วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘พิชญ์’ ตัดปัญหาแจสถูกฮุบ เผย ‘คิดดีแล้ว’ ตั้งโต๊ะซื้อหุ้นครั้งมโหฬาร

“พิชญ์ โพธารามิก” ปฏิเสธข่าวไม่มีแผนรวบรวมหุ้นไปขายให้พันธมิตรต่างชาติหรือขายหุ้นให้ค่ายมือถือทั้ง 3 ราย ยืนยันในระยะสั้น–กลางกอดหุ้นแน่นไว้กับตัว มั่นใจกู้เงินกว่า 4 หมื่นล้านซื้อหุ้นแจสคืนได้ปันผลคุ้มภาระดอกเบี้ย แถมเก็บหุ้นเต็มหน้าตักจนไม่ต้องระแวงว่าจะมีคนดอดเข้ามาฮุบหุ้นแบบไม่เป็นมิตร ยันเดินหน้าขยายธุรกิจบรอดแบนด์ มั่นใจธุรกิจสดใสอนาคตดี

นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JAS) เปิดเผยยืนยันว่า การประกาศตั้งโต๊ะซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ เพื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวและเพิ่มอำนาจในการบริหารจัดการให้คล่องตัวมากขึ้น และไม่ต้องเสี่ยงว่าในอนาคตจะมีใครเข้ามาเทกโอเวอร์หรือฮุบกิจการ โดยเข้ามาแอบเก็บหุ้นในตลาดอย่างไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) ดังนั้น จึงขอปฏิเสธข่าวที่มีการคาดเดาว่า ตนต้องการรวบรวมหุ้นเพื่อนำไปขายต่อให้พันธมิตรต่างชาติหลังจากนี้ โดยยืนยันในระยะสั้นและระยะกลาง 3-4 ปีนี้ ไม่มีแผนจะนำหุ้นขายให้ใคร รวมทั้งไม่มี แผนหรือไม่ต้องการนำบริษัทไปควบรวมกิจการกับค่ายมือถือทั้ง 3 ราย ส่วนระยะยาวยังไม่สามารถบอกได้ แล้วแต่โอกาสทางธุรกิจ ซึ่งยังคงมุ่งโฟกัสทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับ 4 จี

นายพิชญ์กล่าวว่า มั่นใจว่าธุรกิจบรอดแบนด์ของบริษัทมีอนาคตสดใส โดยยังมีโอกาสเติบโตที่ดี เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงตามบ้านเพียง 6 ล้านหลังคาเรือนเท่านั้น จาก 25 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ถือว่ายังไม่ถึงครึ่งหรือ 50% ขณะที่ในประเทศเพื่อน บ้านมีการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงตามบ้านเกินกว่า 50% ดังนั้นจึงยังมีโอกาสโตได้อีกมาก ซึ่งทำให้ธุรกิจอาจเป็นเป้าหมายของการถูกเทกโอเวอร์ได้ หากตนถือหุ้นน้อยเกินไป ที่สำคัญบริษัทมีกำไรและมีการปันผลอย่างสม่ำเสมอ

“ขณะนี้ตนได้เข้าไปซื้อหุ้นแจสในตลาดเพิ่ม จนล่าสุดถือหุ้นมากกว่า 60% แล้ว ทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากขึ้นและไม่เสี่ยงว่าบริษัทจะถูกใครเข้ามาเทกโอเวอร์ โดยตั้งเป้าจะถือหุ้นเพิ่มให้มากที่สุด”

ส่วนกรณีที่มองกันว่า การกู้เงินมาซื้อ หุ้นครั้งนี้ที่ต้องใช้เงินกว่า 40,000 ล้านบาท ทำให้มีภาระดอกเบี้ยจำนวน มากนั้น นายพิชญ์ กล่าวว่า ได้มีการวิเคราะห์พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เพราะด้วยบริษัทที่มีกำไรเติบโตได้ต่อเนื่องและมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอนั้น มั่นใจว่าเงิน ปันผลที่จะได้รับมากขึ้นจากการถือหุ้นเพิ่มนั้น คุ้มค่าครอบคลุมกับการจ่ายหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย แค่กำไรไตรมาส 2 ที่ผ่านมาก็มากกว่าพันล้านบาทแล้ว

ส่วนข้อถามที่ว่า แผนการในการซื้อหุ้นครั้งนี้ ได้คิดหรือวางแผนมานานแค่ไหน นายพิชญ์กล่าวว่า คิดและวางแผนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยตนมีนายชาญ บุลกุล เป็นที่ปรึกษาที่ดีและมีบิดาคือนายอดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นผู้ให้คำปรึกษาตลอดในทุกเรื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่นายพิชญ์ได้ ประกาศซื้อหุ้นแจสทั้งหมดเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2559 ที่ราคา 7.25 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดก่อนหน้าที่อยู่ที่ 6.75 บาท ส่งผลให้มีแรงเข้ามาไล่ซื้อหุ้นแจส หนาแน่น ส่งผลให้ราคาหุ้นแจสปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ขณะที่นายพิชญ์ก็ได้เข้ามาไล่ซื้อหุ้นเช่นกัน โดยนายพิชญ์ได้รายงานการซื้อหุ้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ว่า ได้ซื้อหุ้นเพิ่มอีกจำนวน 1,746.29 ล้านหุ้น หรือกว่า 29% ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 7.23 บาท เป็นเงินรวม 12,600 ล้านบาท และซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิ์ในหุ้นสามัญ (JAS-W3) จำนวน 649.99 ล้านหน่วย ที่ราคา 3.23 บาท ซึ่งเพียง 3 วันทำการ หรือถึงวันที่ 21 ก.ย. การที่ราคาหุ้นแจสและ JAS-W3 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำให้นายพิชญ์ฟันกำไรเป็นกอบเป็นกำ โดยล่าสุดหุ้นแจสขึ้นไปสูงสุดที่ 7.70 บาท และมาปิดตลาดที่ 7.40 บาท ส่วน JAS-W3 ปิดที่ 3.78 บาท ส่งผลให้นายพิชญ์มีกำไรทางบัญชีทันทีราว 368.35 ล้านบาท

ด้านผู้บริหารระดับสูงในวงการตลาดทุน และวงการที่ปรึกษาการเงิน กล่าวถึงกรณีการประกาศตั้งโต๊ะซื้อหุ้นแจสของนายพิชญ์ โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นผู้สนับสนุนเงินกู้วงเงินกว่า 40,000 ล้านบาทนั้น เชื่อว่านายพิชญ์ต้องมีแผนการหรือกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน ในการดำเนินการกับหุ้นที่เข้าไปรับซื้อมาแน่นอน เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนทางการเงิน เพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะการที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อวงเงินสูงขนาดนี้นั้น ธนาคารเองก็ต้องมีความมั่นใจในแผนธุรกิจและแผนที่จะได้รับเงินคืนจากการปล่อยกู้.

“พิชญ์ โพธารามิก” ปฏิเสธข่าวไม่มีแผนรวบรวมหุ้นไปขายให้พันธมิตรต่างชาติหรือขายหุ้นให้ค่ายมือถือทั้ง 3 ราย ยืนยันในระยะสั้น–กลางกอดหุ้นแน่นไว้กับตัว มั่นใจกู้เงินกว่า 4 หมื่นล้านซื้อหุ้นแจสคืนได้ปันผลคุ้มภาระดอกเบี้ย... 22 ก.ย. 2559 03:40 ไทยรัฐ