วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มือถือชาร์จไฟหลวง มีความผิด

งัดกม.ใหม่คุมเข้ม บิ๊กป้อม-อุ้มปรีชา

“ศรีสุวรรณ จรรยา” ซ้ำดาบสอง จ่อยื่น ป.ป.ช.สอบบริษัทลูกชาย “บิ๊กติ๊ก” รับเหมางานใน ทภ.3 วงเงิน 155 ล้านบาท ข้องใจ เพิ่งตั้งใหม่ทุนจดทะเบียนแค่ 1.5 ล้านบาท หากไม่ใช้อำนาจพิเศษจะได้งานได้อย่างไร ปลัด กห.ย้ำลูกชายทำตามระเบียบหลักเกณฑ์ บอกอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เชื่อแจง ป.ป.ช.ได้ ส่วน “ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา” ใช้เงินสมาคมแม่บ้านฯ จิ๊บๆ “บิ๊กป้อม” ออกโรงอุ้มชี้ทุกคนมีสิทธิ์ประมูล “วิษณุ” แย้มบัญชีโกงลอต 8 ถึงมือแล้ว พวกท้องถิ่นทั้งนั้น ปัดจ้องใช้ ม.44 ไล่ยึดทรัพย์ งดโต้ “บุญทรง” ให้ไปว่ากันที่ศาล “อภิรดี” มั่นใจทำถูกต้องรอบคอบ “วรงค์” เย้ยระวังเงิบรัฐฟ้องกลับ ศาล รธน.นัดลงมติร่าง รธน. 28 ก.ย. “มีชัย” ตอก กกต.เซ็ตซีโร่อย่าเดาเอง สปท.ค้านล้างไพ่ กกต. รองผู้ว่าฯตรังประกาศสู้ถึงจุดแตกหัก

จากกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบการจัดสร้างฝาย “แม่ผ่องพรรณพัฒนา” ของภริยา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหมก่อนหน้านี้ ล่าสุดเตรียมยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบริษัทของบุตรชาย พล.อ.ปรีชา ที่ตกเป็นคู่สัญญารับงานหน่วยงานในกองทัพภาคที่ 3 รวมวงเงินทั้งสิ้น 155 ล้านบาทต่อ

“บิ๊กติ๊ก” ปรับภูมิทัศน์กลาโหม

เมื่อเวลา 07.29 น.วันที่ 21 ก.ย.ที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงกลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าศาลาว่าการ กระทรวงกลาโหม มีการผูกผ้าสามสีและคล้องพวงมาลัยปืนใหญ่โบราณ จำนวน 40 กระบอก โดยมีคณะรองปลัดกระทรวงกลาโหม ข้าราชการในสังกัดร่วมในพิธี พล.อ.ปรีชากล่าวว่า ทำเพื่อความสวยงามและป้องกันสัตว์มีพิษไม่ให้เข้าไปอยู่ในปากกระบอกปืนใหญ่ เช่น หนู และงู โดยนำตราแผ่นดิน หรือตราพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์เทพพาหนะของพระนารายณ์ ปิดไว้ปากกระบอกปืน เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงความเชื่อ ต่างประเทศก็ทำแบบนี้ และบริเวณกระทรวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ตนกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ เพราะมีแผนดำเนินการมานานแล้ว

ย้ำบริษัทลูกทำตามหลักเกณฑ์

พล.อ.ปรีชายังกล่าวถึง กรณีบริษัทรับเหมาก่อสร้างของบุตรชายที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ของกองทัพภาคที่ 3 จังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ค่ายพ่อขุนผาเมือง และก่อสร้างตึกแถวนายทหารประทวน 10 ครอบครัวของโรงพยาบาลค่ายวชิรปราการ ต.น้ำริม อ.เมืองตาก รวมวงเงิน 2 โครงการ 26,960,000 บาท ในช่วงปี 2558-2559 ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบราชการ มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการปฏิบัติ ส่วนที่มองว่าเป็นเพราะนามสกุลจันทร์โอชาหรือไม่จึงถูกสังคมจับตามอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าไม่ผิดก็ไม่มีปัญหา เชื่อว่าสามารถชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้

ส.แม่บ้านควักเงินจิ๊บๆสร้างฝาย

พล.อ.ปรีชากล่าวต่อว่า ส่วนการสร้างฝายแม่ผ่องพรรณ ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ของสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมนั้น สมาคมฯถือเป็นหน่วยหนึ่งของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แม้ไม่ได้เป็นหน่วยขึ้นตรงแต่ก็ทำงานร่วมกัน มีภารกิจและงานด้านสาธารณประโยชน์ การทำฝายกั้นน้ำเพราะทางพื้นที่ร้องขอมา โดยมีศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ กรมการพลังงานทหาร ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ดูแลพื้นที่อยู่ และสมาคมฯสนับสนุนงบ– ประมาณซื้อหินจำนวน 7,800 บาท ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ช่วยหาไม้ไผ่ และลงแรงร่วมกันจัดทำฝายขึ้น ส่วนชื่อฝายชาวบ้านขอนำไปตั้งกันเอง ชาวบ้านยังขอบคุณทหารและทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้ถือเป็นกิจกรรมช่วยเหลือสังคม

“บิ๊กป้อม” อุ้มทุกคนมีสิทธิ์ประมูล

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีชื่อบุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทที่เข้ามารับทำโครงการกองทัพภาคที่ 3 ว่า โครงการดังกล่าวต้องผ่านการประมูลใครก็ประมูลได้ ไม่ได้มีกำหนดห้ามลูก พล.อ.ปรีชายื่นซองประมูล หากใครให้ราคาต่ำ และคุณภาพเป็นตามความต้องการกองทัพภาคที่ 3 ก็ได้งานไป และประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เห็นหน้ากันอยู่แล้ว ข้อสงสัยของสังคมถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะนามสกุลจันทร์โอชา เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่บานปลายเพราะไม่มีอะไร และไม่กลัวจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของกองทัพ ทุกอย่างทำตรงไปตรงมาทุกเรื่อง เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐานให้นัก การเมืองสามารถส่งคนนามสกุลเดียวกันมาประมูลงานหน่วยงานรัฐได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทำได้หมดถ้าทำตรงไปตรงมา

“ศรีสุวรรณ” ไล่บี้ยื่น ป.ป.ช.สอบ

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า จากข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวว่า บริษัทของบุตรชาย พล.อ.ปรีชา เป็นคู่สัญญารับเหมากับหน่วยงานในกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 7 โครงการ มูลค่ากว่า 97 ล้านบาท และเป็นคู่สัญญากับสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 อีก 1 สัญญามูลค่ากว่า 44 ล้านบาท และเป็นคู่สัญญากับ อบจ.พิษณุโลก 3 สัญญา มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 155 ล้านบาท ทั้งที่บริษัทดังกล่าวเพิ่งจดทะเบียนเมื่อปี 2555 มีทุนจดทะเบียนเพียง 1.5 ล้านบาท จึงเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชน ว่าหากไม่ใช้อำนาจพิเศษเพื่อประโยชน์ในการเสนอราคาประมูลงานดังกล่าวแล้ว บริษัทหน้าใหม่ที่มีทุนจดทะเบียนเล็กน้อย จะสามารถชนะการประมูลงานของรัฐที่มีมูลค่านับสิบนับร้อยล้านได้อย่างไร เชื่อว่าน่าจะมีการกระทำอันเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ประกอบ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 100 สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนความจริงให้ปรากฏ ในวันที่ 22 ก.ย.2559 เวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี

“วิษณุ” เผยบัญชีโกงลอต 8 ถึงมือ

วันเดียวกันเวลา 09.30 น.ที่ห้องประชุมคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่อง “การกระจายอำนาจกับการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ในการเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบ ว่า 2 ปีมานี้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตรวจสอบทุจริต และมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พักงานหรือให้ออกไปแล้วเกือบ 300 คน ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ส่งรายชื่อมาเกือบ 80 คน ท้องถิ่นทั้งนั้น ยกครัว ยกจังหวัด ทุจริตเรื่องเดียวกัน คล้ายกัน มีทั้งตั้งใจทุจริตและไม่รู้ นึกว่าในอำนาจหน้าที่ตัวเองทำได้

ขู่ไม่ได้เว่อร์ใช้แน่ ก.ม.เจ็ดชั่วโคตร

นายวิษณุกล่าวต่อว่า พวกที่รู้ว่าผิดแล้วยังทำ มีวิธีจัดการอยู่ แต่กับพวกผิดโดยสุจริตไม่แน่ใจข้อปฏิบัติ รัฐบาลจะทำคู่มือให้คำแนะนำและตั้งคณะกรรมการขึ้นมาปรึกษา เพื่อทำให้แน่ใจว่าอะไรทำแล้วปลอดภัย ต้องหาหลังพิงฝาให้รู้ว่าอะไรทำไม่ได้ ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐฉบับใหม่ และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม หรือกฎหมายเจ็ดชั่วโคตร กำลังจะออกมา บอกเลยออกมาใช้แน่กับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน เข้มงวดมาก ใครริเริ่มโครงการ ใครอนุมัติโครงการ ผลประโยชน์ทับซ้อน คนต้นคิดผิดหมดทั้งกระบวนการ จนถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้เว่อร์นี่เป็นเรื่องจริง ต่อไปเอาโทรศัพท์มาชาร์จไฟราชการก็ถือว่ามีความผิด ใช้ซองตราครุฑใส่เงินไปให้ของขวัญก็ผิด แต่จะมีข้อยกเว้นให้ในบางกรณี

ปัดจ้องใช้มาตรา 44 ไล่ยึดทรัพย์

ต่อมานายวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ขู่จะฟ้องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเรียกค่าเสียหายในส่วนการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า เป็นสิทธิของนายบุญทรง หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนที่นายบุญทรงทักท้วงรัฐบาลใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 56/2559 ให้กรมบังคับคดีใช้มาตรการบังคับทางปกครองเรียกเก็บค่าเสียหายนั้น อธิบายหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้ไปให้ยึดทรัพย์ ออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่รัฐเวลาที่จะไปยึดทรัพย์เท่านั้น ยังใช้กระบวนการตามกฎหมายตามปกติ คือ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ก่อนหน้านี้สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยากให้ออกกฎหมายให้อำนาจกรมบังคับคดีเหมือนกัน ต่อมาสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดย รมว.ยุติธรรมขณะนั้น เตรียมเรื่องให้กรมบังคับคดีตั้งกองบังคับคดีตามคำสั่งทางปกครอง แต่ติดที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ เพราะกฎหมายให้ยึดคำสั่งศาล จึงต้องพับเรื่องไว้

งดโต้ “บุญทรง” ไปว่ากันที่ศาล

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนข้อทักท้วงว่าคดีอาญายังไม่จบ แต่ดำเนินการเตรียมยึดทรัพย์นั้น เป็นคนละประเด็นกัน การดำเนินคดีวินัยกับบุคคลสามารถแยกทางกับคดีอาญาหรือคดีแพ่งได้ เพราะใช้กฎหมายคนละฉบับ คนละข้อหา พิจารณาคนละศาล ใครจะทำก่อนหรือหลังไม่แปลก เพราะไม่ได้แปลว่าเมื่อศาลหนึ่งยกฟ้องแล้วจะยกฟ้องทั้งหมด การเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง อายุความสั้นเพียง 2 ปี จะครบกำหนดวันที่ 16-17 ก.พ.2560 ถ้าจะถ่วงเวลาให้คดีอาญาจบ รับรองว่าเลยอายุความจะฉุกละหุก ยืนยันได้ทั้งหมดอยู่บนความเป็นธรรมและมาตรฐานปกติ ส่วนจะผิดหรือถูกอย่างที่นายบุญทรงบอกหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องไปเถียงกับนายบุญทรง ต้องไปว่ากันในศาล ส่วนการใช้มาตรา 44 ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจยึดทรัพย์ก่อนจะมีคำสั่งทางปกครองนั้น ไม่แปลกเหมือนกัน เพราะต้องรอคำสั่งทางปกครองก่อน จากนี้นายบุญทรงกับพวก ถ้าใน 30 วันยังไม่อุทธรณ์จะเตือนอีก 15 วัน ถ้ายังไม่ดำเนินการอะไรเมื่อครบ 45 วันนับแต่วันส่งคำสั่งไปให้ กรมบังคับคดีจะเข้าไปยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

จนท.ทุกคนต้องทำตามหน้าที่

เมื่อถามว่านายบุญทรงขู่ฟ้องกลับ ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความเกรงกลัวหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบว่ากลัวหรือไม่ แต่ต้องดำเนินการต่อไป ทุกคนทำตามหน้าที่ เมื่อศาลบอกว่าผิดคือผิด และมาตรา 44 ไม่ได้คุ้มครองทุกคน ทุกสถานการณ์ เพราะมีข้อแม้ว่าต้องทำโดยสุจริต และต้องขอบคุณนายพูลเดช กรรณิการ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่แสดงความเป็นห่วง แต่ข้อกฎหมายบางเรื่อง พิจารณามาก่อนที่นายพูลเดชจะยื่นหนังสือแล้ว ไม่ได้บอกว่ามั่นใจอะไร แต่ทุกคนทำไปตามหน้าที่

“อภิรดี” มั่นใจทำถูกต้องรอบคอบ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ไม่กังวลและไม่หนักใจที่นายบุญทรงขู่ฟ้องกลับทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่มีส่วนในการลงนามหนังสือบังคับทางปกครองเรียกค่าเสียหายจากการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพราะมั่นใจว่าดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และรอบคอบแล้ว ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้ถูกเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้ง 6 รายแล้ว ตามขั้นตอนกฎหมายหากทั้ง 6 คนยังเพิกเฉยหรือไม่ชดใช้ค่าเสียหายตามที่กำหนด จะส่งเรื่องเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดีต่อไป โดยมีกรมบังคับคดีเป็นผู้ดำเนินการอายัดทรัพย์ตามกฎหมาย เมื่อถามว่าเตรียมความพร้อมกรณีถูกฟ้องกลับอย่างไร นางอภิรดีตอบว่า มีฝ่ายกฎหมายเตรียมไว้อยู่แล้ว และจะไม่ตอบคำถามใดๆต่อจากนี้

“วรงค์” บอกระวังเงิบรัฐฟ้องกลับ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจยึดทรัพย์ก่อนจะมีคำสั่งทางปกครอง ไม่ใช่การลัดขั้นตอนตามที่นายบุญทรงกล่าวอ้าง เป็นไปตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพราะสิทธิการร้องต่อศาลปกครองของนายบุญทรงยังคงอยู่ปกติ เพียงแต่มาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคับคดีมาทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ในขั้นตอนสุดท้าย ส่วนที่นายบุญทรงยืนยันว่าการดำเนินการระบายข้าวจีทูจีไม่มีความเสียหายนั้น คิดว่านายบุญทรงคงสับสน รัฐไม่ได้กล่าวหาว่ากรมการค้าต่างประเทศได้เงินไม่ครบ แต่เขากล่าวหาว่าการระบายข้าวจีทูจีไม่ใช่ของจริง หรือไม่มีสัญญาจากตัวแทนรัฐบาลจีนจริง ข้าวไม่ได้ส่งออกไปจีน แต่นำมาเวียนขายภายในประเทศ ราคาที่กรมการค้าต่างประเทศขายก็ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ที่นายบุญทรงอ้างว่าจะฟ้องทั้งแพ่งและอาญา มีสิทธิทำได้ แต่ให้ระวังว่าเขาจะฟ้องกลับด้วย ถ้าการฟ้องนั้นไม่สมเหตุผล

ศาล รธน.นัดลงมติร่าง รธน.

ช่วงบ่ายวันเดียวกันที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณากรณีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม ให้พิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ โดยภายหลังการประชุมสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยและนัดแถลงด้วยวาจา ก่อนการลงมติในวันที่ 28 ก.ย.นี้

“มีชัย” ตอก กกต.อย่าไปเดาเอง

ที่รัฐสภา มีการประชุม กรธ. มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะต่อการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุ หาก กรธ.จะเซ็ตซีโร่ กกต. ต้อง เซ็ตซีโร่องค์กรอิสระอื่นด้วย ว่า กรธ.ไม่เคยพูดถึงการ เซ็ตซีโร่ ยังไม่เคยมีแนวคิด อย่าพึ่งเดากันไปเอง ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดว่าองค์กรอิสระต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังไม่ได้คิดอะไร ต้องรอสรุปความเห็นในการสัมมนาวันที่ 28 ก.ย.ก่อน เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเซ็ตซีโร่หรือไม่ เพราะต้องมี กกต.เพิ่มใหม่อีก 2 คน อาจทำให้การทำงานกับชุดเก่าเหมือนปลาสองน้ำ นายมีชัยตอบว่า ต่อไปต้องทำงานเป็นปลาหลายน้ำ ต้องช่วยกันทำงานอยู่ดี วันนี้คนที่ทำงานไม่ได้จูงมือเข้าพร้อมกันยังทำงานกันได้ เวลาเขียนกฎหมายลูกต้องเขียนให้ครอบคลุม

แค่อธิบายกรอบอำนาจ–ที่มา

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ.กล่าวว่า ขอชี้แจงกรณีนายสมชัยพาดพิงว่าตนสนับสนุนให้เซ็ตซีโร่ กกต.นั้น ยืนยันไม่ได้สนับสนุนเรื่องเซ็ตซีโร่ กกต. เพียงแต่อธิบายว่าองค์กรอิสระจะเป็นอย่างไร เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ เพราะภาระหน้าที่ และคุณสมบัติ แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ 2550 จึงเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาคุณสมบัติที่จะกำหนดไว้ในกฎหมายลูกอีกครั้ง ว่าสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงประเด็นหากมีการปรับเปลี่ยนกรรมการในองค์กรอิสระ โดยเฉพาะ กกต.แล้ว จะสามารถสรรหา กกต.ชุดใหม่ 7 คน เพื่อมาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ส.ส. และจัดทำกระบวนการสรรหา ส.ว. ทันภายใน 5 เดือน ตามที่บทเฉพาะกาลกำหนดไว้หรือไม่ ทั้งหมดจึงเป็นเพียงคำอธิบายที่ยังต้องรอการพิจารณา โดยเฉพาะการสัมมนารับฟังความเห็นในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ ประเด็นเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระ ไม่ได้ยุติที่ กรธ. แต่เป็น สนช.ที่จะพิจารณาอีกครั้งก่อนประกาศใช้

ร่อนเทียบเชิญทุกพรรคร่วมถก

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความเห็นของประชาชน กรธ.กล่าวถึงการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น ต่อร่างกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองและร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 28 ก.ย. ว่า ล่าสุดไปเชิญพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อให้ส่งตัวแทนเข้าร่วมสัมมนา นอกจากนั้นยังเชิญนักวิชาการ สื่อมวลชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย โดยจะไม่จำกัดประเด็นหรือการรับฟังความเห็นของผู้เข้าร่วม กรธ.จะไม่ปิดกั้น หลังการรับฟังความเห็นแล้ว คณะทำงาน กรธ.จะนำไปประมวลผล นำเนื้อหาที่เหมาะสม เป็นประโยชน์เพื่อบัญญัติไว้ในกฎหมายลูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดทำกฎหมายลูก 10 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและภาคส่วนอื่นๆ คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญของ กรธ. เตรียมจัดเวทีรายภูมิภาค นำประเด็นที่ยังไม่ตัดสินใจ เช่น กรณีให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ต้องยื่นแสดงรายการเสียภาษีย้อนหลัง เป็นเวลา 3 ปี หรือ 5 ปี ไปให้ประชาชนช่วย กรธ.ตัดสินใจ

สปท.การเมืองค้านล้างไพ่ กกต.

ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท.กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.ด้านการเมืองได้ข้อสรุปหลักการร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้ง ดังนี้ 1.ให้ กกต.สร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เป็นแบบอย่าง ไม่กระทำการอันเป็นประโยชน์ส่วนตน 2.ให้ทำงานเป็นระบบ มีความสัมพันธ์ประสานเชื่อมโยงภายในองค์กร กกต. 3.การบริหารงาน ให้รับผิดชอบการทำงานร่วมกัน ไม่ควรแบ่งความรับ ผิดชอบเป็นส่วนๆ 4.ให้สร้างวัฒนธรรมองค์กรต่อการทำงานของ กกต.ร่วมกัน 5.ไม่กระทำการใดอันอาจทำให้ประชาชนขาดความศรัทธา นำไปสู่ความไม่เชื่อถือต่อการเลือกตั้ง 6.ให้ใช้งบประมาณด้วยความประหยัด 7.การสับเปลี่ยนตำแหน่งประธานหรือกรรมการ โดยมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมาย เป็นการกระทำอันไม่สมควร ทั้งนี้ คาดว่าจะนำข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวิป สปท.สัปดาห์หน้า เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม สปท.ให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอไปยัง กรธ.ต่อไป ส่วนการเซ็ตซีโร่ กกต.นั้น ไม่เห็นด้วย จะทำให้เกิดปัญหาความไม่ต่อเนื่องและเกิดความวุ่นวาย

“บิ๊กป้อม” ไม่ยุ่งจัดอำนาจ กกต.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ข้อเสนอที่จะให้ กกต.มีอำนาจจับกุมตัวผู้กระทำผิดซึ่งหน้าได้นั้น เป็นความรับผิดชอบของ กรธ. ส่วนข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ให้ยุบองค์กรอิสระแล้วแต่งตั้งใหม่ทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องของ กรธ.เช่นกัน

ให้นักการเมืองปฏิรูปการเมือง

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลแถลงผลงานออกกฎหมายได้ถึง 187 ฉบับใน 2 ปี แต่รัฐบาลก่อนหน้าออกได้เพียง 120 ฉบับในระยะเวลา 7 ปี ว่า การออกกฎหมายในสภาปกติ มีฝ่ายค้านคอยท้วงติงอย่างรอบด้าน ต้องผ่านการพิจารณาจาก ส.ว.อีกชั้นหนึ่งก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ จึงใช้เวลานาน แต่สมัยนี้ สนช.สภาเดียวประกาศเป็นกฎหมายได้เลย อาจขาดความรอบด้าน ตัวเลขที่ออกมาจึงไม่แปลก ส่วนเรื่องการปฏิรูปการเมือง ควรให้นักการเมืองที่ประชาชนเลือกมาทำหน้าที่ปฏิรูป เพราะรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร แตกต่างกับผู้ที่มาจากการแต่งตั้งที่ไม่ผ่านประชาชน

ชงปราศรัยพาดพิงคู่แข่งไม่ผิด

นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีข้อเสนอต่อร่างกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถึง กรธ. 2 ประเด็น คือ 1.ควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมือง รณรงค์หาเสียง ตั้งเวทีปราศรัย และถ่ายทอดสดผ่านสื่อได้ทุกแขนง โดยให้คิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งด้วย ที่ผ่านมาลักลั่น ระหว่างการเมืองระดับชาติกับระดับท้องถิ่น ที่รณรงค์หาเสียงผ่านสื่อได้ทุกแขนง แต่ระดับชาติห้ามเผยแพร่ผ่านสื่อทีวีและวิทยุ 2.การปราศรัยหาเสียงพาดพิงถึงคู่แข่งขัน ไม่เป็นความผิดที่ กกต.จะใช้พิจารณาให้ใบเหลืองใบแดงได้ แต่ให้ผู้เสียหายใช้ช่องทางฟ้องศาลในคดีหมิ่นประมาทกันเอง ควรให้ศาลยุติธรรมดูแลเรื่องเหล่านี้

“สมคิด” บ่นอุบเดี๋ยวนี้มีเเต่นิยาย

อีกเรื่อง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมว่า จะเป็นนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ตามที่คาดการณ์กันหรือไม่นั้น รวมถึงจะปรับทีมเศรษฐกิจหรือไม่ เป็นสิ่งที่นายกฯในฐานะผู้นำรัฐบาลจะพิจารณา ส่วนการทำงานกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ไม่มีอะไร ตนได้เสริมมาตรการช่วยเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) แต่กลายเป็นนิยายอีกเรื่องว่าเป็นปัญหาเทคโนแครตกับทหาร ส่วนเรื่องนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ที่เพิ่งลงนามในคำสั่งทางปกครอง เรียกค่าเสียหายกรณีขายข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล่าช้านั้น นางอภิรดีคงต้องการความแน่ใจเรื่องข้อมูล ก็ส่งกลับไปให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนค่อยลงนาม ก็กลายเป็นนิยายอีกเรื่อง

ยังไม่คิดหาตำแหน่งให้ “บิ๊กหมู”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการพิจารณาหาตำแหน่งให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ที่จะเกษียณวันที่ 30 ก.ย.นี้ว่า พล.อ.ธีรชัยมีหน้าที่เป็น สนช.อยู่แล้ว ลืมคิดว่าจะเอามาช่วยงานในตำแหน่งใด ส่วนรายชื่อสนช.ใหม่จำนวน 30 คน จะประกาศให้ทราบภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้

“ชวรัตน์” พ้นบ่วง ป.ป.ช.ตีตกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องกรณีการกล่าวหานายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีต รมว.มหาดไทย นายมานิต วัฒนเสน และนายวิเชียร ชวลิต อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีสั่งการย้ายนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ จากตำแแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยโดยมิชอบ ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนื่องจากที่ประชุม ป.ป.ช. พิจารณาตามความเห็นของคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว เห็นว่าจากการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฎข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่ฟังได้ว่า ทั้ง 3 คนได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ถือว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

“วิลาศ” กัดติดส่อทุจริต กปภ.

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการทุจริตของผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาค สาขาต่างๆ ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักการข่าวและกิจการพิเศษสำนักงาน ป.ป.ช. โดยนายวิลาศ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2552-2557 กปภ.มีนโยบายเปลี่ยนมาตรมิเตอร์จากที่มีแกนมาตรทองเหลือง เป็นแกนมาตร PE ท่อสีดำ ตามระเบียบต้องนำมาตรมิเตอร์เก่ามาคืน แต่มีข้อร้องเรียนว่าไม่มีการนำเงินจากการขายมิเตอร์เก่ามาคืนที่ กปภ. จึงมาขอให้ตรวจสอบรวมถึงให้ตรวจสอบกรณีละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีการก่อสร้างอาคารสำนักงาน 4 ชั้น และอาคารห้องปฏิบัติการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 1 ที่ส่อว่าอาจทำผิดกฎหมายและระเบียบกรมบัญชีกลาง ตอนมีการรับทำสัญญาก่อสร้างกับผู้รับเหมารายใหม่ ส่อว่าอาจไม่ทำตามแบบแผนก่อสร้าง ก่อนหน้านี้ได้ยื่นให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบแล้วเช่นกัน

รองผู้ว่าฯประกาศสู้ถึงจุดแตกหัก

ส่วนการเดินหน้าร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงมหาดไทยนั้น นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ตรัง กล่าวว่า ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรม 4 แห่ง คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รมว.มหาดไทย ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี เพื่อต้องการขอคำชี้แจงถึงผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ว่าทำไมคนที่เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดมา 5-8 ปี จึงไม่ได้รับการแต่งตั้ง แต่คนที่เป็นรองผู้ว่าฯเพียง 1-2 ปี และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ และไปเรียนที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ทำไมจึงได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ จึงต้องขอความเป็นธรรมและขอคำชี้แจง ไม่ได้หมายความว่าจะมาขอตำแหน่ง ไม่หวังว่าทางผู้บังคับบัญชาจะตอบรับคำร้องขอจากตน แต่ในเรื่องการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม จึงต้องผ่านคำตอบก่อน และขอคำตอบภายในวันที่ 26 ก.ย.นี้ ต้องเดินหน้าให้เป็นไปตามขั้นตอนต่อไป และการยื่นถวายฎีกา โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักราชเลขาธิการรับเรื่องไปแล้ว ซึ่ง 3 จุดนี้ถือเป็นจุดแตกหัก แต่ต้องใช้เวลา

เอ็นดีเอ็มบี้อัยการถอนฟ้อง

ที่ศาลจังหวัดราชบุรี นายปกรณ์ อารีกุล นายอนันต์ โลเกตุ นายอนุชา รุ่งมรกต นายภาณุวัฒน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) และนายทวีศักดิ์ เกิดโภคา นักข่าวหนังสือพิมพ์ประชาไท พร้อมทนายความ เดินทางมาที่ศาล จ.ราชบุรี โดยศาลนัดให้มาทำการสมานฉันท์ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จากกรณีเดินทางมาให้กำลังใจแกนนำกลุ่ม นปช.ที่ สภ.บ้านโป่ง ช่วงการทำประชามติ โดยนายปกรณ์กล่าวว่า มายื่นคำร้องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อขอให้ถอนฟ้องในคดีนี้ การทำประชามติผ่านไปแล้ว และ กกต.แจ้งว่า การแจกสติกเกอร์ไม่ผิด ประชาชนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระเป็นเรื่องสากล ทั้ง 5 คนยืนยันว่าจะไม่รับสารภาพ ไม่เข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์ และวันที่ 17 ต.ค. จะเดินทางมาที่ศาลนัดไต่สวนเพื่อสู้คดีต่อไป

“บิ๊กตู่” หารือกษัตริย์จอร์แดน

สำหรับภารกิจเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างวันที่ 18-25 ก.ย. พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 20 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ เข้าเฝ้าฯ และหารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2 อิบน์ อัล-ฮุสเซน สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าเฝ้าฯเป็นครั้งที่ 3 โดยไทย-จอร์แดนจะจัดกิจกรรมครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในวันที่ 10 พ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชมบทบาทของจอร์แดนในการรักษาสันติภาพให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั้งชาวปาเลสไตนและชาวซีเรีย ขอบคุณที่เข้าใจและสนับสนุนไทยในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC Summit) ครั้งที่ 13 และช่วยเหลือดูแลนักศึกษาไทย 650 คนเป็นอย่างดี โอกาสนี้สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน ได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และชื่นชมติดตามความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างไทย-จอร์แดนในทุกๆด้าน

โชว์วิสัยทัศน์แก้ปมค้ามนุษย์

พล.ต.วีรชนกล่าวอีกว่า จากนั้นเวลา 15.30 น.ที่ห้องประชุม UN Trusteeship Council สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัย ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นเจ้าภาพ โดยนายกฯย้ำให้ทุกประเทศต้องร่วมมือกันดูแลผู้ลี้ภัย ทั้งประเทศต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ตลอด 40 ปีไทยให้การดูแลผู้หนีภัยด้วยมนุษยธรรม ปัจจุบันให้ที่พักพิงแก่ ผู้หนีภัยการสู้รบจากชายแดนด้านตะวันตกประมาณ 1 แสนคน ไม่นับรวมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติอีกกว่า 3 ล้านคน และยินดีที่ประชาคมโลกร่วมกันรับรองแถลงการณ์นิวยอร์ก สำหรับผู้ลี้ภัยและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน รัฐบาลไทยออกมาตรการ ปรับปรุงบังคับใช้กฎหมาย ทั้งจัดงบฯราว 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี หรือร้อยละ 0.05 ของจีดีพี ให้การดูแลสำหรับค่ารักษาพยาบาล การศึกษา ฝึกอาชีพ ให้ความช่วยเหลือไม่ต่างจากคนไทย ขณะนี้กำลังพิจารณาออก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย เพื่อไม่ส่งบุคคลกลับไปสู่อันตราย

กฎหมายเจ็ดชั่วโคตร กำลังจะออกมา บอกเลยออกมาใช้แน่กับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน เข้มงวดมาก ใครริเริ่มโครงการ ใครอนุมัติโครงการ ผลประโยชน์ทับซ้อน คนต้นคิดผิดหมดทั้งกระบวนการ จนถึง ครม.ต่อไปเอาโทรศัพท์มาชาร์จไฟราชการก็ถือว่ามีความผิด 22 ก.ย. 2559 08:00 22 ก.ย. 2559 08:06 ไทยรัฐ