วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มะเร็งปากมดลูก.....ป้องกันได้อย่างไร

มะเร็งปากมดลูกศัตรูร้ายหรือภัยเงียบต่อสุขภาพของสตรี ทำให้เกิดคำถามอย่างมากมายหลั่งไหลเข้ามา ถึงวิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูก...ทำอย่างไรได้บ้าง 

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับสองของผู้หญิงไทย ซึ่งรองจากมะเร็งเต้านม โดยที่สถิติจากหน่วยงานขององค์การอนามัยโลก (International Agency for Research on Cancer) รายงานว่า ในปีพ.ศ. 2555 ผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 8,184 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4,513 ราย สรุปว่าผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกจำนวนมากถึง 12 คนในทุกๆ วันที่ผ่านไป นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียใจยิ่งนัก เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้


ปัจจุบันเราทราบแน่แล้วว่าไวรัสเอชพีวีเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก โดยที่ไวรัสเอชพีวีมีการติดต่อผ่านการสัมผัสและส่วนใหญ่จะผ่านทางเพศสัมพันธ์เชื้อไวรัสเอชพีวีจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงปากมดลูกให้กลายเป็นระยะก่อนมะเร็ง หากปล่อยไว้เป็นเวลานานหรือล่วงเลยหลายปี ก็จะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ จากความจริงข้างต้นจะเห็นได้ว่าเราสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ 2 ช่วงด้วยกัน คือ 1 การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี 2 การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก


การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี

การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ทำได้โดยการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบันสามารถป้องกันการเกิดระยะก่อนมะเร็งได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80-90 โดยช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการฉีดวัคซีนคือในเด็กผู้หญิงอายุ 11-12 ปี หรือช่วงก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกให้พบเสียตั้งแต่ยังเป็นระยะก่อนมะเร็ง ซึ่งระยะนี้ยังไม่เป็นมะเร็งและยังไม่เกิดการลุกลามหรือแพร่กระจายเหมือนระยะมะเร็ง ดังนั้นเมื่อทำการตรวจคัดกรองพบว่าเป็นระยะก่อนมะเร็งก็สามารถรักษาได้ทันท่วงที เพื่อเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมไม่ให้กลายเป็นมะเร็งปากมดลูก

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปัจจุบันวิธีการตรวจที่ให้ผลได้ชัดเจนเหมาะสม คือ

การตรวจแปปเสมียร์ ซึ่งเป็นการป้ายนำเซลล์บริเวณปากมดลูกมาส่งตรวจย้อมสี และทำการตรวจเช็กผ่านกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากพบมีความผิดปกติแพทย์จะได้ทำการสืบค้นหาว่าเป็นระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ หากใช่ แพทย์จะได้ทำการรักษาเพื่อไม่ให้กลายเป็นมะเร็งปากมดลูก

การตรวจเชื้อไวรัสเอชพีวี ชนิดเสี่ยงสูงที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก กรณีที่ตรวจพบเชื้อต้องทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อค้นหาว่ามีเซลล์หรือเนื้อเยื่อระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกให้แน่ใจก่อนว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี เท่านั้น ทำให้วิธีนี้ต้องใช้ระยะเวลา และมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

การป้ายปากมดลูกด้วยน้ำส้มสายชู เพื่อตรวจเช็กเนื้อเยื่อที่ถูกป้าย หากพบว่าเนื้อเยื่อปากมดลูกมีสีขาวผิดปกติบ่งถึงระยะก่อนมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะได้ทำการรักษาในคราวเดียวกันเพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นมะเร็งปากมดลูก


ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ ได้เน้นย้ำใน 2 ประเด็น คือ 1 ผู้หญิงที่แม้จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้วก็ยังควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากวัคซีนยังป้องกันมะเร็งปากมดลูกไม่ได้ร้อยละ 100 เสียทีเดียว 2 การตรวจแปปเสมียร์ และการป้ายปากมดลูกด้วยน้ำส้มสายชู ยังคงเป็นวิธีการตรวจที่ดี ราคาถูก สะดวก และให้ผลได้ชัดเจนรวดเร็ว ทำให้แพทย์สามารถทำการดูแลรักษาหญิงสาวที่ตรวจพบว่าเป็นระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเป็นมะเร็งปากมดลูกได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญเป็นการนำสู่การดูแลสุขภาวะของหญิงไทยได้อย่างดี ลดความทุกข์กายทุกข์ใจของหญิงไทยที่ต้องตกอยู่ในสภาพที่เป็นมะเร็งปากมดลูกและญาติรอบข้างที่ต้องร่วมได้รับผลกระทบด้วยไม่ยิ่งหย่อนกัน รวมถึงช่วยกันลดอัตราการสูญเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกของหญิงไทย

ท้ายนี้ขอเชิญชวนร่วมเดิน-วิ่งมินิมาราธอน “วิ่งด้วยใจให้น้อง ป้องกันมะเร็งปากมดลูก” เพื่อการป้องกันมะเร็งปากมดลูกแก่เด็กหญิงในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2559 เวลา 06.00-11.00 น. สนใจเข้าร่วมกิจกรรมติดต่อได้ที่ 087-087-3300 หรือ 086-900-5911

ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

มะเร็งปากมดลูกศัตรูร้ายหรือภัยเงียบต่อสุขภาพของสตรี ทำให้เกิดคำถามอย่างมากมายหลั่งไหลเข้ามา ถึงวิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูก...ทำอย่างไรได้บ้าง 22 ก.ย. 2559 15:19 ไทยรัฐ