วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เครนกู้เรือมรณะขึ้นจากเจ้าพระยา ได้ครบ 28ศพเจอที่เหลือติดใต้ซาก

ระดมเครนยกกู้ขึ้นจากเจ้าพระยา พบรอยฉีกขนาดใหญ่ที่ท้องเรือ เจ้าท่าเสนอแก้กม.เพิ่มโทษหนัก

“อาคม” สั่งล้อมคอกให้กรมเจ้าท่าตรวจเข้มใบอนุญาตผู้ควบคุมเรือ การจด ทะเบียนเรือ รวมทั้งการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ให้เสร็จภายใน 10 วัน พร้อมเพิ่มบทลงโทษเจ้าของเรือกับผู้ควบคุมเรือให้หนักขึ้น ส่วนการค้นหาผู้สูญหายพบเพิ่มอีก 6 ศพ รวมผู้เสียชีวิต 28 ศพ ขณะที่การกู้เรือใช้เรือเครนยกออกจากพื้นที่เกิดเหตุแล้ว

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จากเหตุโศกนาฏกรรมเรือโดยสารชนเสาเข็มพนังกั้นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดสนามไชย ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จนเรือแตกล่มลงกลางแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้ผู้โดยสารซึ่งเป็นชาวไทยมุสลิมจมน้ำเสียชีวิต พบศพแล้วเมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.จำนวน 22 ศพ ยังสูญหายอีก 6 รายนั้น

ต่อมาเช้าวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและนักประดาน้ำได้ระดมค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนรุ่งเช้าปรากฏว่าพบศพผู้สูญหายเพิ่มอีก 5 ศพ ประกอบด้วย 1.ด.ช.อภิลักษณ์ บุญรักษ์ อายุ 3 ขวบ พบบริเวณสะพานใหม่หมู่บ้านญี่ปุ่น 2.นางอนันดา บุญรักษ์ 39 ปี พบบริเวณสะพาน 356 3.ด.ญ.อามีรา กระจ่างแสง 3 ขวบ พบบริเวณสะพาน 356 4. ด.ช.ธิเบต มาทอง 4 ขวบ บริเวณสะพาน 356 และ 5.น.ส.มนัญญา รัตนะวัน 25 ปี พบบริเวณสะพานสร้างใหม่ใกล้หมู่บ้านญี่ปุ่น

จากนั้นเวลา 10.00 น. นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า นายวิทยา ยาม่วง ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 และคณะนำเรือเครนขนาดใหญ่ 2 ลำและอุปกรณ์พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 20 นายมากู้เรือที่ล่มโดยมีกำลังสนับสนุนจากทีมกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญูและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพุทไธสวรรย์อยุธยากว่า 100 นาย ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ระหว่างการกู้ซากเรือมรณะมีประชาชนรวมทั้งญาติพี่น้องของผู้สูญหายจำนวนมากปักหลักยืนดูกันอย่างเนืองแน่น

ขณะเดียวกัน มีกระแสน้ำไหลแรงและระดับยังคงขึ้นสูง นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่าสั่งให้นักประดาน้ำ ดำลงไปดูความเสียหายด้านล่างของเรือมรณะเพื่อประเมินสถานการณ์ในการกู้เรือ หลังการตรวจสอบของนักประดาน้ำพบที่ใต้ท้องเรือมีรอยแตกขนาดใหญ่กว้าง 1 เมตร ยาว 7 เมตร ไม่สามารถซ่อมแซมได้ต้องยุติการกู้ไว้ก่อนเนื่องจากกระแสน้ำแรง กระทั่งเย็นหลังคลื่นสงบได้กู้เรือมรณะต่อโดยใช้เรือเครนขนาดใหญ่ ยกตัวเรือให้ลอยขึ้นแล้วลากไปหน้าหมู่บ้านโปรตุเกส แต่พอลากไปได้ประมาณ 1 กม.เศษถึงหน้าวัดคลองตะเคียนก่อนถึงหมู่บ้านโปรตุเกส ปรากฏว่าเรือมรณะเริ่มจมลงน้ำ ขณะเดียวกันมีศพนางทองใบ ขันธรักษ์ อายุ 89 ปี
ที่สูญหายโผล่มาจากท้องเรือ เจ้าหน้าที่จึงยุติการขนย้ายเรือและกู้ศพขึ้นฝั่ง

ส่วนนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเปิดเผยว่า เหตุเรือล่มครั้งนี้สรุปแล้วมีผู้เสียชีวิตและพบศพแล้วทั้งหมด 28 ศพ สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตและพบศพแล้วประกอบด้วย 1.นางเตือนใจ ขันธมะ อายุ 50 ปี 2.นางวาสนา แจ่มคง อายุ 48 ปี 3.นายเสน่ห์ แจ่มคง อายุ 76 ปี 4.น.ส.ชนาภา มหาครุฑ อายุ 28 ปี 5.นางละมัย กระจ่างแสง อายุ 61 ปี 6.ด.ญ.นุฮายาดี ขันธมะ อายุ 13 ปี 7.นางหทัยทิพย์ ครุฑอาชาติ อายุ 33 ปี 8.นางสุวิมล บุญรักษ์ อายุ 52 ปี 9.ด.ช.อนุสรณ์ กระจ่างแสง อายุ 4 ขวบ 10.ด.ญ.ภาวดี หวังจำปี อายุ 15 ปี 11.น.ส.สุวิมล (นูลีน) บุญรักษ์ อายุ 52 ปี 12.นายสมพงษ์ (นิ่ม) รัมมะเอ็จ อายุ 25 ปี 13.นายประเสริฐ ขันธรักษ์ อายุ 45 ปี

14.นางวันนี เมาะซ้ง อายุ 40 ปี 15.น.ส. ระติฉัตร เปลี่ยนพืช อายุ 20 ปี 16.ด.ช.นวพรรษ กระจ่างแสง อายุ 8 ขวบ 17.ด.ญ.นัสริน บุญรักษ์ 18.นางมัชรีณ์ รักพงษ์ อายุ 48 ปี 19.นางลัดดา–วัลย์ ขันธรักษ์ 64 ปี 20.ด.ญ.วนิชา แตงทอง 12 ปี 21.นางจรูญ หวังจำปี 63 ปี 22.น.ส.วชิรา บุญ–ญิกา 19 ปี 23.นางอนันดา บุญรักษ์ 39 ปี 24.ด.ญ.อามีรา กระจ่างแสง 3 ขวบ 25.ด.ช.ธิเบต มาทอง 4 ขวบ 26.น.ส.มนัญญา รัตนะวัน อายุ 25 ปี 27.ด.ช.อภิลักษณ์ บุญรักษ์ อายุ 3 ขวบ และ 28.นางทองใบ ขันธรักษ์ อายุ 89 ปี

ด้าน พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินคดีกับนายวิรัช ชัยศิริกุล ผู้ควบคุมเรือ พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 4 ข้อหาคือ 1.กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 3.ควบคุมเรือขณะที่ใบอนุญาตหมดอายุ และ 4.ควบคุมเรือโดยบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่ากำหนด ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหาและพนักงานสอบสวนได้ทำการฝากขังผัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาและศาลไม่ให้ประกันตัวส่งคุมขังเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนเจ้าของเรือยังอยู่ระหว่างสอบสวนว่าจะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่

ส่วนนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากอุบัติเหตุเรือล่ม กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า ตรวจสอบข้อเท็จจริงการกำกับควบคุม ดูแลและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การจดทะเบียนเรือ การตรวจสอบเรือ การออกใบอนุญาตผู้ควบคุมเรือ ท่าเรือ ลักษณะของเรือ การติดตั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตในเรือ การลาดตระเวนตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางที่เกิดอุบัติเหตุให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 10 วัน

นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของท่าเรือทั้งในส่วนท่าเรือสาธารณะและท่าเรือเอกชน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องและการรุกล้ำลำน้ำของโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นภัยต่อการเดินเรือทั้งหมดในประเทศให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือน ส่วนการควบคุมระยะต่อไปและไม่ให้เกิดซ้ำซ้อนขึ้นอีกจะบังคับใช้มาตรการ ใช้เทคโนโลยีเพื่อกำกับการเดินเรือโดยสาร โดยให้กรมเจ้าท่าออกประกาศการตรวจเรือโดยสารที่มีขนาดรับผู้โดยสารตั้งแต่จำนวน 25 คนขึ้นไป ต้องติดตั้งเครื่องติดตามเรือ และจะกำหนดให้ผู้ประกอบการ ผู้ควบคุมเรือ ต้องมาอบรมเพิ่มเติมด้านความปลอดภัยจากปีละ 2 ครั้ง เป็นปีละ 4 ครั้งในแต่ละจังหวัด

จากอุบัติเหตุดังกล่าว กระทรวงคมนาคม เห็นควรว่า ผู้ประกอบการเรือโดยสารสาธารณะทุกลำควรที่จะทำประกันภัยผู้ควบคุมเรือโดยสารและประกันภัยชั้น 3 ประเภทบุคคลที่ 3 ให้กับผู้โดยสารด้วย รวมทั้งจะพิจารณาข้อกฎหมายที่จะเพิ่มบทลงโทษกับผู้ควบคุมเรือ ให้มีความเข้มข้นขึ้นตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 จากเดิมมีโทษเพียงปรับ 10,000 บาท จำคุก 6 เดือนเท่านั้น ให้พิจารณาปรับโทษจำคุกเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกิดความสูญเสียอย่างประเมินค่ามิได้ นอกจากนั้นให้เพิ่มบทลงโทษ เจ้าของเรือด้วยจากเดิมมีความผิดเฉพาะทางแพ่งให้เพิ่มความผิดทางอาญาด้วย

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้รายงานที่ประชุม ครม.ถึงสาเหตุเรือล่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยาว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น ประการแรกบรรทุกเกินน้ำหนัก อุปกรณ์เครื่องชูชีพมีไม่ครบ เพียงพอกับผู้โดยสาร และประการสุดท้าย ตอม่อจุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ติดอยู่กับโป๊ะ โดยปกติเมื่อน้ำน้อยจะมองเห็น แต่เมื่อน้ำมากจะจมใต้น้ำทำให้เรือมองไม่เห็น

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสั่งให้มีการสอบสวนใครเกี่ยวข้องในการประมาทเลินเล่อหรือคิดถึงแต่เรื่องผลกำไรโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนตัวโป๊ะอาจต้องใช้อำนาจในการตรวจสอบรวมไปถึงโป๊ะท่าเรืออื่นๆด้วย และนายกฯได้ฝากแสดงความเสียใจไปยังญาติผู้สูญเสียด้วย

กู้ซากเรือล่มอยุธยาสำเร็จ พบศพแล้ว28 เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 1 ราย

เจ้าของเรือล่มที่อยุธยา โดนโทษหนัก! กรมเจ้าท่า วางมาตรการป้องกันเหตุ

'อดุลย์' กำชับ พมจ.อยุธยา เยียวยาครอบครัวผู้ประสบเหตุเรือล่ม

“อาคม” สั่งล้อมคอกให้กรมเจ้าท่าตรวจเข้มใบอนุญาตผู้ควบคุมเรือ การจด ทะเบียนเรือ รวมทั้งการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ให้เสร็จภายใน 10 วัน พร้อมเพิ่มบทลงโทษเจ้าของเรือกับผู้ควบคุมเรือให้หนักขึ้น 21 ก.ย. 2559 07:21 21 ก.ย. 2559 09:49 ไทยรัฐ