วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
งานที่น่าอิจฉา เปิดตัวเจ้าของหาดเทียน เกาะเต่า หาดสวยสุดในประเทศไทย

งานที่น่าอิจฉา เปิดตัวเจ้าของหาดเทียน เกาะเต่า หาดสวยสุดในประเทศไทย

  • Share:

คุยกับใครก็ถูกคอ คุยกับใครก็สนุก, เพราะจากที่สังเกตเขามีความรู้หลากหลาย เป็นความรู้ที่เอาตัวเองไปทดลอง คลุกคลี แชร์ แลกเปลี่ยน ผจญภัย สั่งสมมันจนกลั่นกลายเป็นประสบการณ์ชีวิต 

'ผมเป็นนักผจญภัย มากกว่านักเช็กลิสต์' ผมชอบที่เจ้าของคอนเซปต์ 'แบร์ฟุต ลัคชูรี่' บอก หรืออย่างเรื่องฟุตบอลเขาจริงจังขนาดเป็นนักฟุตบอลโรงเรียน เราแลกเปลี่ยนกันเรื่องลิเวอร์พูลทีมโปรดกันอย่างออกรส หรืออย่างเรื่องดำน้ำ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เขาหลงใหล 

ไม่เล่าเปล่า, หลังจบบทสัมภาษณ์ เขาพานั่งเรือลำโปรด (เขาสะสมเรือ เพราะเรือคือตัวแทนของอิสระ การผจญภัย) เผชิญลม คลื่นลูกเล็ก-ใหญ่เพื่อเดินทางไปดำน้ำกันหลายจุด

"ตามประสบการณ์ผมตรงไหนมีหินกลมๆ ตรงนั้นปลาจะชุม..." เขาเล่าชีวิตผจญภัยวัยเด็กสู้กับเสียงคลื่น เรือจอดใส่อุปกรณ์ ดำน้ำโดยไม่ใช้เครื่องหายใจ มีตีนกบคู่ใจอันใหญ่ ดำลงไปเพื่อเอากล้องเราไปเก็บภาพใต้น้ำให้

"เด็กๆ ผมชอบดำน้ำ ฝึกดำ สมัยก่อนผมดำลงไปแบบไม่มีเครื่องช่วยหายใจได้หลายนาที" เขาหัวเราะและบอกว่าเคล็ดลับต้องทำใจให้สงบนิ่ง ผมมองตามผ่านหน้ากากกันน้ำอันใหญ่ เขาค่อยๆ ดิ่งลงไปลึก กอบทรายเบาๆ แล้วค่อยๆ ปล่อยให้เม็ดทรายขาวไหลลงกลับไปที่เดิมอย่างแผ่วเบา ปลาหลากสีบริเวณนั้นก็ว่ายมารุมล้อมทรายที่โปรย เป็นการเคลื่อนไหวใต้ท้องทะเลสวยงามที่ผมจำได้ติดตา"

ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้พูดคุยกับ พงศธร จอม สาลักษณ์ หนุ่มเจ้าของหาดเทียน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี หาดทรายที่ขาวสะอาด และงดงามไปด้วยธรรมชาติสวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สวยบริสุทธิ์ เงียบสงบ กลางวันงดงาม กลางคืนเงียบงามคล้ายได้ยินธรรมชาติ และดวงดาวพูดคุยกัน 

"เราไม่ได้ยุ่งกับธรรมชาติ เราเคารพและพยายามไม่ไปยุ่งอะไรที่ส่งผลกระทบวงจรชีวิตเขา" 

เป็นบทสัมภาษณ์ของเจ้าของหาดเทียน หาดทรายสีขาว ทอดตัวยาว ย้ำอีกทีเป็นหาดที่สวยสุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย กับแนวคิดธุรกิจที่น่าอิจฉา และทุกคนต้องเอียงหูฟัง

Q : เด็กๆ มีสักแวบไหมที่อยากมามีธุรกิจในฝันเป็นอย่างวันนี้

ไม่ได้มีความฝันแบบนั้น แต่มีความหวัง เชื่อตลอดว่า คงเป็นเจ้าของธุรกิจเอง เด็กๆ ผมโตมากับคุณตา ท่านเป็นคนจีนพ่อผมเป็นไทยดั้งเดิม คุณตาต้องบุกเบิกค้าขาย เก็บเงิน ไปลงทุนสร้างโรงงาน ผมเห็นเส้นทางความลำบากมาตั้งแต่เด็กๆ เวลาเดียวกันพ่อผมเป็นคนไทย คุณปู่ทำงานการต่างประเทศมาเช่นกัน และก็ไม่คิดว่าจะมาทางนี้ ไม่เคยคิดอยากรับราชการ คิดตลอดว่าอยากจะได้ประสบการณ์การเป็นลูกจ้าง ในรูปแบบบริษัทใหญ่โตที่มีความรู้ มีโนว์ฮาว และนึกเสมอว่าสักวันอยากทำธุรกิจของตัวเองในบ้านเรา

ที่บ้านส่งผมไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ไปตั้งแต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่นึกย้อนมันก็สอนให้เรา เปิดหู-ตา เปิดความคิด เรียนรู้วัฒนธรรมคนอื่น ผมไม่มีเพื่อนคนไทยสักคน มันก็สอนให้เราเป็น อินดีเพนเดนต์ แล้วตรงนี้มันก็เป็นส่วนหนึ่งของ Entrepreneur ต้องกล้า กล้าที่จะเป็นผู้นำ เพราะว่าเป็นเจ้าของ ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ไม่เฉพาะแต่ผลประโยชน์ ต้องรับผิดชอบงานและชีวิตคนอื่นๆ และเรื่องอีกมากมาย ดังนั้นการตัดสินใจ ไม่ได้ตัดสินใจแต่ผลประโยชน์อย่างเดียว

Q : อิสระที่ว่ามันมีกรอบคร่าวๆ ครอบไหม

โชคดีผมถูกฝึกให้ตัดสินใจเองมาตั้งแต่เด็กๆ มาตลอด เช่น ตัดสินใจว่าจะไปมหา'ลัยไหน ตัดสินใจในการเดินทางไปเรียนต่อ จัดการทุกๆ อย่างด้วยตัวเอง จัดการแบบไปผิดๆ ถูกๆ เต็มไปหมด ต้องทำเองทั้งหมด แต่ถามว่ามีกรอบที่ขีดเอาไว้ไหม ครอบครัวผมค่อนข้างเปิดกว้าง เพราะเขารู้ถึงความอิสระเป็นอย่างไร เขาจึงให้เราออกจากคอมฟอร์ตโซนในประเทศไทย ที่เขาคิดว่าทุกคนรอบข้างทำให้ มันไม่มีทางทำให้ผมมีความคิดอื่น ถ้าไม่ได้ย้ายออกไปจากตรงนี้

Q : ชีวิตต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง ใช้จ่ายคำว่าอิสระอย่างไรบ้าง

ผมไปตั้งแต่เด็กมาก ฉะนั้นเด็กที่เป็นชาติ เด็กท้องถิ่นที่นั่นก็เด็กมากเช่นกัน เราเลยโตมาด้วยกัน ผมไม่ได้มองว่าผมเป็นคนไทย ภาษาที่เขาใช้ไม่ได้ต่างจากเราเลย เพราะเร่ิมมาด้วยกัน ผมเป็นกัปตันทีมฟุตบอลมา 4 ปี เป็นกัปตันรักบี้ฟุตบอล กีฬามันเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะแสดงบุคลิกของตัวเองให้ออกมา คาแรกเตอร์ ท่าที เพื่อนก็เห็นเราเก่งตรงไหน ไม่กล้าตรงไหน แทนที่จะมานั่งคุยกัน เราออกไปวิ่ง ใครอดทนกว่ากัน

ตอนนั้นผมคิดว่าที่นั่นคือโลกของผมเลย เหมือนเป็นเวทีแสดง ซึ่งการศึกษา ฝรั่งเขาไม่เน้น แต่ผมมีแม่ที่หวังดี พูดเสมอๆ ว่าอย่าลืมเรื่องการศึกษา ซึ่งพรสวรรค์ของผมมาทางกีฬามากกว่าการเรียน แต่โดยความพยายาม การสนับสนุนอย่างมีเป้าหมาย ทำให้ผมประสบความสำเร็จด้านการศึกษาได้ด้วยความพยายาม

Q : ไม่ได้มีอิสระซะหมด ต้องมีเป้าหมาย สำหรับการเรียนด้วย

ใช่ครับ จริงๆ ผมก็รู้จักหน้าที่ เราได้โอกาส เราก็ต้องใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ โอกาสนี้คือไม่ใช่ทุกคนที่ได้ ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะมีบุญส่งไปทุกคนได้ พ่อแม่ผมต้องเสียสละ ถ้าเราไม่ทำให้เต็มที่มันย้อนเวลากลับคืนมาไม่ได้ ดังนั้นก่อนจะสอบหรือทำอะไร ผมจะพยายามสุดความสามารถให้ดีที่สุด เพราะรู้ว่าพ่อแม่ต้องเสียสละอะไรบ้าง สมัยผมน้อยกว่าสมัยนี้มาก ไม่มีใครมีเงินมากจะได้เกรดดี

'เวลาคุณสอบคุณคนเดียวเข้าไปตอบคำถาม ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ที่พ่วงมา หรือสมบัติที่มีของตระกูลมากมาย เราคนเดียว เหมือนกับเล่นกีฬา มันคอนเซปต์เดียวกัน'

Q : ก่อนหน้ามาทำรีสอร์ต เข้ามาทำธุรกิจที่นี่ได้ไง

ผมอยู่อังกฤษมานาน ซึ่งแบงก์จ้างผมก่อนจบ แล้วผมก็ไปอยู่ที่ลอนดอนปีกว่า เขาส่งไปสิงคโปร์ 4-5 ปี ที่ฮ่องกงอีก 3-4 ปี และกลับมาเมืองไทยตอนอายุ 30 กว่า เพราะทราบว่าคุณพ่อเสียชีวิต เมืองไทยที่ผมกลับมาสิ่งที่แตกต่างที่เห็นได้ก็คือ 'เวลามาอยู่ มาเที่ยวที่เมืองไทย' กับ 'การมาทำธุรกิจที่เมืองไทย' ซึ่งความสามารถ หรืออุปกรณ์ที่มีอยู่ในทรูบ็อกซ์ของเรามันจะถูกเทสต์ตอนนั้น มันไม่ถูกเทสต์หรอกถ้าคุณแค่มาอยู่หรือท่องเที่ยว มันจะถูกเทสต์ว่าคุณรู้สึกถึงประเทศไทยที่แท้จริงตอนผมลงมือทำธุรกิจ

Q : คุณหมายถึง เมื่อต้องทำธุรกิจต้องดีลงานกับคนอื่นๆ ดีลกับข้าราชการ ดีลกับระบบแบบไทยๆ

ดีลกับคน ดีลกับซัพพลายเออร์ ซึ่งประเทศไทยไม่เหมือนเลย ประสบการณ์ที่ได้มาจากเมืองนอกมากมาย แต่เหมือนผมเป็นเด็กที่เพิ่งเริ่มใหม่สำหรับที่นี่ ทุกวันนี้ก็ยังเรียนรู้อยู่เลยครับ ตอนนี้ผมคิดว่าผมพอเข้าใจวิธีที่จะสร้างธุรกิจ รู้ขอบเขต เข้าใจกว่าแต่ก่อนพอสมควรแล้ว

Q : พูดได้ไหม สไตล์ไทยๆ ระบบแบบไทยๆ ไม่เหมือนใครในโลก

ใช่ๆ แต่เราไม่ได้พูดว่าดีหรือไม่ดีนะ แต่มันก็เป็นงานท้าทายที่มันต้องแก้ นี่คืองานของผม จริงๆ คุณพ่อผมไม่ได้ซื้อมาเพราะธุรกิจ ซื้อที่นี่มาเพราะความรักเมื่อกว่า 30 ปี เป็นคนแรกที่ซื้อที่ตรงนี้จากคนท้องถิ่น เรียกว่าเป็น ‘เฟิสต์เจเนอเรชั่น’ สมัยก่อนที่นี่เป็น จูราสสิก พาร์ก มากๆ

ส่วนทำไมเลือกแปลงนี้ เพราะว่าเขาเลือกแปลงที่สวยที่สุด เขามาเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เขาเลือกหาดเทียน เพราะว่ามันเป็นช้ินเดียว เป็นชายหาดที่สวย มีปะการังที่สวยที่สุด เหมือนในฝัน ซึ่งวิธีที่เขามา ก็คือการตั้งเข็มทิศมาจากพัทยา สมัยนั้นไม่มีจีพีเอส ล่องมาตามแผนที่เรื่อยๆ

Q : นี่มันโคลัมบัสชัดๆ

บรรยากาศนั้นเลย (หัวเราะ) สมัยนั้นเลยการล่องเรือที่ไม่เห็นฝั่งถือว่าไกลแล้ว จริงๆ อาจจะไม่ไกลหรอก แต่คุณออกมาไม่เห็นเกาะไม่เห็นฝั่งเรื่องใหญ่ละ สมัยนั้นผจญภัยมาก เขามา 3 เกาะ เกาะเต่าไกลและสวยที่สุด 'ไม่ใช่ซื้อสำหรับลงทุน ซื้อเพื่อรักในความสวย' พ่อผม เขาอยากให้ครอบครัว มีอะไรทำตลอดเวลาว่าง เราไม่เคยอยู่เฉยๆ ในเมือง เขาจะต้องพาไปเปิดหูเปิดตาแล้วต้องมีอะไรในสมอง ให้เราสัมผัสธรรมชาติ ให้มีแอดเวนเจอร์ ให้มีกิจกรรมร่วมกันตลอดตั้งแต่เด็ก

มาที่นี่เราอยู่บ้านชนิดที่ไฟก็ไม่มี ทำอาหารด้วยแก๊ส น้ำฝนก็เก็บมาไว้ในโอ่ง ไม่มีพัดลม ไม่มีไฟ เรานอนกางมุ้ง เป็นประสบการณ์ที่ดีและสนุกๆ มากกว่าอยู่โรงแรม ผมมาทุกปี ผมอยู่โรงเรียนประจำกลับมาจะมาอยู่ที่นี่ 2 อาทิตย์ สมัยนั้นโทรศัพท์ไม่มี ธนาคารบนเกาะก็ไม่มี กลางคืนก็เสียงจิ้งหรีด เสียงป่า มืดขนาดเหมือนเราหลับตาเลย ไม่มีไฟเลย ข้ามมาจากเรือขนมะพร้าว ตอนนั้นสิ่งเดียวที่เกาะเต่าส่งออกก็คือมะพร้าว สมัยนั้นนอกจากนั้น ปลาก็คือที่เขาจับแล้วมาทำอาหารกินกันเองที่นี่ ไม่มีเรือโดยสาร ดังนั้นเราต้องพ่วงเรือมะพร้าวออกจากปากน้ำชุมพร ธรรมชาติมากๆ แล้วก็มีหิ้งห้อยเต็มท้องฟ้าไปหมด ใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง ออกจากปากน้ำชุมพรกลางคืนมาเช้าที่เกาะเต่า

มาถึงเกาะเต่าก็ไม่ได้มีรถเหมือนทุกวันนี้ มีแต่ม้าไว้ขนมะพร้าว แน่นอนเราต้องเดินมา กระเป๋าก็ใช้ไว้บนลา เดินข้ามเขาเพื่อมาลงตรงหาดนี้ กับพ่อแม่และเพื่อนๆ

Q : ลำบากแบบนี้เป็นสมัยนี้ เพื่อนไปคงด่าเรา

สมัยนี้เรามีรถไปรับมาเขาก็บ่นเรื่องความสมูทของถนนเลย บรรยากาศนั้นมันมีค่ามากกว่า Convenient (สะดวกสบาย) ตอนนี้อีก ซึ่งตอนนี้ผมก็พยายามให้ได้บรรยากาศใกล้เคียงมากสุด ผมว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ฝรั่ง คนไทยก็ชื่นชอบ เพราะวันนี้พวกเขาเจอแต่คอนกรีต สำหรับผมที่มันทำขึ้นมาสวยไหม สวย แต่มันก็คนละอย่างกับธรรมชาติ ผมไม่ได้จะบอกว่าไม่ดีอย่างเดียวความหรูหราสวยงามทางด้านดีไซน์ ผม appreciate (ซาบซึ้ง) กว่า

Q : แล้วมันกลายเป็นธุรกิจได้อย่างไร

คุณพ่อผมเสียอย่างที่บอก ผมถึงกลับ จริงๆ ถ้าคุณพ่อไม่เสียผมอาจจะไม่กลับมาเพราะผมค่อนข้างชอบเมืองนอก มันเหมาะกับการที่ผมโตขึ้นมา เพื่อนๆ การศึกษาและสังคมรอบตัว ผมอยู่เมืองนอกกว่าอยู่เมืองไทย อยู่เมืองนอกตอนที่ผมโตด้วย แต่พอพ่อผมเสีย และมีแค่พี่สาวกับแม่ ผมจึงตัดสินใจกลับมา เพราะครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ จึงกลับมาที่นี่ โชคดีมีธุรกิจ มีที่ดินที่เราจะต้องดูแล โชคดีที่ได้มา

ผมคิดตลอดว่า ผมโชคดีในชีวิตนี้ที่ได้ประสบการณ์ที่ผมได้ มันเป็นอะไรที่เป็นบวก ได้โอกาสไปโตเมืองนอก ได้โอกาสเดินทาง ได้ทรัพย์สินที่เรามาต่อยอดได้ อย่างที่แปลงนี้มันดิบๆ ถ้าเป็นอาร์ติสต์มันเหมือนมีผ้าใบผืนหนึ่งแล้วคุณก็เพ้นต์รูปของคุณ ตามแต่ใจ ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสเร่ิมแบบนี้ มันเป็นบุญ มันเป็นสิ่งที่ผมเชื่อจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดไป เพราะความสวยงาม มันอธิบายความไม่ได้ จะบอกว่าเป็น intelligent (ฉลาด) ที่ครอบครัวเรา ที่หวังดีกับเรา แล้วตัวเรา ทำเพื่อที่จะได้สิ่งที่ดี มันเป็นอะไรที่ตรงนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ผมตั้งใจว่าอยากทำให้ดีที่สุด

Q : ตอนนั้นมาพ่อคุณสร้างอะไรที่นี่ไว้บ้าง 

ไม่ได้สร้างเลยครับ มีบ้านอยู่สองหลังเท่านั้นเอง ที่นี่ไม่มีอะไรเลย เพราะเราอยากเก็บให้มันเป็นธรรมชาติ อย่างที่เราจำเอาไว้อย่างวันแรกที่เราซื้อมา จริงๆ แล้วยังมีที่อีก 2 แปลงหลังเกาะ แต่ผมไม่ใช่เจ้าของเกาะ เพราะเรามีเพื่อนบ้านเยอะแยะเลย แล้วเราก็ไม่ได้เป็นคนแรกที่มา เขาก็เป็นสังคมที่นี่ ผมนับถือพวกเขามาก ตอนที่เราเป็น visitor (ผู้มาเยือน) ก็คลุกคลีกับคนที่นี่ เขายินดีต้อนรับ ผมไปตกปลา ว่ายน้ำ เดินไปในตลาด เขาเหมือนจะรู้จักพ่อผมทุกคนเลย มันเป็นคอมมูนิตี้ของคนที่เขาเวลคัมเรามาก

Q : ตอนเห็น คุณตั้งใจทำอะไร

เกาะเต่าท่องเที่ยวที่เมืองไทยพัฒนาโตขึ้น เมื่อความเจริญเข้ามาการสื่อสารก็ดีขึ้น ผมอยากจะสร้างที่นี่ พอมาเดินทางไปๆ มาๆ ถึงจุดหนึ่งแล้ว ที่นี่มันดึงเวลาผมมาจากกรุงเทพฯ มาก ผมก็อยากสร้างตรงนี้ให้มันมีชีวิต เป็นที่ที่หารายได้ทั้งให้ครอบครัว ตอบสนองการลงทุนแล้วเป็นสิ่งที่ทำให้สวยงามได้แล้วก็จ้างคนได้ มีลูกค้าที่เอนจอยกับที่นี่ได้ เหมือนกับความรู้สึกว่ามันหมดสมัยแล้วที่จะเก็บมันไว้ให้เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ให้ครอบครัวเราเอง มันรู้สึกว่ามากกว่านั้น ความเจริญมันไปแล้ว จู่ๆ เราก็จะกั้นขอบเขตไม่ให้คนเข้ามันเหมือนกับหมดสมัยไปแล้ว เพราะที่มันสวยมาก แล้วเราก็มาปีละ1-2 ครั้ง ผมก็เลยต้องเปลี่ยนแปลงเขาในรูปแบบที่ผมควบคุมได้

เรามีบทบาทในการควบคุมของการโตตรงนี้ โดยผมอยากสร้างอะไรให้มันภาคภูมิใจให้กับพนักงานและลูกค้า ตัวผมครอบครัว ให้ยังคงจดจำสิ่งดีๆ ที่เราเคยจดจำเอาไว้ ธรรมชาติให้มาอยู่แล้ว ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็สร้างตึกมาท่ามกลางธรรมชาติ เราก็ต้องสร้างอะไรที่มันกลมกลืน แต่สะดวก แล้วก็ให้การเป็นลีฟวิ่งไลฟ์สไตล์ที่สบายและหรู มันเป็นแพลนที่คนจะมาเอนจอย ก็เลยออกมาแบบวัสดุที่เราใช้ ก็เลยเป็นธรรมชาติ

ผมวางคอนเซปต์ สถาปัตย์ร่างแบบแล้วเราก็จ้างคนที่เชี่ยวชาญมาทำงานของเขา เราคุยกันตลอด ผมจะบอกข้อจำกัด ว่าเราอยากจะเป็นอย่างไร อยากใช้วัสดุอย่างไร ผมก็อยากให้เป็นหญ้าคาเพราะมันกลมกลืน ไม้เก่า ไปซื้อมา ต้นเสาบ้าน เราไม่ตัดต้นมะพร้าว เราไม่ตัดต้นไม้ ตัดเฉพาะต้นเล็กๆ ผมก็จะคุมว่าจะสร้างกี่หลังตรงไหนบ้าง ความห่างของมันต้องไม่รู้สึกว่าทำลายธรรมชาติ ไม่ทำลายบรรยากาศ

Q : ไม่ใช่ตัดเพื่อเอาบ้านไปไว้ตามใจ แต่สร้างบ้านให้อยู่ได้ในธรรมชาติเข้าใจถูกไหม

ใช่ ผมอยากให้มันคงบรรยากาศเดิม แต่มีที่พักแทรกเข้าไปในธรรมชาติ มันมีฟังก์ชั่นแล้วมีคอนเซปต์ ฉะนั้นเราต้อง Provide ให้เขาเอนจอยกับ Experience (ประสบการณ์) แบบที่เรารู้สึกเหมือนเมื่อก่อน ฉะนั้นสโลแกนที่เราใช้ก็คือ 'แบร์ฟุต ลัคชูรี่' สื่อว่าเราเดินเท้าเปล่าได้ไม่มีทางเดินจำกัด มันสื่อว่าวัสดุเราต้องเป็นทรายเป็นหญ้า ถึงจะเดินแบร์ฟุตได้ แล้วมันสื่อถึงความอิสระ

ลัคชูรี่ มันสื่อฟังก์ชั่นของที่พักด้วยตัวของเขาเอง ต้องครบ ต้องมีอะไรที่คนธรรมดาจะเข้าไปอยู่แล้วสบาย เทคโนโลยีก็ต้องมี 2 คำนี้เป็นคอนเซปต์เลยว่าเรามาที่นี่เราสัมผัสธรรมชาติ แต่เราก็อยากสบายด้วย การทำธุรกิจให้สอดคล้องแล้วก็เสริมธรรมชาติ แต่ยังเป็นธุรกิจ

เป็นเรื่องยากเรื่องใหญ่ครับ แต่ต้องกลับมาที่มา-ไป โชคดีที่มาที่ไปของที่แปลงนี้ ผมไม่ต้องซื้อ นี่คือบุญ ถ้าต้องซื้อคงคอนเซปต์แบบนั้นยาก เพราะมันต้องเอาเงินไปคืนแบงก์ ซึ่งตอนนี้ผมลงทุนไปไม่น้อย เพราะเราอยู่บนเกาะที่ห่างไกล และผมเก็บน้ำเอง ปั่นไฟเอง ดูแลพนักงานกว่า 200 ชีวิต ทุกมื้อ มันมีมากกว่า 145 ห้อง และอื่นๆ อีกมากมาย

Q : พอใจกับสิ่งที่สร้างแค่ไหน

ผมค่อนข้างแฮปปี้ ซึ่งเรื่องนี้การตลาดเป็นการตอบแทนเขาก็เห็นด้วยกับความหวังของผม ผมได้ลูกค้าที่ผมอยากได้ คือเต็มแล้วราคาก็ได้ดี เกินกว่าที่คิดไว้อีก ส่วนนั้นเราก็ achieve (บรรลุ) ส่วนที่ทำได้ดีขึ้น คือการบริการ ตรงนี้ท้าทายมาก เพราะธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจเซอร์วิส ต้องพึ่งคน แล้วผมเองก็ทำได้มาประมาณ 5 ปี ผมไม่ได้ทำธุรกิจนี้มาก่อน ผมทำไฟแนนซ์ ต้องเรียนรู้ของพวกนี้ รวมถึงวัฒนธรรมคนแบบที่บอก แต่คนเราเปลี่ยนแปลงได้ตลอดถึงแม้คุณจะได้สูตรเป๊ะ แต่เดี๋ยวมันก็ต้องมีอะไรให้เปลี่ยน

นี่คือสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้เพราะผมเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เราจะต้องพัฒนาองค์กรไปถึงจุดที่มาตรฐานคงที่ แต่คนทำงาน เป็นอย่างไร แต่ถ้ามาตรฐานคงที่ตัวนี้ท้าทายมากในสถานที่ห่างไกล แล้วทรัพยากรที่มีข้อจำกัด อันนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก เป็น 5 ปีที่ยังสนุกแล้วก็มีการบ้านที่ต้องทำมากมาย

Q : เราคุยกันนอกรอบ คุณชอบเดินทางมาก

ผมชอบทะเล ชอบเดินทาง เสน่ห์ของการเดินทาง เวลาเดินทางเราเหมือนได้ใช้ชีวิตหลากหลาย เราได้มุมมองหลายมุมมอง เราได้สัมผัสมุมมองของคนที่โตมาแต่ละสถานที่ มีความคิดไม่เหมือนกัน ทำให้ Enrich ความคิดของเรา เราอาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่เขาพัฒนาของเขาไปใน involvement (การมีส่วนร่วม) ของเขา มันกระตุ้นความคิดของเรา ใน involvement ของเรา เพราะคนทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสายไหน เราจะได้เจออะไรใหม่ๆ เจอผู้คนใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ ผมว่าตรงนี้ผมมองการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่ดีไม่ใช่การแค่เช็กลิสต์

ได้ใช้ชีวิตเหมือนกับคนที่นั่น ถ้ามีเวลามากพอ เราก็กินอาหารเขา ได้คุยกับเขา แล้วถ้ามีเพื่อนที่นั่นก็จะเป็นการเปิดประตูให้เราได้สัมผัสกับตรงนั้น ผมคิดว่ามัน Enrich ชีวิตของเรา ตื่นเต้นด้วยเพราะว่า โชคดีแค่ไหนก็ไม่ไปทั่วโลก แต่ละประเทศมีเสน่ห์ไม่เหมือน แต่ผมเป็นคนเดินทางผมเป็นคนที่ไปเพื่อที่จะเป็นอีเวนต์เป็นหลัก อาจจะเป็นกีฬา หรือไปงานแต่งงาน หรือไปอีเวนต์อะไรสักอย่างเพราะว่าเราไปอะไรแบบนั้นผมจะเห็นรสชาติของคน

อย่างไปดูฟุตบอล อย่างไปแอนฟิลด์ คุณได้คัลเจอร์ของคนอังกฤษไหมล่ะ ที่เวลาเขาร้องเพลง มันเรียลมาก ณ ตอนนั้นเราเป็นส่วนรวม อย่างผมจะไปเวิลด์คัพทุกเวิลด์คัพ บราซิล ญี่ปุ่น เยอรมัน เซาท์แอฟริกา ตรงนี้มันทำให้ผมเห็นว่ามันมีคนที่รักฟุตบอลมาจากทั่วโลก ไม่ใช่แค่ Southeast Africa มันเป็นวัฒนธรรมของคนที่รักฟุตบอลทั่วโลกมาร่วมกัน เพื่อที่จะมาอยู่ในสนามนั้น แล้วเราตอนนี้ก็ไม่ใช่นักกีฬาเหมือนตอนเด็ก แต่เราก็ได้ปลุกอารมณ์แล้วก็ได้แชร์ประสบการณ์ แชร์ความลุ้น ความพยายาม เห็นอีเวนต์มันพลิกไปพลิกมา มันไลฟ์ มันสร้างพลัง 

Q : อีก 5 ปี อนาคตงานจะเป็นรูปแบบไหน

ผมอยากขยายให้มีธุรกิจมากขึ้น ผมจะโฟกัสรีสอร์ตที่ทะเล เพราะเรามีร้านดำน้ำ สปา เป็นแบรนด์ของตัวเองแล้วไปต่อยอดได้ ทำรีสอร์ตในสายตาผมถนัดกว่า แล้วตัวเลขมันดีกว่าไปทำอย่างอื่น เพราะผมเป็น independent ผมไม่ใช้กองทุนโต ผมชอบทำธุรกิจอะไรที่มีคอนเซปต์แล้วผมชอบโฟกัส เราชัด ถามว่ามันจะเป็นอะไร เราต้องดูแต่ละสถานที่เราต้องดูท็อปดาวน์ก่อนว่าเราจะลงโลเกชั่นไหน แล้วที่ไหนท็อปดาวน์ภาพรวมระยะไกลที่ไหนอนาคตไปไกลสุด 

ผมมองไว้ ผมอยากมีพรอพเพอร์ตี้ที่เกาะพะงันแล้วก็สมุย โอเค เพราะฮับสายการบินมันลงที่สมุย จะเป็นพะงันก็ได้ อีกที่หนึ่งผมอยากไปอันดามันเพราะว่าตรงนั้นมันเป็นพื้นที่ของความเสี่ยงแล้วไดนามิก เขาหลัก เกาะรอบๆ ภูเก็ตเพราะว่าโนว์ฮาวของผมคือเกาะ 

Q : อนาคตของคุณ

คิดแต่ไม่แน่ใจว่าจะบอกหรือเปล่าสำหรับผม ตอนนี้มันยังอยู่ในการขยายอยู่ทั้งเรียลเอสเตท เป็นอสังหาฯ เป็นรีสอร์ต ขยายไปอีกสัก 5 ปี มันเป็นไปได้ว่าผมจะทำอะไรอย่างนี้ แต่หวังว่า ที่ผมบอกจุดท้าทายที่ผมบอกว่ายังไม่สำเร็จก็คือมาตรฐานการบริการ หวังว่าเราสำเร็จแล้ว แล้วธุรกิจที่หาดเทียนเป็น best practice แล้ว ต้องทำให้ได้ ธุรกิจอื่นๆ มาต้องเป็น best practice ตั้งแต่เริ่มเพราะผมเร่ิมทำมาแล้ว

ผมจะเป็นนักบริหารอยู่ 10 ปี ผมหวังว่า ผมอาจจะหยุดการลงทุน ผมอาจจะใช้เวลาไปตาม Passion แอดเวนเจอร์มากกว่า ทางด้านงาน เหนื่อยๆ หวังว่าจะได้ปล่อยมือได้ ตอนแรกผมเร่ิมธุรกิจนี้ผมประคองมากๆ ด้วยตัวเอง พอมาตอนนี้ผมมีบางส่วนมีลูกน้องมาช่วย แต่ผมก็ยังต้องขยายก็ต้องอยู่ในสายตาผม แต่เป็นไปได้ว่าผมจะสร้างทีมงานที่ดี หรือดีกว่าที่ผมบริหารด้วย เพราะว่าเขาเป็นคนที่รักอาชีพนี้จริงๆ แต่ผมเป็นนักธุรกิจ (นอกจากหาดเทียนบีช รีสอร์ตแล้ว ปัจจุบันเขาทำคอนโดฯ สุดหรูล่าสุดชื่อว่า fynn ที่สุขุมวิท 31) ถ้าทำตรงนั้นได้ผมจะภูมิใจมาก 

ผมน่าจะทำได้ใน 10 ปี ผมจะได้แบ่งเวลาไปตาม Passion ของผม คือทะเล เอนจอยกับการค้นหา ความงามของธรรมชาติและผู้คน.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้