วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กทม.ประเดิมจับ'ตัวเหี้ย' สวนลุมฯได้มา 24 ตัวจาก 400 ชาวบ้านเสียงแตก

ประเดิม24ตัวจาก400

สื่อทั้งไทย-เทศ แห่สังเกตการณ์ กทม.ร่วมกับกรมอุทยานฯ จับตัวเงินตัวทองจากสวนลุมพินี เคลื่อนย้ายไปไว้ที่สถานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ ชาวบ้านที่ ใช้บริการสวนลุมฯเสียงแตกมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เคลื่อนย้ายมาแล้วเป็นครั้งที่ 3 รวมทั้งหมด 87 ตัว และต้องประชุมปรึกษากันอีกครั้งว่าจะเหลือไว้จำนวนเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมกับระบบนิเวศ เพื่อปรับปรุงสวนลุมฯให้เป็นสวนสาธารณะระดับโลก

จากกรณีกรุงเทพมหานคร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ที่มาใช้บริการภายในสวนลุมพินี เนื่องจากมีตัวเงินตัวทองจำนวนมาก ทำให้มีบางส่วนออกมาสร้างความหวาดกลัว ขณะออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ กทม.จึงดำเนินการย้ายตัวเงินตัวทองออกจากสวนลุมพินีไปแล้ว 2 ครั้ง ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ก.ย. สำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ระดมเจ้าหน้าที่เพื่อขนย้ายตัวเงินตัวทองออกจากพื้นที่สวนลุมพินีเป็นครั้งที่ 3

บรรยากาศการจับตัวเงินตัวทองครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้ช่วงเริ่มต้นไม่สามารถจับตัวเงินตัวทองได้เลย เนื่องจากตัวเงินตัวทองตื่นสื่อมวลชนที่คอยวิ่งตามเจ้าหน้าที่ กระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น.จึงสามารถจับได้เป็นตัวแรก รวมช่วงเช้าสามารถจับได้ทั้งหมด 24 ตัว และจะเริ่มดำเนินการต่อเวลา 16.00 น.

นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.กล่าวว่า สวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ใจกลางเมือง มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก วันธรรมดามีผู้ใช้บริการถึง 10,000 คนต่อวัน ส่วนวันหยุดมีผู้ใช้บริการกว่า 13,000 คนต่อวัน จากการสำรวจด้วยสายตา พื้นที่สวนลุมพินีมีตัวเงินตัวทองประมาณ 400 ตัว กระจายอยู่ตามบึงน้ำในสวนลุมฯทั้ง 5 จุด ทั้งนี้ ตัวเงินตัวทองที่โตเต็มวัยขนาดตั้งแต่ 1-3 เมตร ที่ผ่านมามีประชาชนร้องเรียนและมีเหตุจักรยานสะดุดล้ม เนื่องจากตัวเงินตัวทองวิ่งออกมาขวางทาง จึงต้องสร้างความสบายใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ การที่ตัวเงินตัวทองออกมาสร้างความเดือดร้อนรำคาญไม่สมควรอย่างยิ่ง

“ยอมรับว่า กทม.ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานอย่างตัวเงินตัวทอง และยังไม่ได้ศึกษาถึงจำนวนตัวเงินตัวทองที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สวนลุมฯว่าควรมีจำนวนเท่าไหร่ แต่เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อน ก็ต้องดำเนินการในเบื้องต้นคือ จับออกบางส่วน แม้ตัวเงินตัวทองจะเป็นส่วนบ่งชี้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ แต่มีมากเกินไปจะกระทบกับลูกของสัตว์ชนิดอื่นได้ นอกจากนี้ ตัวเงินตัวทองบางตัวยังทำลายตลิ่ง ทำลายแปลงดอกไม้ที่ กทม.เพาะพันธุ์ไว้ วันนี้ กทม.มาจับเป็นครั้งที่ 3 ตั้งเป้าไว้ทั้งหมด 40 ตัว วิธีการจับจะใช้ปลาดุกเป็นเหยื่อล่อให้ออกมาจากแหล่งน้ำ เมื่อจับได้แล้วนำไปส่งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่ผ่านมาเคลื่อนย้ายตัวเงินตัวทองไปเพาะเลี้ยงบริเวณดังกล่าวแล้ว 87 ตัว” ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.กล่าว

สำหรับข้อเสนอของนักวิชาการให้ กทม.ควบคุมปริมาณตัวเงินตัวทองด้วยวิธีการอื่น เช่น การจัดเก็บไข่นั้น นางสุวรรณากล่าวว่า ถือเป็นวิธีการบริหารจัดการวิธีหนึ่ง แต่ด้วยสภาพพื้นที่สวนลุมฯทำให้การหาไข่เป็นไปได้ยาก อีกทั้งระยะฟักไข่ของตัวเงินตัวทองใช้เวลา 50 วัน การผสมพันธุ์เกิดขึ้นปีละ 2-3 ครั้ง ทำให้การวางไข่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หลังจากนี้ กทม.จะต้องประสานงานกับกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อวางแนวทางการดูแลระบบนิเวศในสวนลุมพินี ซึ่งอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีอายุครบรอบ 100 ปี กทม. มีแนวทางการพัฒนาสวนลุมฯในรูปแบบต่างๆ ทั้งการปรับภูมิทัศน์พื้นที่ การปรับปรุงพื้นที่กิจกรรม การสร้างความสะดวก และปลอดภัยในการใช้งานแก่ประชาชน มุ่งหวังให้สวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะอันดับโลกด้วย

ด้านความเห็นของประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง นางสุธาศินี ศรีสะอาด พนักงานรักษาความปลอดภัย เผยว่า ทำงานที่สวนลุมฯมากว่า 9 ปีแล้ว ไม่อยากให้จับตัวเงินตัวทอง เพราะที่ผ่านมามันไม่เคยทำร้ายใคร อีกทั้งชาวต่างชาติที่มาออกกำลังกายก็ชอบดู ด้านนายธีรพล คำผอก อายุ 52 ปี ผู้ใช้บริการสวนลุมฯเป็นประจำตั้งแต่ปี 2527 ระบุว่า เห็นด้วยกับ กทม. ตนอยากให้จับออกไปให้หมด เสนอให้จับเดือนละ 50 ตัว เพราะที่นี่ตัวเงินตัวทองเยอะมาก สร้างความรำคาญ อีกทั้งทำลายแนวตลิ่ง ทำต้นไม้เสียหาย กินไข่เต่า ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้ทำร้ายตัวเงินตัวทอง แต่อยากให้จับไปไว้ที่อื่นที่ไม่กระทบต่อผู้ใช้บริการ เมื่อ 5 ปีก่อนเพื่อนตนมาวิ่งเจอตัวเงินตัวทองฟาดหางใส่ที่ขาได้รับบาดเจ็บ อักเสบอยู่เป็นเดือนกว่าจะหาย

ขณะที่ น.ส.ชนนพร ชะตางาม อายุ 34 ปีผู้ใช้บริการที่สวนฯนานกว่า 10 ปีเผยว่า ทราบข่าวว่า วันนี้ กทม.จะมาจับตัวเงินตัวทองจึงกลับบ้านสายกว่าปกติ เพื่อดูว่าเจ้าหน้าที่จะจับด้วยวิธีใด เกรงว่าจะจับแบบโหดร้ายทารุณ เมื่อเห็นวิธีการจับก็พอรับได้ ทั้งนี้มองว่า ตัวเงินตัวทองไม่เคยทำร้ายใคร คนที่มาวิ่งที่นี่เป็นประจำส่วนใหญ่ไม่อยากให้จับ ต้องดูมุมมองผู้ร้องเรียนว่ามาใช้บริการบ่อยหรือไม่ มีอคติกับสัตว์หรือเปล่าจึงร้องเรียนให้มาจับ ทั้งๆที่มันไม่เคยทำร้ายใครเลย

ด้านนางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งนำเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานฯ พร้อมทีมสัตวแพทย์มาร่วมสังเกตการณ์ เนื่องจากตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำตัวเงินตัวทองไปไว้ที่สถานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่มีความเชี่ยวชาญการเลี้ยง พร้อมตรวจสุขภาพหาโรค และจะดูแลจนมั่นใจก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาศัย ส่วนการควบคุมการขยายพันธุ์ของตัวเงินตัวทอง ปกติแล้วจะวางไข่ในช่วงเดือน ต.ค.ครั้งละประมาณ 30-50 ฟอง กรุงเทพมหานครและกรมอุทยานฯจะต้องร่วมพูดคุยวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกันอีกครั้ง ขณะที่ นพ.เบญจรงค์ สังขรักน์ สัตวแพทย์ กรมอุทยานฯ กล่าวถึงกรณีที่ไม่ยิงยาสลบตัวเงินตัวทองขณะจับว่า เพราะยากต่อการควบคุม เสี่ยงต่อการเสียชีวิตของสัตว์ และต้องใช้งบประมาณถึง 500 บาทต่อตัว

สื่อทั้งไทย-เทศ แห่สังเกตการณ์ กทม.ร่วมกับกรมอุทยานฯ จับตัวเงินตัวทองจากสวนลุมพินี เคลื่อนย้ายไปไว้ที่สถานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ 21 ก.ย. 2559 07:39 21 ก.ย. 2559 08:26 ไทยรัฐ