วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตรวจสอบวัด ใบอนุญาต ที่ทำเขื่อนยื่น

จุดเรือมรณะชน! จนเสียชีวิต28ศพ

ตำรวจจ่อแจ้งข้อหาเจ้าของเรือมรณะ ล่มแม่น้ำเจ้าพระยาเมืองกรุงเก่า คร่าชีวิตผู้โดยสารชาวไทยมุสลิม 28 ศพ เรียกสอบผู้เช่าเรือว่าเจ้าของเรือรู้เห็นเป็นใจให้เรือบรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนดหรือไม่ พนักงานสอบสวนเดินหน้าสอบพยานไปแล้ว 60 ปาก ยังเหลือคนเจ็บอยู่โรงพยาบาล 7 รายกับญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้งผลตรวจสภาพเรือและแนวสันเขื่อนใต้น้ำจุดเกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการภายใน 1 เดือน รองอธิบดีกรมเจ้าท่าตรวจสภาพเรือมรณะพบรอยแตกใต้ท้องเรือกว้าง 40 ซม.ยาว 8 เมตร คาดกระแทกแท่นปูนที่ยื่นออกมาจากสันเขื่อนหน้าวัดสนามไชย จี้ตรวจสอบว่าขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามแบบหรือไม่ หากผิดต้องแจ้งดำเนินคดีกับทางวัดด้วย

จากเหตุโศกนาฏกรรมสลด เรือโดยสารคณะชาวไทยมุสลิมพุ่งชนแท่นปูนสันเขื่อนพนังกั้นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดสนามไชย ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จนท้องเรือแตกล่มลงในแม่น้ำ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ก.ย. หลังเกิดเหตุหน่วยกู้ภัยระดมกำลังช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและลงงมค้นหาร่างผู้โดยสารที่จมน้ำสูญหาย กระทั่งพบผู้เสียชีวิตครบแล้วทั้งหมด 28 ศพ ขณะที่กรมเจ้าท่านำเรือเครนขนาดใหญ่ 2 ลำมากู้ซากเรือมรณะออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว ส่วนการดำเนินคดีนายวิรัช ชัยศิริกุล คนขับเรือถูกแจ้ง 4 ข้อหาหนัก ตำรวจนำตัวส่งฝากขังต่อศาลก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำพระนครศรีอยุธยา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 21 ก.ย. นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสรุปรายงานผลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุเรือล่ม ดังนี้ 1.ผู้เสียชีวิต จำนวน 28 ราย แยกเป็นชาย 7 ราย หญิง 21 ราย 2.ผู้สูญหายที่ได้แจ้งไว้ที่กองอำนวยการ 1 ราย คือ ด.ช.อภินันท์ แสงขำ อายุ 2 ขวบ ตรวจสอบข้อมูลตามทะเบียนราษฎรแล้วไม่มีชื่อบุคคลดังกล่าว จึงเชื่อได้ว่าเป็นการแจ้งคลาดเคลื่อน 3.ผู้บาดเจ็บสาหัสยังคงพักรักษาตัวที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 7 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 6 ราย 4.การกู้เรือ ได้ดำเนินการกู้และลากจูงจากบริเวณหน้าวัดสนามไชย ไปยังจุดใกล้โบสถ์นักบุญยอเซฟ เพื่อยกเรือขึ้นและทำการอุดปะรอยรั่วชั่วคราว

หัวหน้า ปภ.พระนครศรีอยุธยา เผยต่อไปว่า ได้ยุติการค้นหาผู้ประสบภัยทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าอุดปะรอยแตกของเรือชั่วคราวและสูบน้ำออกจนเรือลอยได้ตามปกติ แล้วลากเรือผ่านจุดน้ำวนที่แม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังคานเรือศรีเจริญ บริเวณข้างวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา ได้อย่างปลอดภัย ยกขึ้น คานบนบกเรียบร้อย ต่อมาตำรวจ กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เดินทางมาตรวจสอบพบมีร่องรอยหัวเรือแตกขนาดกว้าง 40 ซม.ยาว 8 เมตร เตรียมซ่อมแซมและรวบรวมไว้เป็นหลักฐานต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ ผกก. (สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีเรือล่มรวมกว่า 100 ปาก สอบไปแล้วประมาณ 60 ปาก ยังเหลือคนเจ็บที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 7 รายกับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 28 ราย คาดว่าอีก 2 สัปดาห์แล้วเสร็จ รวมทั้งรอผลพิสูจน์สภาพเรือจากกรมเจ้าท่าและผลพิสูจน์แนวสันเขื่อนใต้น้ำที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งอัยการภายใน 1 เดือน จากการสอบปากคำพยานส่วนใหญ่ให้การตรงกันว่า ขณะเกิดเหตุ นายวิรัช ชัยศิริกุล คนขับเรือ ขับเรือด้วยความเร็วและแซงเรือบรรทุกทรายทางด้านขวาขณะแล่นตามน้ำ ทำให้เรือเสียหลักบังคับไม่อยู่ ใต้ท้องเรือฟาดกับสันเขื่อนจนเรือแตกและล่มลงทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แจ้งข้อหาดำเนินคดีนำไปฝากขังต่อศาลไม่ให้ประกันตัวส่งเข้าเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผกก. (สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา เผยต่อไปว่า สำหรับนายสุนทร พันธุ์เสือทอง เจ้าของเรือ พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาสำนวนคดีอย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันได้นำตัวนายอภิชาติ เมืองสุวรรณ อายุ 47 ปี ผู้เช่าเรือมาสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลที่แท้จริงว่า เจ้าของเรือรู้เห็นอยู่แล้วหรือไม่ว่ามีผู้โดยสารมากกว่า 50 คน และติดต่อเช่าเรือมานานกี่ปี เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับเจ้าของเรือต่อไป ถ้ามีความผิดจะแจ้งข้อหา ใช้ยานพาหนะบรรทุกผู้โดยสารโดยประการที่จะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่นและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 233 และ 238

ส่วนนายอภิชาติ เมืองสุวรรณ ผู้เช่าเรือให้การว่า เช่าเรือลำดังกล่าวราคา 50,000 บาท ไปร่วมพิธีงานประเพณีประจำปีของชาวมุสลิมมานานกว่า 10 ปี ช่วงปีแรกๆ มีคนน้อย จนกระทั่งปี 56 คนเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีคนศรัทธาและลูกหลานมากขึ้น มาปีนี้มีคนเต็มลำเรือคาดว่ามากกว่า 100 คน

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมคณะ เดินทางไปที่คานเรือศรีเจริญ ข้างวัดพนัญเชิงวรวิหาร เพื่อตรวจสอบสภาพเรือลำที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่า จากการสันนิษฐาน คนขับเรือควบคุมเรือไม่ได้เพราะเป็นทางโค้งมีกระแสน้ำไหลแรง กราบเรือด้านขวากระแทกกับแท่นปูนที่ยื่นออกมาจากสันเขื่อน ท้องเรือจึงแตกกว้างประมาณ 40 ซม.ยาว 8 เมตร สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา ไปตรวจสอบที่วัดสนามไชย ว่าการก่อสร้างเขื่อนมีใบอนุญาตถูกต้องและสร้างตามแบบหรือไม่ หากตรวจพบว่ามีความผิดจะแจ้งความดำเนินคดีกับทางวัดด้วย ขณะนี้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหารายละเอียดตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้เสร็จภายใน 10 วัน ส่วนมาตรการเสริมเพิ่มเติมคือต้องการให้เรือบรรทุกสินค้า เรือโดยสาร และเรือประเภทอื่นๆ ต้องมีวิทยุสื่อสารทุกลำ

ที่มัสยิดอาลียีนนูรอยน์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา พระครูอนุกูล ศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดศาลาปูน และเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา พระพิพัฒนศาสนกิจ วิธาน (เจ้าคุณเบิ้ม) เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง และรองเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะสงฆ์กว่า 20 รูป นำข้าวสาร 200 ถุง พร้อมเงินสด 151,000 บาท มาช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่เป็นชาวมุสลิมจำนวนมากในเหตุการณ์เรือล่ม โดยมีนายจักรกฤษ เส้นขาว โต๊ะอิหม่าม มัสยิดอาลียีนนูรอยน์ เป็นตัวแทนรับมอบ พร้อมนายดำรง พุฒตาล เป็นสักขีพยาน ทั้งนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีหลายศาสนาอยู่ร่วมกัน ศาสนาพุทธกับศาสนาอิสลามเสมือนเป็นพี่น้องกัน ใครได้รับความเดือดร้อนก็จะช่วยเหลือกันด้วยความปรองดองและสมานฉันท์อย่างมีความสุข

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยความคืบหน้าการตรวจสอบการทำประกันภัยอุบัติเหตุของเรือสมบัติมงคลชัยล่มที่ จ.พระนคร ศรีอยุธยา จนมีผู้เสียชีวิต 28 รายว่า สั่งการให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงาน คปภ.ภาค 8 ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานด้านการประกันภัย และประสานไปยังบริษัทประกันภัยให้เร่งจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนและค่ารักษาพยาบาลให้กับครอบครัวของผู้ประสบภัยโดยเร็ว จากตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีผู้เสียชีวิต 6 รายทำประกันภัยไว้ นอกจากนี้ บริษัทไทยพัฒนาประกันภัย ที่รับทำประกันภัยเรือโดยสารลำดังกล่าว แต่กรมธรรม์หมดอายุไปแล้ว ได้แสดงความจำนงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย มอบเงินให้กับทายาทของผู้เสียชีวิตรายละ 10,000 บาท ทางสำนักงาน คปภ.จะรีบประสานงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป

สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต 6 ราย ที่ทำประกันภัยไว้มีดังนี้ นางละมัย กระจ่างแสง ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้กับบริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ 150,000 บาท รวมทั้งทำประกันชีวิตไว้กับ บจ.เอไอเอ 110,000 บาท นางสุวิมล บุญรักษ์ ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้กับบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต 59,644 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ 100,000 บาท น.ส.ชนาพา มหาครุฑ ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้กับบริษัทไทยประกันชีวิต 120,000 บาท น.ส.วาสนา แจ่มคง ทำกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุไว้กับบริษัทชับบ์สามัคคีประกันภัย 100,000 บาท นางมัชรีณ์ รักพงษ์ ทำกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุไว้กับบริษัทชับบ์สามัคคีประกันภัย 100,000 บาท และนายจำรัส บุญรักษ์ ทำกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุไว้กับบริษัทแอลเอ็มจี ประกันภัย 600,000 บาท

ตำรวจจ่อแจ้งข้อหาเจ้าของเรือมรณะ ล่มแม่น้ำเจ้าพระยาเมืองกรุงเก่า คร่าชีวิตผู้โดยสารชาวไทยมุสลิม 28 ศพ เรียกสอบผู้เช่าเรือว่าเจ้าของเรือรู้เห็นเป็นใจให้เรือบรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนดหรือไม่ พนักงานสอบสวนเดินหน้าสอบพยานไปแล้ว 22 ก.ย. 2559 07:38 22 ก.ย. 2559 07:38 ไทยรัฐ