วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุคสมัยเลวร้าย 8ปีโดนดอง สุดอดกลั้น เปิดใจรองผู้ว่าฯสายัณห์ อินทรภักดิ์

ในหลายปีก่อน สยามประเทศเคยมีนักสู้แดนใต้ที่เคยพลีชีพเพื่ออุดมการณ์ในอาชีพ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” เขาคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คือ “จ่าเพียร” หรือ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา วีรบุรุษนักกู้ระเบิด ที่ถูกกลุ่มคนร้ายลอบกัดวางระเบิดและยิงซ้ำเสียชีวิตในหน้าที่อย่างสมเกียรติ

แต่ถ้ายังจำกันได้ ก่อนที่ นักสู้กระดูกเหล็ก แห่งเทือกเขาบูโด จะเสียชีวิต เขาเคยยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม กรณี “การโยกย้ายไม่เป็นธรรม” หลังจากได้ขอย้ายตัวเองมาเป็นผู้กำกับ สภ.กันตัง จ.ตรัง เพราะมีตำแหน่งว่างและเป็นปีสุดท้ายก่อนเกษียณราชการ...แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็จบลงด้วยความเศร้า

และในปี พ.ศ.2559 นี้ ก็มีข้าราชการประจำอีกรายนาม นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ตรัง ผู้ห้าวหาญ ยื่นขอความเป็นธรรมในลักษณะเดียวกัน ที่แตกต่างคือคราวนี้เขาไม่ได้ขอออกจากพื้นที่ แต่ “คาใจ” ว่าเพราะเหตุใดกระทรวงมหาดไทย ถึง “ดอง” เขาในตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนานถึง 8 ปี 4 เดือน กระทั่ง “เรือเที่ยวสุดท้าย” มาถึงก่อนเกษียณ เขาก็ยังไม่ได้ตั๋วให้ขึ้นเรือเพื่อเดินทางถึงฝั่งฝันในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด

นายสายัณห์ บอกว่าเขาไม่ได้คิดมักใหญ่ใฝ่สูงแต่ประการใด พร้อมกับเล่าให้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ฟังว่า สาเหตุที่ต้องยื่นร้องขอความเป็นธรรม ฟ้องศาลปกครอง รวมถึงการยื่นถวายฎีกา เพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ของกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากตนมีความอาวุโสมากที่สุดของประเทศไทย รับราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมาแล้ว 8 ปี 4 เดือน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนรับราชการตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยเริ่มต้นการทำงานด้วยหน้าที่ “เสมียน” เงินเดือน 750 บาท วันที่ 7 เม.ย.2521 หลังจากนั้นก็เรียนจบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้มาสอบบรรจุข้าราชการ ก.พ. ตำแหน่งนิติกร จากนั้น ก.มหาดไทย ก็เรียกมาบรรจุที่สำนักงานจังหวัด ชีวิตข้าราชการก็จะวนเวียนอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ พัทลุง นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา ยะลา และ นราธิวาส โดยเป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดนราธิวาส อยู่ 8 ปี หลังจากนั้นก็มาดำรงตำแหน่ง รอง ผวจ.ยะลา 3 ปี 8 เดือน รวมอายุราชการทวีคูณเนื่องจากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ก็เท่ากับอายุราชการ 7 ปี 4 เดือน รวมกับเป็น รอง ผวจ.ตรัง อีก 1 ปี รวม เป็น 8 ปี 4 เดือน

“ก่อนที่จะลงพื้นที่เสี่ยงภัยนั้น มีตัวเลือกเข้ามา ระหว่าง “พังงา” กับ “นราธิวาส” ผมไม่รีรอที่จะเลือก จ.นราธิวาส เพราะ พังงา คือจังหวัดท่องเที่ยว เชื่อว่ามีแต่คนอยากไปทำงานที่นั่น แต่ด้วยที่เป็นคนที่ “ไม่กลัวความลำบาก” อยากช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่มีความเดือดร้อน ไหนๆ จะรับราชการแล้ว ก็เลือกไปในที่ ที่เราสามารถช่วยพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุดดีกว่า”

ประวัติไม่ด่างพร้อย เคยรับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น - ขรก.ดีเด่นด้านบริหารงานบุคคล

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูประวัติ นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ ก็พบว่าไม่เคยด่างพร้อย แถมยังเคยได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย โดย นายสายัณห์ เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2500 การศึกษา ปริญญาตรี รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ปริญญาโท รัฐศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, หลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 49, หลักสูตรจ่าจังหวัด รุ่นที่ 11, โรงเรียนนายอำเภอ รุ่นที่ 47, หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 4, หลักสูตรกฎหมายมหาชนและการบริหารงานภาครัฐ รุ่นที่ 4

เคยได้รับรางวัล ข้าราชการพลเรือนดีเด่น (ครุฑทองคำ) สำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2545, ข้าราชการผู้ปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดดีเด่น (สำนักงาน ปปส.) ปี 2548, ข้าราชการผู้มีผลงานดีเด่นด้านการบริหารงานบุคคล (สำนักงาน ก.พ.) ปี 2550

นอกจากนี้ ยังเคยเป็นกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพัทลุง 23 กรกฎาคม 2541, เจ้าหน้าที่ธุรการ สำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง, เจ้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานจังหวัดพัทลุง, หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน สำนักงานจังหวัดพัทลุง-สำนักงานจังหวัดสงขลา, หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดสงขลา, หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตรัง (ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย) 26 ธันวาคม 2548, หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนราธิวาส 5 พฤศจิกายน 2550, รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา 30 มกราคม 2555 และ ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง 1 ตุลาคม 2558

ปัญหาภาคใต้หนักหนา ตำแหน่งระดับสูงในพื้นที่เสี่ยง คือ เป้าหมายหัวลอบสังหาร

จากนั้น ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ถามต่อว่า เมื่อเข้าพื้นที่เสี่ยงจริงๆ เราพบปัญหาอะไรบ้าง นายสายัณห์ กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันว่า สิ่งที่เจอคือ...ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในส่วนกลางไม่ค่อยใส่ใจดูแล หรือ สนับสนุนคนในพื้นที่ให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ดังนั้น คนที่ได้ดิบได้ดีกลับเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดนาย “ผมมันอยู่ไกลปืนเที่ยง จะเป็นตายอย่างไรก็ไม่สนใจ ถึงเวลาแต่งตั้งโยกย้ายก็จะดูคนที่อยู่ใกล้ตัวเป็นอันดับแรก”

นายสายัณห์ ยอมรับว่า การทำงานในพื้นที่เสี่ยงนั้น แน่นอนหัวข้าราชการระดับสูง อย่างเช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ ย่อมเป็นเป้าหมายของกลุ่มที่ก่อความไม่สงบ หากทำร้ายหรือลอบสังหารได้ย่อมเป็นผลงานชิ้นโบแดง จำได้ไหม วันที่ 10 เม.ย.2556 นายอิศรา ทองธวัช รองผู้ว่าฯ ยะลา ถูกระเบิดเสียชีวิต ในขณะเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ อ.เบตง ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติก็เสียชีวิตต่อเนื่อง การทำงานในพื้นที่เสี่ยงแบบนั้น เราต้องเตรียมใจพร้อมที่จะตาย

“เราเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องดูแลพี่น้องประชาชนต่างพระเนตรพระกรรณ เรากลัวไม่ได้ แต่เรามีสิทธิที่จะดูแลตัวเองให้ปลอดภัย แต่ละคนจะมีเทคนิคในการดูแลตัวเองที่ต่างกัน จะให้เราหลบอยู่แต่ในที่ทำงานไม่ออกไปไหน ไม่ลงพื้นที่ไม่ได้ ไม่ใช่แค่กลางวัน บางครั้งเวลา ตี 1 หรือ ตี 2 ผมก็ยังอยู่ในหมู่บ้านต่างๆ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้น”

พอถึงเวลาเลื่อนตำแหน่งนั้น ตามปกติเขาจะให้ รองผู้ว่าฯ คนที่อยู่ในพื้นที่นานๆ ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ​ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา แต่มาช่วงหลังกลับไม่เป็นแบบนั้น ตนกลับถูกดึงออกมา แล้วดัน รองผู้ว่าฯ อาวุโสน้อยกว่าขึ้นไปเป็นผู้ว่าฯ แบบนี้มันไม่ถูก คนที่เป็นแบบตน 7-8 คน เป็น รองผู้ว่าฯ มา 7-8 ปี จะเกษียณอายุราชการอยู่แล้ว กลับไม่สนใจ

“จะอ้างว่าสอบคะแนนได้น้อย...การสอบนั้น จะให้ใครได้คะแนน ก็แค่ใส่ชื่อรอไว้ จากนั้นก็เอาคะแนนใส่ไป ตอนนี้ยอมรับว่าโกรธมาก 3 ปีแล้ว ที่ถูกย่ำยีจิตใจ แล้วคราวนี้ผมจะไม่ทนอีกต่อไป" รองผู้ว่าฯ ตรัง ผู้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กล่าว


ก็แค่ลูกชาวนา พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนสูงๆ เพื่อให้เป็นข้าราชการ

รองผู้ว่าฯ สายัณห์ กล่าวว่า พื้นเพตนเป็นคนจังหวัดพัทลุง คุณพ่อคุณแม่ ก็เป็นแค่ชาวนาธรรมดา พยายามส่งเสียลูกให้เรียนหนังสือหวังที่จะให้มาเป็นราชการ เพื่อให้เป็นเกียรติประวัติกับครอบครัว ด้วยที่เป็นลูกคนยากคนจน จึงตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่เพื่อหวังที่จะมาทำงานช่วยเหลือประชาชน แต่หลังจากทำงานมาเกือบ 40 ปี เป็นรอง ผู้ว่าฯ​ ที่มีลำดับอาวุโสมากที่สุดในประเทศไทย ไม่เคยโดนโทษทางวินัย ไม่เคยถูกร้องเรียน ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ปีสุดท้ายของชีวิตก็อยากจะดำรงตำแหน่งตามที่มีสิทธิจะได้รับ นั่นก็คือ ตำแหน่งผู้ว่าฯ เพราะมีการแต่งตั้ง 24 ตำแหน่ง ตยอาวุโส สูงสุดทำไมถึงไม่ได้รับการแต่งตั้ง จึงอยากตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจ

การร้องเรียนในลักษณะแบบนี้ กลัวว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ นายสายัณห์ กล่าวว่า ความกลัวทำให้เราเสื่อม ถ้าหากเรามัวแต่กลัว ทางกรม หรือ สถาบันทางราชการก็จะเสื่อม ถ้าเรามัวแต่กลัวนู้นกลัวนี่ บ้านเมืองก็ฉิบหายไปทุกวัน ฉะนั้น มันต้องไม่กลัว หากเราไม่ผิดเราจะกลัวอะไร....

ตั้งแต่รับราชการจนถึงวันนี้เกือบจะ 40 ปี ทิศทางของวงการราชการเป็นอย่างไร นายสายัณห์ กล่าวเสียงเข้มอีกครั้งว่า ทิศทางมีแต่เลวลง ไม่ได้ดีขึ้น สมัยก่อนเราว่า นักการเมืองเลว แต่พอไม่มีนักการเมือง ข้าราชการประจำบางคนกลับเลวซะเอง


“ผมอยากจะขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับบัญชา ไม่อยากได้ยินการข่าวว่าคะแนนไม่ได้ แท้ที่จริงแล้วขึ้นอยู่กับว่าอยากให้ใครเป็นต่างหาก จะให้ใครเป็นก็ให้คะแนนสูงๆ เทคนิคการทำคะแนนก็มีแค่นี้ โดยดูจาก ประวัติการรับราชการ, อายุราชการ, เคยถูกลงโทษทางวินัยบ้างหรือไม่, วุฒิการศึกษา, ผลงานดีเด่นมีอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ สิ่งเหล่านี้ก็จะคล้ายๆ กันหมด จะวัดกับที่อายุราชการ ซึ่งผม 8 ปี 4 เดือน จะวัดเรื่องความรู้ความสามารถ หากไม่มีความรู้ความสามารถจะขึ้นมาเป็นรองผู้ว่าฯ ได้หรือไม่ วิสัยทัศน์ กรอบการทำงานก็เป็นนโยบายจาก ก.มหาดไทย อยู่แล้ว จะแตกต่างกันก็คือวิธีการทำงาน ส่วนมาตรฐานการทำงานนั้นถูกบังคับโดยตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่แล้วว่า รองผู้ว่าฯ หรือ ผู้ว่าฯ​มีหน้าที่อะไรบ้าง”

รองผู้ว่าฯ ตรัง เผยต่อว่า ไม่ว่าไปอยู่ที่ไหน สิ่งที่ตนจะทำคือ อยากให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี กล่าวคือ มีอาชีพ รายได้ การศึกษา สุขภาพ องค์ประกอบ 4-5 อย่างเหล่านี้จะทำให้ประชาชนก็มีความสุข งานทุกอย่างของรัฐบาลเราต้องช่วยทำ เพราะนโยบายอยู่ที่ส่วนกลาง ส่วนภาคปฏิบัติจะอยู่ในพื้นที่

นายสายัณห์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากขอให้ทางรัฐบาลปฏิรูประบบราชการ เป็นไปตามระเบียบแบบแผนที่ราชการกำหนดไว้ อย่างเช่น การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งที่มีปัญหาอย่างทุกวันนี้ ทั้งที่ มีแบบแผน ระบบราชการกำหนดไว้ เช่น ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี กฎของ ก.พ. ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วและควรจะทำให้โปร่งใส แต่กลับมีคนบางคนหรือบางกลุ่มทำให้พรรคพวกของตนเองได้ประโยชน์ แบบนี้แล้วราชการจะเป็นอย่างไร ผมจึงอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้.. 

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

'สายัณห์' เดินสายร้องตั้งผู้ว่าฯ ข้ามหัวไม่เป็นธรรม ทิ้งทวนก่อนเกษียณ 

มีข้าราชการประจำอีกรายนาม นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ตรัง ผู้ห้าวหาญ ยื่นขอความเป็นธรรมในลักษณะเดียวกัน ที่แตกต่างคือคราวนี้เขาไม่ได้ขอออกจากพื้นที่ แต่ “คาใจ” ว่าเพราะเหตุใดกระทรวงมหาดไทย 21 ก.ย. 2559 13:29 ไทยรัฐ