วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บ้านไม่เบี้ยวแล้วนะ! เน็ตไอดอลหน้าใส ‘เอื้อย พรสวรรค์’ หนูเป็นสาวแล้วค่ะ

บ้านไม่เบี้ยวแล้วนะ! เน็ตไอดอลหน้าใส ‘เอื้อย พรสวรรค์’ หนูเป็นสาวแล้วค่ะ

  • Share:

ฝนตกมาหลายวัน คุณผู้อ่านเป็นยังไงกันบ้าง รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ พี่แคมปัสเป็นห่วง ถึงฝนจะตก รถจะติด หรือแดดร้อนเปรี้ยงๆ ยังไงก็ตาม อย่าลืมอ่าน สวัสดีแคมปัส ไทยรัฐออนไลน์กันเช่นเคยจ้า พี่แคมปัสพาหนุ่มหล่อ สาวสวย วัยเรียนวัยกรุบกริบมาทำความรู้จักกันเป็นประจำวันเสาร์ทุกสัปดาห์...

เรามีนัดคุยกันสบายๆ กับ เอื้อย พรสวรรค์ ภู่เสือ เอ่ยชื่อนี้ไปหลายคนอาจไม่คุ้นชื่อนักแต่ถ้าบอกว่า 'น้องเอื้อย บ้านเบี้ยว' พี่แคมปัสเชื่อว่าต้องมีไม่มากก็น้อยที่รู้จักสาวน้อยคนนี้ หลังจากเห็นรูปเธอมาเนิ่นนานครั้งยังเป็นแค่เด็กมัธยมต้นผมติ่งหู วันนี้พบกับเธอครั้งแรก สาวน้อยคนนี้โตเป็นสาวแล้ว เธอมีความสดใส น่ารัก ตัวเล็ก สเปกใครไม่รู้ แต่พี่แคมปัสปื้มปลื้ม เพราะฉะนั้นช้าอยู่ใย เราพาไปอัพเดตชีวิตของน้องเอื้อยในทุกๆ เรื่องมาให้ได้อ่านกัน ไม่ว่าจะเรื่องการเรียน ความรัก และฉายาบ้านเบี้ยว อยากรู้ต้องอ่าน

เอื้อย พรสวรรค์ ภู่เสือ

เอื้อย พรสวรรค์ คนติดตามเป็นล้านเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลได้ยังไง

เหมือนสมัยก่อนพอมีรูปเด็กน่ารักๆ ก็จะไปอยู่ในพวกแฟนเพจ CUTE Girls เราก็มีคนเอารูปไปแชร์อยู่ตามเพจพวกนั้นก่อน หลังจากนั้นเราเล่นเฟซบุ๊กแล้วเปิดเป็นสาธารณะคนก็เลยมาติดตามเราเยอะ ตอนนั้นอยู่ประมาณ ม.3 เอื้อยเริ่มมีคนรู้จักอยู่แล้ว หลังจากนั้นเราก็ไปประกวด Pocky Stars Contest 2 ชนะได้ที่ 1 มาค่ะ หลังจากนั้นเราก็ถ่ายรูป แต่งรูปจนมีกระแสบ้านเบี้ยว ทำให้คนรู้จักเราจากตรงนั้นด้วยค่ะ

‘น้องเอื้อย บ้านเบี้ยว’ ฉายานี้มายังไง

จริงๆ ตอน ม.3 เอื้อยผมสั้นค่ะ ผมบางและเรียบ แล้วตอนนั้นกำลังฮิตทรงพองๆ เป็นแบบหัวเห็ดแล้วผมเรามันแบน เราก็แต่งรูปดึงให้ผมมันดูหนาๆ พอแต่งปุ๊บข้างหลังรูปมันก็เบี้ยว ตอนนั้นเราก็เห็นนะ แต่เราไม่ได้สนใจ เพราะเราอยากให้ผมพองๆ เราไม่ได้คิดอะไร แต่สรุปมันก็กลายมาเป็นประเด็นบ้านเบี้ยวค่ะ คนก็จับผิดกัน เพราะตอนนั้นเราเป็นที่รู้จักในโลกอินเทอร์เน็ตแล้ว

รู้สึกยังไงมีคนเรียกเรา ‘น้องเอื้อย บ้านเบี้ยว’

มันก็ไม่มีใครชอบหรอกค่ะ แต่เอื้อยก็รู้สึกว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วมันก็เป็นเรื่องตลกด้วย (หัวเราะร่าเริง) ตอนแรกก็เสียใจค่ะ ตอนนั้นยังเด็กด้วย เราก็มีร้องไห้บ้าง แต่เราไม่ได้ร้องไห้เพราะมีคนมาว่าเรานะคะ เรารู้สึกว่าเราทำให้ครอบครัวเราเสียหาย เพราะเรื่องมันไปกันใหญ่ มีคนตั้งเพจแอนตี้แต่งเรื่องต่างๆ ให้เราเสียหายและดูเป็นเรื่องสนุกของพวกเขา

ถึงเขาจะแต่งเรื่อง เราก็ไม่สนหรอก เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง แต่คนอื่นที่ไม่รู้เขาก็ดันเชื่อ จริงๆ เพจแอนตี้เราก็มารู้ทีหลังนะคะว่าใครเป็นคนทำ เขาก็ไม่ได้เกลียดเราหรอก แต่อยากให้มีคนมาติดตามเพจเยอะๆ มีคนมาจ้างให้โฆษณาในเพจ เขาก็ได้เงินจากตรงนั้นด้วย พอรู้เราก็ไม่ได้ถือสาอะไร

'เน็ตไอดอล' คำนี้รู้สึกยังไง

เอื้อยไม่ค่อยอะไรกับคำว่า ‘เน็ตไอดอล’ เราไม่ได้รู้สึกว่าตัวเราว่าเป็น ‘เน็ตไอดอล’ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองดีจนเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นได้ แต่ถ้าทุกคนเรียกเราแบบนี้ เราก็พยายามทำตัวให้ดีค่ะ เราจะคิดว่าตัวเองเป็นไอดอลให้กับคนอื่นในเรื่องการแต่งตัว แฟชั่นอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าให้เป็นไอดอลในทุกเรื่อง เอื้อยคิดว่ายังคงไม่ใช่

ยิ้มสดใส
น่ารักจังเลย

เน็ตไอดอลที่ดีในความคิดเรา

ในความคิดของเอื้อย ‘เน็ตไอดอล’ คือไม่ใช่คนที่ดีทุกอย่าง แค่เป็นตัวของตัวเอง มีอะไรที่มันโดดเด่น ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ

ไอดอลของเอื้อยคือใคร

จริงๆ มีชอบหลายคน อย่างพี่ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอื้อยชอบมากพี่เขาน่ารักดี เป็นตัวของตัวเอง แต่งตัวเก่ง บุคลิกไม่เหมือนใคร การแสดงของเขาก็ดีด้วยค่ะ

เอื้อย พรสวรรค์ มีความเป็นติ่งเกาหลี ?

ไอดอลอีกคนของเอื้อยคือสาวๆ เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี Girls Generation ค่ะ เอื้อยเป็นติ่งเลย เมนแทยอนค่ะ ชอบมาก (ลากเสียง) ไปดูคอนเสิร์ตทุกครั้งที่มาไทย ไปเที่ยวเกาหลีก็อยากเจอเหมือนกัน แต่ไม่เคยเจอเลย (หัวเราะ) ชอบเพราะเขาน่ารัก สวยด้วย เก่งด้วย ปลื้มมาก

ตอนนี้เรียนอะไรอยู่

ที่คิดไว้ตอนแรกที่เรายังไม่ได้ทำงาน คิดไว้ว่าจะตั้งใจเรียนให้เต็มที่เลย แล้วก็อาจจะเรียนพวกเภสัช พยาบาล แต่พอมาอยู่ในจุดนี้แล้วมีโอกาสที่จะช่วยครอบครัวหารายได้ก็ต้องทำตรงนี้ไว้ก่อน

ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ตอนแรกเอื้อยไม่ได้มองพวกคณะแบบนี้เลย อย่างที่บอกจริงๆ เอื้อยอยากเป็นหมอ เภสัช อยากใส่ชุดกาวน์ แต่ด้วยความที่เรามีโอกาสทำงานตั้งแต่เด็กๆ เวลาเราก็ไม่ค่อยมี เราก็เลยเรียนได้ไม่เต็มที่ เอื้อยก็มองด้านอื่นที่น่าจะพอไปได้

เอื้อยเป็นคนชอบเรียนสังคมพวกบ้านเมืองประวัติศาสตร์ คิดว่าอยากทำงานด้านราชการด้วย ประกอบกับคุณแม่เรียนรัฐศาสตร์ทำงานเกี่ยวกับการบริหาร เราก็เคยตามไปทำงานกับคุณแม่อยู่บ่อยๆ เคยไปช่วยหาเสียงผู้ว่า กทม.ด้วยค่ะ (เล่าด้วยความภูมิใจ) ก็เลยเลือกเรียนด้านนี้เหมือนพี่ชายกับคุณแม่ คุณลุงก็สอนด้านนี้อยู่ด้วยก็เลยตัดสินใจว่าเรียนด้านนี้แหละ ‘รัฐศาสตร์’

หนูเป็นเด็กมหา'ลัยแล้วค่ะ

ชีวิตในรั้วมหา’ลัย

จริงๆ ตอนแรกเราคิดว่าต้องเรียนไม่ไหวแน่ๆ เลย ต้องยากมากแน่เลยในสังคมผู้ใหญ่ แต่พอมาเรียนแล้วมันก็ไม่ยากเกินไปถ้าเราตั้งใจฟังอาจารย์สอน เรียนมหา’ลัย จะต่างกับเรียนมัธยมตรงอาจารย์จะไม่มานั่งจ้ำจี้จ้ำไชเหมือนตอนเด็ก มันอยู่ที่ตัวของเราเองว่าจะเรียนหรือไม่เรียน จะเข้าหรือไม่เข้า เพราะมหา’ลัย คือเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันอยู่ที่ตัวเราแล้วแหละ

เรียนเก่งมั้ย ?

พูดแบบไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะคะ เอื้อยคิดว่าตัวเองเรียนเก่งระดับหนึ่งนะ (หัวเราะอายๆ) ตอนเด็กๆ ก็ได้ที่ 1 อยู่นะ พอมาช่วง ม.ปลาย เรียนวิทย์ - คณิต ก็ยังได้ 3.4 กว่าๆ ก็ถือว่าโอเคนะคะ อีกอย่างที่เราเรียนดีเพราะว่าได้เพื่อนช่วยด้วย ช่วยสอน ช่วยตามงาน ทำการบ้านต่างๆ ตอนช่วงที่เราไปทำงาน

เรียนจบแล้วทำอะไร

เอื้อยคิดว่าน่าจะทำงานข้าราชการเหมือนคุณแม่ อาจจะเป็นปลัดเอื้อย เป็น อบต. หรือจริงๆ เราก็อยากเป็นโฆษกให้รัฐบาล หรือเลขาของรัฐบาลนะคะ (หัวเราะ)

โตมากับครอบครัวแบบไหน

ตอนเด็กๆ พ่อแม่จะดุหน่อยค่ะ ไม่ได้ตามใจเราสักเท่าไร อยากได้อะไรต้องเก็บเงินซื้อเอง เขาสอนให้ทำอะไรได้ด้วยตัวเองค่ะ ต้องเรียนให้ได้ที่ 1 ถึงจะมีของรางวัลให้ ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนค่ะ พอมาตอนนี้โตแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะไม่ค่อยดุเหมือนตอนเด็กๆ แต่ก็ไม่ได้ตามใจเราไปซะทุกเรื่อง

ผลงาน

โฆษณาป๊อกกี้, เอ็มวีเพลง ไม่ได้มีแค่นิยาย - ฝ้าย มนต์นรี, เกมออดิชั่น, ละครซิทคอมทริปม่วน ก๊วนป่วนฮา ช่อง 3SD แล้วก็มีงานรีวิวสินค้าต่างๆ เป็นหลักค่ะ

อยากเป็นนักแสดงเต็มตัวมั้ย

เอาเข้าจริงๆ พอได้ลองเข้ามาทำ เอื้อยคิดว่าตัวเราไม่ได้ถนัดด้านนี้ มันเหนื่อย เราต้องมีเวลาให้กับตรงนี้ด้วย ตอนเด็กๆ เราก็คิดอยากจะทำงานตรงนี้นะ แต่พอทำแล้ว เอื้อยรู้สึกว่ายังไม่ใช่ตัวเรา แต่ถ้ามีโอกาสที่ผู้ใหญ่ยื่นมาให้ก็ทำค่ะ จ้างหนูได้ค่ะ (หัวเราะ) แต่เราอาจจะไม่ได้มาทำตรงนี้เต็มตัวขนาดนั้น

ความรักฉบับเอื้อย พรสวรรค์

ตอนนี้โสดค่ะ​ โสดมาก โปรโมตได้ (หัวเราะ) ตอนเด็กๆ สเปกก็ดูหน้าตาแหละ ขาวสูงตี๋ แต่พอโตมาก็ความคิดเปลี่ยน เขาต้องดูแลเราได้ เทคแคร์เรา เข้ากับครอบครัวเราได้ คุณพ่อคุณแม่ของเราเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องความรัก ถ้าเรามีแฟนก็รักเหมือนลูกอีกคนเลย แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่สแกนแล้วไม่ผ่าน เราก็จะแยกย้ายกันไปเองตามกาลเวลา

เวลาว่างชอบ

ไปเที่ยว ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ ชอบทะเล ภูเขา เอื้อยชอบเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ห้าวๆ หวาดเสียว เล่นเครื่องเล่นน่ากลัว แมนๆ หน่อยค่ะ  (หัวเราะ)

ขอบคุณ

ขอบคุณที่ติดตามเอื้อยนะคะ คนติดตามตั้งแต่เรายังอยู่ ม.ต้น ผ่านมาสามสี่ปีก็ยังมีคนติดตามเราเยอะอยู่ เอื้อยขอบคุณมากๆ ค่ะที่ไม่ลืมกัน

น่ารักอ่ะ

*ทำความรู้จักน้องเอื้อย พรสวรรค์*

ชื่อ : นางสาว พรสวรรค์ ภู่เสือ
วันเกิด : 27 ก.พ. 2541
อายุ : 18 ปี
พี่น้อง : 2 คน (มีพี่ชาย 1 คน)
ส่วนสูง : 158 ซม.
น้ำหนัก : 43 กก.
ภูมิลำเนา : จังหวัดนนทบุรี
อาหารที่ชอบ : ส้มตำ ไก่ย่าง อาหารทะเลทุกชนิด อาหารเกาหลี/ญี่ปุ่น
ที่เที่ยวสุดโปรด : ทะเล/ภูเขา /ป่า
สิ่งที่เกลียด/กลัว : งู กิ้งก่า กิ้งกือ จิ้งจก ตุ๊กแก ผี
กีฬา : ว่ายน้ำ โยคะ
สไตล์การแต่งตัว : แบ๊วๆ สบายๆ สดใส ไม่โป๊จนเกินไป
อินสตาแกรม : ueay_pornsawan
ติดตามเสื้อผ้าออกแบบโดยเอื้อยที่ IG : ueay_style

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้