วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชื้อก่อโรค...กับน้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญ

70 เปอร์เซ็นต์ของร่างกายคนเราประกอบไปด้วยน้ำ

ซึ่งน้ำที่อยู่ในร่างกายเรา แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ น้ำที่อยู่ในเซลล์ 60 เปอร์เซ็นต์, อยู่นอกเซลล์ 30 เปอร์เซ็นต์ และอยู่ในเนื้อเยื่อ หรือเลือดอีก 10 เปอร์เซ็นต์

เราจึงต้องดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

มีคำแนะนำเกี่ยวกับเวลาของการดื่มน้ำมากมาย แต่หากกระหายก็ดื่มได้ตลอดเวลาโดยไม่มีโทษ ถ้าจะมีก็มาจากสิ่งปนเปื้อน เช่น เชื้อก่อโรค และสารเคมีตกค้างนานาชนิด ที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำดิบ หรือจากการเก็บรักษา เช่น หากเป็นน้ำที่เราซื้อจากตู้น้ำหยอดเหรียญ ก็อาจมีสิ่งปนเปื้อนจากตู้น้ำหยอดเหรียญ คือ สิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคที่สะสมที่เยื่อกรอง

หากสะสมมากจะทำให้เยื่อกรองอุดตัน และหากอุดตันมากๆจะทำให้เยื่อกรองแตก จนไม่สามารถกรองสิ่งสกปรกต่างๆในน้ำได้ เชื้อที่อาจพบปนเปื้อน เช่น สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส, ซาลโมเนลลา และคลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์

เชื้อทั้งสามชนิดก่อให้เกิดโรคที่คล้ายกัน คือ อาหารเป็นพิษ ที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน เป็นตะคริวในช่องท้อง และอ่อนเพลีย ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่นแทรกซ้อน หลายรายจะมีอาการปวดหัว เป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ และความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ ชีพจรเต้นผิดปกติ

โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพความต้านทานสารพิษของร่างกายแต่ละคน ปริมาณเชื้อที่ปนเปื้อนในน้ำ และสภาพร่างกายโดยทั่วไปของผู้ได้รับเชื้อแต่ละคน

เพื่อให้คลายความกังวลจากเรื่องอาหารการกินใกล้ตัว วันนี้สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างน้ำดื่ม จำนวน 5 ตัวอย่าง จากตู้กดน้ำดื่มหยอดเหรียญ เพื่อวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อก่อโรค 3 ชนิด ได้แก่ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส, ซาลโมเนลลา และคลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์

ผลการวิเคราะห์ปรากฏว่า ไม่พบเชื้อก่อโรคทั้ง 3 ชนิดปนเปื้อนในทุกตัวอย่าง

วันนี้ดื่มน้ำตู้หยอดเหรียญกันได้อย่างสบายใจ.

22 ก.ย. 2559 13:49 ไทยรัฐ