วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ชมผู้นำสหรัฐฯ ย้ำทุกชาติต้องร่วมมือแก้ปัญหาผู้ลี้ภัย

"บิ๊กตู่" ชื่นชม "โอบามา" แสดงบทบาทนำแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย ย้ำต้องร่วมมือกัน รักษาสันติภาพ ส่งเสริมมนุษยธรรม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อยู่ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-25 ก.ย.2559 ว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 11.35 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าฯและหารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2 อิบน์ อัล-ฮุสเซน สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน

โดยภายหลังการหารือ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยและจอร์แดนจะครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ โดยจะจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบในการเปิดสถานเอกอัครราชทูตจอร์แดนประจําประเทศไทยแล้ว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลจอร์แดนที่ช่วยเหลือดูแลนักศึกษาไทยประมาณ 650 คนเป็นอย่างดี

จากนั้น เวลาประมาณ 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) นครนิวยอร์ก นายกรัฐมนตรี ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัยตอนหนึ่งว่า ทุกวันนี้คนกว่า 65 ล้านคน ต้องพลัดถิ่น ซึ่งในจำนวนนี้ กว่า 21 ล้านคน เป็นผู้หนีภัยเข้าสู่ทวีปยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ กลายเป็นภาระหนักของประเทศแรกรับ ซึ่งประเทศไทยก็ตกอยู่ในสภาวะนั้นเช่นกัน เพราะตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลไทยและประชาชนไทยให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม แก่ผู้หนีภัยจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วกว่า 1 ล้านคน ซึ่งปัจจุบัน ไทยให้ที่พักพิงแก่ผู้หนีภัยการสู้รบจากชายแดนด้านตะวันตกประมาณ 100,000 คน ซึ่งไม่นับรวมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติอีกกว่า 3 ล้านคน โดยไทยยินดีที่ประชาคมโลกได้ร่วมกันรับรองแถลงการณ์นิวยอร์กสำหรับผู้ลี้ภัยและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ไทยกำลังพิจารณาจัดทำระบบคัดกรองให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ รวมถึงอนุญาตให้เหยื่อค้ามนุษย์และพยานสามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมายจนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยอาจขยายระยะเวลาทำงานอีกไม่เกิน 2 ปี ทั้งนี้ขอบคุณนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ตระหนักถึงบทบาทของไทยในการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม นานาประเทศจะต้องร่วมกันรับผิดชอบแก้ไขปัญหานี้ และควรเปิดพื้นที่เชิงนโยบายให้กับประเทศต้นทาง กลางทาง และปลายทางในการแก้ไขปัญหาภายในบริบทของตนเอง

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ประเทศต้นทางต้องเพิ่มความช่วยเหลือด้านการพัฒนาซึ่งจะช่วยให้คนไม่ย้ายถิ่น และไม่กดดันประเทศต้นทางมากเกินไป ส่วนประเทศกลางทาง ซึ่งเป็นประเทศแรกรับ ต้องรับภาระอย่างมาก จึงควรมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหา ได้รับความช่วยเหลือทางงบประมาณ นโยบาย และการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการดำเนินคดีกับผู้แสวงหาประโยชน์ต่อผู้โยกย้ายถิ่นฐานในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง และประเทศปลายทางก็ต้องเพิ่มความช่วยเหลือด้วย ไทยยินดีที่ประเทศปลายทางประกาศรับผู้ลี้ภัยไปตั้งถิ่นฐานใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้การให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขอชื่นชมประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้แสดงบทบาทนำด้านการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย การรักษาสันติภาพและการส่งเสริมมนุษยธรรมในโลก

"บิ๊กตู่" ชื่นชม "โอบามา" แสดงบทบาทนำแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย ย้ำต้องร่วมมือกัน รักษาสันติภาพ ส่งเสริมมนุษยธรรม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง 21 ก.ย. 2559 12:04 ไทยรัฐ