วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศักดิ์ศรีคนไทยในต่างแดน

ศักดิ์ศรีคนไทยในต่างแดน

  • Share:

พ.ศ.2558 ประชากรญี่ปุ่นมี 120 ล้าน ร้อยละ 26 ของประชากรทั้งหมดเป็นผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไป คาดการณ์กันว่าอีก 14 ปีข้างหน้า ก็คือ พ.ศ.2573 ญี่ปุ่นจะมีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 30

คนไทยที่มีคู่สมรสเป็นชาวญี่ปุ่นมีประมาณ 46,000 คน ต่อไปในอนาคต เมื่อคนเหล่านี้กลายเป็นผู้สูงวัยก็อาจจะกลับมาอยู่เมืองไทย ผมสอบถามหลายคนว่าบั้นปลายท้ายชีวิตจะเอายังไง ส่วนใหญ่ก็ตอบว่า จะกลับเมืองไทย ผมว่าในอนาคตเราอาจจะได้ศักยภาพจากสตรีไทยที่กลับบ้านเกิด ในองค์ความรู้ด้านต่างๆ ทั้งของตนเองและสามี

ไม่เฉพาะในญี่ปุ่นนะครับ ตอนนี้มีคนไทยกระจายอยู่ในเกือบทุกประเทศทั่วโลก รวมตัวเลขแล้วเกิน 1 ล้านคน ตัวเลขอย่างเป็นทางการ มีคนไทยอยู่ในทวีปอเมริกาและแปซิฟิกใต้ 402,701 คน ทวีปยุโรป 243,392 คน ภูมิภาคเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และทวีปแอฟริกา 45,970 คน ภูมิภาคเอเชียตะวันออก 42,658 คน ฯลฯ

คนไทยเหล่านี้รู้ภาษาของประเทศที่ตนเองอาศัยอยู่ มีเครือข่าย บางคนไปสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีฐานะดี มีธุรกิจ และมีความมั่นคงของชีวิตสูง หลายแห่งรวมตัวเป็นเครือข่ายที่แข็งแรง มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างที่ผมได้มีโอกาสไปเห็นในญี่ปุ่นและในอีกหลายประเทศ ผมว่าศักยภาพตรงนี้น่าจะดึงมาโยงกับประเทศไทย ให้ท่านเหล่านี้เป็นสะพานเชื่อมส่งเสริมด้านวัฒนธรรมการท่องเที่ยว และการทำมาค้าขายได้

แต่คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศก็มีปัญหาเยอะเหมือนกันครับ โดยเฉพาะคนที่ไปเรียนต่อ เพราะระบบการศึกษาของไทยและของบางประเทศต่างกัน หลายคนแต่งงานกับชาวต่างชาติที่ตนไม่เคยรู้ภาษาของประเทศนั้นมาก่อน ไปอยู่ในระยะแรก จึงยังสื่อภาษาไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น สื่อสารกับผู้คนในสังคมใหม่ไม่ได้ เกิดปัญหาการปรับตัว ทำให้มีปัญหาทางใจ ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ภาษาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการไปอยู่ต่างประเทศครับ เมื่อไม่รู้ภาษาก็ไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้สิทธิและหน้าที่ที่ตัวเองพึงมีต่อประเทศที่พำนักพักอาศัยอยู่ ที่เจอปัญหามากก็คือเรื่องของเด็กไทยที่ติดตามพ่อหรือแม่ซึ่งไปมีคู่สมรสใหม่ในต่างประเทศ พ่อแม่ก็มีปัญหาปรับตัวเยอะอยู่แล้ว เป็นที่พึ่งให้ลูกไม่ได้ เด็กไทยจำนวนไม่น้อย ไปมีปัญหาด้านการเรียน การปรับตัว การหางานและการสร้างอนาคต

ย้อนหลังกลับไปสมัยก่อน 10-30 ปีที่แล้ว คนไทยไปต่างประเทศก็ตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างอยู่ มีปัญหาก็อดทน ที่ทนไม่ได้ก็แพ้ชีวิต ครอบครัวล้มเหลว แต่สมัยนี้มีโซเชียลมีเดีย มีไลน์กลุ่ม มีเฟซบุ๊ก ฯลฯ ท่านเหล่านั้นสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผมเองมีโอกาสเข้าไปในเว็บไซต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง www.yingthai.net ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับคนไทยและหญิงไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ทั้งข้อมูลเพื่อการเตรียมก่อนเดินทาง หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ และเครือข่ายคนไทยในประเทศต่างๆ

เดี๋ยวนี้คนไทยในต่างประเทศมักรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ชมรมสมาคม และถ้ามีการจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย องค์กรเหล่านี้สามารถจัดทำโครงการเพื่อของบประมาณสนับสนุนจากกองทุนสวัสดิการสังคมของประเทศไทยได้ครับ

หลายประเทศมียุทธศาสตร์ส่งคนของตนเองไปลงหลักปักฐานกระจายอยู่ทั่วโลก เช่น จีน เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เลบานอน อินเดีย ไต้หวัน ฯลฯ บางประเทศมีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมากสำหรับคนชาติตนที่ไปลงทุนธุรกิจและทำงานในต่างประเทศ ยิ่งถ้าได้ออเดอร์กลับมาซื้อสินค้าในประเทศของตัว ยิ่งได้เครดิตจากรัฐบาล ถ้ามีผลงานเป็นรูปธรรมก็จะมีเงินอุดหนุนเป็นเรื่องเป็นราว

ศักดิ์ศรีของคนไทยในต่างแดนเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเป็นคนไทย มีหนังสือเดินทางไทยไปตกระกำลำบากในตรอกซอกมุมใดแสนไกลแค่ไหน เราต้องตามไปช่วยเหลือเกื้อกูล คนไทยมีคดีความในประเทศใด เราต้องมีหน่วยงานให้คำปรึกษา อย่าให้คนไทยในต่างประเทศถูกรังแก

ความคิดอย่างนี้กำลังถูกปลูกขึ้นมาในสมองของคนไทย และเครือข่ายของคนไทยในต่างประเทศจะแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ศักดิ์ศรีของคนไทยในต่างแดน ก็คือศักดิ์ศรีคนไทยทั้งชาติครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้