วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิษณุ ยัน ไม่ได้ใช้ ม.44 เพื่อยึดทรัพย์ เมิน บุญทรง ฟ้องกลับ

“วิษณุ” ย้ำ ไม่ได้ใช้ ม.44 ยึดทรัพย์ เผย “สมัย รบ.มาร์ค – ปู” ก็มีแนวคิดให้กรมบังคับคดีมีอำนาจ เมิน “บุญทรง” ฟ้องกลับ เหตุทำตามหน้าที่ ระบุ จนท.สุจริตกฎหมายคุ้มครองแน่ แจง อาญา – แพ่ง แยกส่วนกันได้ ไม่ต้องรอ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จะฟ้องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกค่าเสียหายในส่วนการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า เป็นสิทธิของนายบุญทรง หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถทำได้ ส่วนกระบวนการรับเรื่องและการพิจารณาจะเป็นอย่างไรต้องว่ากันตามกฎหมาย มีคนรายงานให้ทราบว่า นายบุญทรง ได้ทักท้วงในบางประเด็น คือ รัฐบาลใช้ มาตรา 44 ไปยึดทรัพย์ ทั้งที่อธิบายไปหลายครั้งแล้วว่า ไม่ใช่ ถ้านายบุญทรงเข้าใจผิดต้องช่วยกันอธิบายให้เข้าใจ แต่ถ้าเชื่อว่าเป็นอย่างนั้นไม่รู้จะว่าอย่างไร

นายวิษณุ กล่าวว่า มาตรา 44 ออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่รัฐในเวลาที่รัฐจะไปยึดทรัพย์เท่านั้น โดยใช้กระบวนตามกฎหมายปกติ คือ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ที่ใช้มา 3 – 5 พันราย แต่เมื่อคณะกรรมการทางกฎหมายบอกว่า ใครผิดแล้วจะต้องไปยึดทรัพย์ ปรากฏว่าในกรณีที่มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท ทางกระทรวงเจ้าทุกข์ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีเวลา ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญในการทำ จึงใช้มาตรา 44 ออกมาเพื่อให้การกรมบังคับคดีไปทำหน้าที่นี้ ซึ่งจะไม่สามารถทำได้ถ้าไม่มีเรื่องที่จะต้องให้ไปยึด แต่เรื่องที่จะยึดเกิดมาจากคณะกรรมการได้วินิจฉัยมาก่อนแล้ว และมีคำสั่งทางปกครอง

รองนายกฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้แต่ละกระทรวงประสบปัญหา เพราะแม้ทรัพย์จะมีมูลค่าไม่มาก แต่เวลาไปยึดทำไม่เป็นและยึดได้ยาก เรื่องดังกล่าวจึงมีความพยายามมาก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามา ที่จะให้กรมบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์ โดยกรมบังคับคดีท้วงมาตลอดมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า อยากให้ออกกฎหมายให้อำนาจมาแก่เขา ต่อมาสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รมว.ยุติธรรม ขณะนั้น ได้เตรียมเรื่องให้กรมบังคับคดีตั้งกองบังคับคดีตามคำสั่งทางปกครอง แต่ยังติดอยู่ที่ว่า กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ยึด เพราะกฎหมายให้ยึดคำสั่งศาล จึงต้องพับเรื่องดังกล่าวไว้ มาถึงรัฐบาลนี้ จึงใช้มาตรา 44 ให้กรมบังคับคดี มีอำนาจเข้าไปทำ ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปตั้งกอง

รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อทักท้วงที่ระบุว่า คดีอาญายังไม่จบ แต่มีการดำเนินการเตรียมยึดทรัพย์นั้น เป็นคนละเรื่อง และคนละประเด็น เนื่องจากการดำเนินคดีวินัยกับบุคคล สามารถแยกทางกับคดีอาญาหรือ คดีแพ่งได้ เพราะใช้กฎหมายคนละฉบับ คนละข้อหา พิจารณาคนละศาล ใครจะทำก่อนหรือหลังไม่แปลก เพราะไม่ได้แปลว่า เมื่อศาลหนึ่งยกฟ้องแล้วจะยกฟ้องทั้งหมด เช่น ยกฟ้องคดีอาญา แต่ผิดวินัยและถูกไล่ออก หรือ ยกฟ้องคดีอาญา แต่ต้องชดใช้ทางแพ่ง หรือ ยกฟ้องทางแพ่ง แต่ต้องติดคุก แต่การเรียกค่าเสียหายทางแพ่งนี้ อายุความสั้นเพียง 2 ปี จะครบกำหนดในวันที่ 16 – 17 ก.พ.60 ถ้าจะถ่วงเวลาให้คดีอาญาจบ รับรองว่า เลยอายุความ ตอนนั้นจะฉุกละหุก ดังนั้น ทั้งหมดนี้อยู่บนความเป็นธรรมพื้นฐานและมาตรฐานปกติ ขอยืนยันได้ ส่วนจะผิดหรือถูก หรือ ที่นายบุญทรงโต้แย้งในข้ออื่น ไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องไปเถียงกับท่าน ที่บอกว่า เรื่องจำนำข้าว จีทูจี ไม่มีทุจริต ต้องไปว่ากันในศาล ตนไม่สามารถตอบได้

เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่า การใช้มาตรา 44 ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจในการยึดทรัพย์ก่อนที่จะมีคำสั่งทางปกครอง เหมือนเป็นการตั้งใจออกมารองรับไว้ก่อน นายวิษณุ กล่าวว่า จะก่อนหรือหลังไม่แปลก ถึงออกมาก่อนแต่ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องรอคำสั่งทางปกครองก่อน แต่ที่ออกมาให้อำนาจก่อนเพื่อจะได้เตรียมการไว้ โดยคำสั่งออกมาก่อนที่จะมีการลงนามคำสั่งกรณีจีทูจีไม่กี่สัปดาห์ ส่วนที่มีการถกเถียงโต้แย้งกันว่า ใครจะลงนามในการออกคำสั่งของ กรณีจีทูจี ไม่ทราบว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร แต่ในกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้มีปัญหาอะไร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะรู้ว่ามีการลงนามและจบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา จากนี้เป็นเรื่องของกระทรวงที่ต้องส่งคำสั่งทางปกครองไปให้นายบุญทรงกับพวก ถ้าภายใน 30 วัน ยังไม่อุทธรณ์ จะมีการเตือนอีก 15 วัน ถ้ายังไม่ดำเนินการอะไร เมื่อครบ 45 วัน นับแต่วันส่งคำสั่งไปให้ กรมบังคับคดีจะเข้าไปยึดทรัพย์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ได้ยึดจากนายบุญทรงมาเป็นของใคร แต่ยึดมาเป็นของแผ่นดิน เพราะไม่มีสินบนหรือรางวัลนำจับ ทุกอย่างทำตามหน้าที่

เมื่อถามว่า การที่นายบุญทรงออกมาขู่ฟ้องกลับ จะทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความเกรงกลัวหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบว่ากลัวหรือไม่ แต่ต้องดำเนินการต่อไป ทุกคนทำตามหน้าที่ เมื่อศาลบอกว่าผิดคือผิด และมาตรา 44 ไม่ได้คุ้มครองทุกคน ทุกสถานการณ์ เพราะมีข้อแม้ว่าต้องทำภายใต้ความสมควรแก่เหตุ สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ ต้องขอบคุณ นายพูลเดช กรรณิการ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่แสดงความเป็นห่วง และเตือนมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ข้อกฎหมายบางเรื่องได้พิจารณามาก่อนที่นายพูลเดชจะยื่นหนังสือแล้ว ไม่ได้บอกว่า มั่นใจอะไร แต่ทุกคนทำไปตามหน้าที่.

“วิษณุ” ย้ำ ไม่ได้ใช้ ม.44 ยึดทรัพย์ เผย “สมัย รบ.มาร์ค – ปู” ก็มีแนวคิดให้กรมบังคับคดีมีอำนาจ เมิน “บุญทรง” ฟ้องกลับ เหตุทำตามหน้าที่ ระบุ จนท.สุจริตกฎหมายคุ้มครองแน่ แจง อาญา – แพ่ง แยกส่วนกันได้ ไม่ต้องรอ 21 ก.ย. 2559 14:53 21 ก.ย. 2559 17:52 ไทยรัฐ