วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นเฟด!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ก.ย. 59 ปิดที่ 1,487.17 จุด เพิ่มขึ้น 13.39 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 49,762.90 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 326.97 ล้านบาท

บล.ทิสโก้ ระบุว่า การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะกำหนดทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก แม้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังเดิม แต่ประเด็นดอกเบี้ยเฟดจะยังคงกดดันตลาดหุ้นต่อไปจนกว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยจริง

ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเท่าเดิม แต่ขยายฐานวงเงินมาตรการ QE ให้ยืดหยุ่นมากขึ้นในกรอบ 70-90 ล้านล้านเยน ถือเป็นบวกต่อการลงทุนแต่ไม่มาก

ประเมินทิศทางหุ้นไทยในระยะสั้น ขึ้นกับผลการประชุมเฟด โดยมี โอกาสได้ทั้งสองทาง คือ ขึ้นแรงหรือลงแรง โดยจะขึ้นแรงช่วงสั้นหากเฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย หรือลงแรงในลักษณะ Sell on fact

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลกดดันให้หุ้นทั่วโลกปรับตัวลง เพราะมองนโยบายของทรัมป์ ค่อนข้างแปลกและสุดโต่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดหุ้นไม่ชอบ ส่วนเดือน ธ.ค.นี้ที่เฟด อาจขึ้นดอกเบี้ย กดดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงแน่นอน ดังนั้น ควรจะขายหุ้นในช่วงเดือน ต.ค. ที่ยังคงมีประเด็นบวก

แนะกลยุทธ์การลงทุน เน้นขายทำกำไร พร้อมกับประเมินแนวรับไว้ที่ 1,480 จุด หากหลุดระดับนี้จะส่งสัญญาณไม่ดี มีโอกาสลงไปที่ 1,470 จุด ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,492-1,500 จุด

ขณะที่ บล.กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นเข้าสู่โหมดของการปรับฐานกันอีกครั้ง มองระยะสั้นมีโอกาสลงไปทดสอบ 1,450 จุด

แนะกลยุทธ์การลงทุน ยังคงให้ระมัดระวังการลงทุน โดยเลือกลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาทและมีจุดแข็งที่ High EPS Growth เลือก KCE เป็น Top Pick นอกนั้นยังคงชอบหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น BLA และหุ้น Low Beta แต่ High Upside คือ CHG และ WORK!!

อินเด็กซ์ 51

22 ก.ย. 2559 01:56 ไทยรัฐ