสูงที่สุดของประเทศไทย อุ๊บ วิริยะ หรือ วิริยะ พงษ์อาจหาญ กับฉายา "แมวมองตาเพชร" ที่มีผลงานปั้นนักแสดง อาทิ เอ๊ะ อิศริยา, เข็ม รุจิรา, โอ๋ ภัคจีรา, ลิฟท์ สุพจน์, ทีน สราวุฒิ, เวย์ ไทยเทเนียม, ฟิว กิตติศักดิ์, เวฟ สาริน, กวาง ฟ้ารุ่ง และล่าสุดกับการเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับ เพ็ชร ฐกฤต และ นิวส์ นริศสันต์ นักแสดงสังกัดช่อง 3 โดยอุ๊บ วิริยะ ได้เล่ากระบวนการทำงานของตัวเองให้ฟังว่า "ถ้าเราเห็นว่าเด็กคนไหนมีแวว เราต้องเริ่มจากจับเด็กมาแต่งหน้าทำผม ดูมุมไหนดี มุมไหนไม่ดี ต้องคุยกับพ่อแม่เขา อยู่กับพี่อุ๊บจะไม่มีสัญญา เพราะพี่ไม่ค่อยเซ็นสัญญา อยู่กันด้วยใจ เพราะเด็กมีงานบ่อยๆ เก่งเข้าเราก็ส่งเข้าค่ายเข้าช่อง พอเขาเข้าช่องหรือค่ายแล้ว ค่ายเขาก็ดูแลกันไป เราก็หมดหน้าที่ แต่เรายังสามารถเรียกงานเรียกใช้กันได้เหมือนเดิม ซึ่งนี้คือสูตรในการทำงานของพี่นะ เป็นระบบและแพทเทิร์นนี้ของเรา พี่ชอบคำนี้ ‘เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ’ ไปช้าๆ แต่อยู่ได้นาน อย่าง เพ็ชร ฐกฤต 5 ปีนะ กว่าจะได้มาเป็นพระเอกช่อง 3 พี่ถึงภูมิใจไง เขาไปช้าๆ ของเขาแต่มั่นคง สมัยนี้อาศัยไปทางลัดมีเด็กเป็นสิบๆ คนเขารวยกันเป็นไม่รู้กี่บ้าน แต่พี่ว่าเน้นกระแส ออกอีเวนต์มันไปได้ไม่ไกลหรอก เอาแบบเรา กินน้อยๆ แต่กินยาว เรามีความสุขแล้ว เราไม่ได้หักอะไรเด็กเยอะ เราถือว่าให้โอกาสเด็ก"

โกโก้ นิรุณ

และสุดท้ายกับนักปั้นผู้ได้รับฉายา นักปั้นอาภัพ โกโก้ นิรุณ ลิ้มสมวงศ์ ผู้ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ในวัย 39 ปี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 21 ก.ย. 59 สร้างความตกใจและความเสียใจต่อครอบครัว ญาติพี่น้อง และน้องๆ ในสังกัดโมเดลลิ่งเป็นอย่างมาก โดยโกโก้นั้นเคยเป็นผู้จัดการที่ดูแลสาว สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข, ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์, อวบอ้วน วัฒนา ชุมสาย ณ อยุธยา, ดิว นันทธพงศ์ หรือ ดิว เดอะสตาร์ 9, กบ พิมลรัตน์ และเคยเป็นอดีตผู้จัดการและผู้ปั้นหนุ่มสุดฮอต มาริโอ้ เมาเร่อ ให้เข้าวงการบันเทิง จนกระทั่งมาริโอ้ได้ถอนตัวออกไปอยู่ในสังกัดของ เอ ศุภชัย จนกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตอยู่

ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทจะเรียกโกโก้ว่า “นักปั้นอาภัพ” เพราะคอยดูแลเด็กๆ มาหลายปี เมื่อกำลังจะไต่เต้าระดับความเด่นดัง แต่สุดท้ายก็ชิ่งหนีไปบ่อยๆ แต่ก็ไม่ทำให้โกโก้รู้สึกท้อ และก็พยายามปั้นเด็กใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะเขาทำด้วยใจรัก และมีความสุขในการทำงาน ซึ่งตอนนี้น้องๆ ในสังกัดของโกโก้มีจำนวนกว่า 200 คน หลังจากที่ทางครอบครัวจัดการเรื่องงานพิธีศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะคุยปรึกษาหารือกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ทางน้องชายของโกโก้ได้บอกว่า ตัวโกโก้เองนั้นได้ทำตามความฝันของตัวเองหมดแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วงอีก.

วงการบันเทิงไทยในทุกวันนี้ มีดาราหน้าใหม่เกิดใหม่ขึ้นทุกวันจนนับไม่ถ้วน ต่างคนต่างก็แย่งชิงพื้นที่สื่อกว่าจะดังได้ขึ้นมา โดยแต่ละคนนั้นจะมีบุคคลเบื้องหลังเป็นผู้ผลักดัน ซึ่งเรียกว่า ผู้จัดการดารา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า 22 ก.ย. 2559 15:55 ไทยรัฐ