วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อเมริกันพันธุ์ลุย CHEVROLET NEW TRAILBLAZER 2017

PPV-SUV รถอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่งที่ดัดแปลงมาจากรถปิกอัพได้รับความนิยมในประเทศไทยมาช้านานแล้ว ด้วยความสามารถในการลุย ความจุผู้โดยสาร พร้อมไปกับประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ล่าสุด Chevrolet ทำการปรับปรุงหน้าตาของ Trailblazer รถ PPV-SUV ที่มีพื้นฐานมาจากปิกอัพรุ่น Colorado และวางตำแหน่งตัวเองให้อยู่ในระดับเดียวกับ Toyota Fortuner / Ford Everest / Mitsubishi Pajero Sport / Isuzu MU-7 ยานยนต์ PPV-SUV ที่ประกอบในประเทศ และใช้พื้นฐานที่เรียกกันว่ารถกระบะดัดแปลง Chevrolet Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ รุ่นท็อปสุดกับหน้าตาท่าทางที่สดใหม่พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบปรับได้ และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบตัวใหม่ขนาด 2.5 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ในตระกูลดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบที่ถูกปรับปรุงใหม่เพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้น ประหยัดน้ำมัน ลดมลพิษไอเสียด้วยการใช้ระบบเทอร์โบแปรผัน หรือ VGT (Variable Geometry Turbocharger) กำลัง 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที มาตรฐานไอเสีย EURO-4 ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อมตำแหน่งชิฟต์เกียร์เองหรือ Trip Tronic +/-

รูปลักษณ์ใหม่เริ่มจากด้านหน้า ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ทำให้ New Trailblazer มีความเป็น SUV แบรนด์อเมริกันที่แข็งแกร่ง กระจังกรอบโครเมี่ยมสีเงินแบบ Dual Port Grille ตราสัญลักษณ์โบว์ไทด์สีทอง สปอยเลอร์หน้าที่ดูดีขึ้นมากและเข้ากับหน้าตาใหม่ ไฟหน้ามีการวางหลอดไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights พร้อมฟังก์ชั่นระบบไฟเปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกทรงกลมอยู่ในชิ้นงานพลาสติกสีดำ ส่วนด้านข้างยังคงเส้นสายเอาไว้เหมือนเดิม บั้นท้ายเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ไฟท้ายหลอด LED ฝาท้ายขนาดใหญ่กับสปอยเลอร์หลังยังเหมือนเดิมทุกอย่าง แร็คหลังคาเปลี่ยนจากสีเงินในรุ่นที่แล้วมาใช้สีดำ ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ขอบ 18 นิ้ว ใส่ยางกึ่งเรียบกึ่งลุยของ Bridgestone รุ่น Dueler H/T ขนาด 295/60R18 110T ทั้งสี่ล้อ มิติตัวรถรุ่นใหม่ ความยาว 4,887 มม. กว้าง 1,902 มม. สูง 1,852 มม. (รุ่น LTZ) ระยะโอเวอร์แฮงก์ด้านหน้า 957 มม. ระยะโอเวอร์แฮงก์ด้านหลัง 1,085 มม. ความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 221 มม.
มุมไต่ 29.1 องศา มุมจาก 25.5 องศา มุมข้าม 22.7 องศา น้ำหนักรถเปล่า 2,142 กก. น้ำหนักบรรทุก 594 กก. ศักยภาพการลากจูง 3,000 กก. สำหรับรถพ่วงที่มีเบรก และ 750 กก. สำหรับรถพ่วงที่ไม่มีเบรก

ห้องโดยสารของ Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ มีการปรับปรุงใหม่หมด ภายในห้องโดยสารออกแบบในสไตล์รถเอสยูวีของอเมริกัน ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยพลาสติกที่มีรูปแบบและผิวสัมผัสแตกต่างกัน การคำนึงถึงพื้นที่ของการวางเท้า และพื้นที่เหนือศีรษะเพื่อเน้นความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง ความหรูหราประณีต และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการขับใช้งาน แผงแดชบอร์ดและคอนโซลด้านหน้า ปรับดีไซน์ใหม่ทำจากพลาสติกฉีดขึ้นรูป และใช้วัสดุตกแต่งที่มีผิวสัมผัสนุ่มนวล คอนโซลกลางจัดวางอุปกรณ์ให้ตอบสนองการใช้งานได้ดี หน้าจอทัชสกรีนสีขนาด 8 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นและราคา) แสดงผลระบบอินโฟเทนเมนต์รุ่นใหม่ล่าสุด

ผู้โดยสารที่นั่งแถวที่สองและแถวที่สาม มีทัศนวิสัยมุมมองรอบตัวที่กว้างไกลจากความโปร่งโล่งของการออกแบบภายใน เบาะที่นั่งที่จัดวางแบบโรงภาพยนตร์ (theatre-style) ช่องปรับอากาศใช้การควบคุมแบบแยกส่วน รวมถึงช่องปรับอากาศของผู้โดยสารเบาะแถวที่สาม เบาะที่ดีไซน์ให้สามารถพับได้อย่างหลากหลายรูปแบบ โดยพับเบาะทั้งสามแถวให้แบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระให้มีความกว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีการเชื่อมต่อมีความสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบัน Trailblazer VGT 4x4 AT LTZรองรับการเชื่อมต่อแอปเปิลคาร์เพลย์ ทำให้ลูกค้าสามารถแสดงผลหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นบนหน้าจอทัชสกรีน ฟังก์ชั่นสิริ อายส์ฟรี และซอฟต์แวร์สั่งงานด้วยเสียง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย สำหรับช่องแอร์ของผู้โดยสารตอนหลังมีการออกแบบให้อยู่บนเพดาน

ระยะทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาะช้างยาวเกือบๆ 700 กิโลเมตร เหมาะสมกันดีกับการขับทดสอบ Chevrolet Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ รถ PPV-SUV ขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นสูงสุดราคา 1,479,000 บาท โครงสร้างแบบ chassis on frame หรือรถกระบะดัดแปลง ส่งผลให้เจ้า Trailblazer ตัวใหม่มีสไตล์การขับที่คล้ายคลึงกับ Colarado สัดส่วนของความสูง 1,852 มม. มีระยะความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 221 มม. ทำให้คุณสามารถมองเห็นได้ไกลมากยิ่งขึ้น รูปแบบแนวรถตรวจการออฟโรดกับเบาะคนขับปรับไฟฟ้า ให้ความรู้สึกแปลกๆ หลังจากควบแต่ซีดานก็มาถึงการนั่งขับรถเอสยูวีบนทางยาวๆ ที่มีสภาพการจราจรแบบผสมในเมือง ความใหญ่โตเทอะทะแนวเอสยูวีถูกแก้ลำด้วยพวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่ ที่ปรับน้ำหนักในย่านความเร็วต่ำให้มีสัมผัสเบาสบายมือขึ้นมาอีกนิด การเคลื่อนตัวไปตามสายธารจราจรตั้งแต่ออกจากโรงแรมโนโวเทลในสนามบินสุวรรณภูมิบน Chevrolet Trailblazer ที่วางเครื่องยนต์ดีเซลตัวใหม่ขนาด 2.5 ลิตร ไม่ต้องใช้คันเร่งกันลึกนัก แค่แตะเบาๆ ที่คันเร่ง แรงบิดจากเครื่องยนต์ที่มาในรอบต่ำแค่ 1,350-2,000 รอบต่อนาที ฉุดลากน้ำหนัก 2 ตันกว่าๆ ให้ไหลไปได้เรื่อยๆ น้ำหนักตัวค่อนข้างไปทางหนัก ทำให้ Chevrolet Trailblazer รุ่นท็อปสุดวิ่งทางตรงได้อย่างมั่นคง ไฮเวย์แบบมอเตอร์เวย์จากบางนาไปชลบุรีมีการจำกัดความเร็วให้วิ่งไม่เกิน 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงเหมาะสำหรับการขับแบบเรื่อยๆ ไม่ต้องใช้ความเร็วสูงมากจนเกินไปซึ่งผิดกฎหมาย และอาจโดนถ่ายรูปออกใบสั่งตามไปเก็บเงินค่าการทำผิดกฎจราจรกันถึงที่บ้านเลยทีเดียว

เครื่องดีเซลดูราแม็กซ์ รหัส XLDE25 LP2 เป็นเครื่องยนต์แบบคอมมอนเรล อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดยิงตรงคอมมอนเรลไดเร็กอินเจ็กชั่น ระบบอัดอากาศติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์เพื่อลดอุณหภูมิของไอดีก่อประจุเข้าไปในห้องเผาไหม้ เครื่องยนต์บล็อก 4 สูบแถวเรียง วางตามยาวขับเคลื่อน 4 ล้อ เพลาลูกเบี้ยวคู่เหนือฝาสูบหรือ DIHC 4 วาว์ลต่อ 1 กระบอกสูบ = 16 วาล์ว ใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำในหม้อน้ำพร้อมพัดลมไฟฟ้า เครื่องดีเซลดูราแม็กซ์ที่วางใน Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ มีปริมาตรความจุ 2,499 ซีซี กระบอกสูบxช่วงชัก 92.0 มม x 94.0 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 16.5:1 ทำมาตรฐานมลพิษไอเสีย EURO-4 ดูจะสกปรกไปนิดในขณะที่เครื่องดีเซลยุคใหม่มีค่าการปล่อย Co2 ไปถึง EURO-6 กันแล้ว กำลัง 180 แรงม้า หรือ 132 กิโลวัตต์ ที่ 3,600 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสไตล์เครื่องดีเซลสมัยใหม่ที่ 440 นิวตันเมตร หรือ 45 กก.-ม. ที่ 1,350-2,000 รอบต่อนาที มากเกินพอสำหรับการใช้งานบนถนนในประเทศไทย โดยเฉพาะแรงฉุดลากในรอบต่ำที่ทำให้ขับง่าย และสนุกมากยิ่งขึ้น

ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมฟังก์ชั่นแมนนวล +/- สำหรับการชิฟต์เกียร์ด้วยตัวเอง ทำงานได้อย่างลื่นไหลแต่ต้องลากรอบกันพอสมควร เมื่อต้องการจะเร่งความเร็วเพื่อแซง เกียร์ออโตขับ 4 ล้อของ Chevrolet มีชุด transfer case ต่อพ่วงกับเฟืองเพื่อส่งถ่ายแรงบิดไปยังล้อคู่หน้า โหมดการขับเคลื่อนมีให้เลือก 3 แบบ คือโหมดปกติ ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง โหมดขับเคลื่อนทุกล้อที่ย่านความเร็วสูง หรือ 4Hi รวมถึงโหมดที่ใช้ขับลุยทางวิบากที่เต็มไปด้วยหล่มโคลนเลนในโหมด 4 Low ในสภาพการณ์ปกติและมีผิวถนนที่แห้ง การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังจะช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุด ส่วนการขับเคลื่อนด้วยล้อทั้งสี่เมื่อต้องวิ่งฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมาในแถบจังหวัดระยอง การทดกำลังไปยังล้อทั้งสี่ มีส่วนช่วยทำให้เกิดความเสถียรมากยิ่งขึ้น แม้จะกินเชื้อเพลิงอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แถมยังสามารถควบคุมทิศทางได้อย่างมั่นใจ ส่วนยางติดรถยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Dueler H/T นั้น เป็นยางยอดฮิตติดชาร์ตของรถออฟโรด ขนาด 295/60R18 110T ทั้งสี่ล้อ คือมาตรฐานที่กลายเป็นยางติดรถมาให้ตั้งแต่ออกจากโรงงาน ยางกึ่งเรียบกึ่งลุยใช้งานได้ดีบนถนนที่อยู่ในสภาวะปกติ แต่เมื่อใดก็ตามที่ฝนเริ่มเทลงมา สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องลดความเร็ว และทิ้งระยะห่างจากรถคันข้างหน้าให้มากกว่าเดิม มวลน้ำหนัก 2,142 กก. ทำให้ระยะเบรกเพิ่มขึ้นในขณะที่ขับฝ่าสายฝน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องระลึกเอาไว้ว่ามันเป็นรถใหญ่ตัวหนักที่ต้องการระยะเบรกมากกว่าเดิม เมื่อผิวถนนไม่อยู่ในสภาพปกติ

วิศวกรของ Chevrolet แจ้งมาว่า Trailblazer รุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่คันนี้มีการปรับแก้วัสดุป้องกันเสียงจากภายนอก พอมาลองขับแบบจริงๆ จังๆ เพื่อจับความรู้สึกด้านการซับเสียง ปรากฏว่าทำออกมาได้ดีกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่ได้เงียบเป็นเป่าสากเหมือนรถอเนกประสงค์ราคาหลายล้าน มาตรฐานของงานประกอบตัวถังในประเทศไทยทำออกมาได้ดีเยี่ยม รอยต่อของตัวถังพวกตะเข็บและแนวร่องของประตู-ฝากระโปรง-ฝาท้าย ซุ้มล้อกับงานภายใน แสดงออกถึงความใส่ใจในสายการผลิต กระจกประตูฝั่งคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้าที่ลดระดับลงมาเล็กน้อย สำหรับการช่วยผ่อนแรงปิดประตูดูคล้ายกับรถหรูราคาแพง โรงงานของ Chevrolet ที่ จ.ระยอง ประกอบและส่งออกรถ Chevrolet ไปยังตลาดโลก โดยเฉพาะรถปิกอัพนั้น ได้รับความนิยมในประเทศเพื่อนบ้านมาช้านานแล้ว แม้ห้องโดยสารจะไม่ได้เงียบเท่าที่ควรแต่ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่รับได้ หากจะทำให้เงียบมากกว่านี้คงจะต้องลงมือลงแรงปรับเปลี่ยนวัสดุ และการรีบิวต์ตัวถังใหม่หมด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของตัวรถสูงเกินไปอีก

อาการโคลงตัวเป็นเรื่องปกติของ PPV-SUV ที่ได้พื้นฐานมาจากรถปิกอัพ ตัวถังแบบ chassis on frame ของ Trailblazer นั้น ด้อยกว่าตัวถังแบบโมโนค็อก ซึ่งวิศวกรของ Chevrolet ดูดีถึงข้อด้อยดังกล่าวจึงพยายามปรับปรุงช่วงล่างของรถรุ่นนี้ให้มีความหนึบแน่นที่เหมาะสมกับการขับใช้งาน ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและโช็กอัพแก๊ส ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 5 ลิงก์ พร้อมคอยล์สปริงและโช็กอัพแก๊ส สร้างความมั่นใจบนทางเปียกลื่นได้ดีเมื่อจับคู่กับยาง Dueler H/T สัดส่วนของความสูงที่มากกว่ารถเก๋งเป็นเท่าตัว ทำให้ต้องระวังลดความเร็วลงมาเมื่อพบกับโค้งมุมแคบ หากคุณใช้ความเร็วที่เหมาะสมเข้าโค้ง เจ้า PPV-SUV คันนี้ก็จะไม่ทำให้รู้สึกผิดหวัง พวงมาลัยสื่อสารกับคนขับได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่มีเพื่อนๆ สื่อมวลชนบางท่านให้ความเห็นว่ามันยังคงมีน้ำหนักมากไปนิดในย่านความเร็วต่ำ พวงมาลัยไฟฟ้าเข้ามาแทนที่พวงมาลัยแบบเพาเวอร์สายพาน ช่วยทำให้อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นอีก 5% ส่วนตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองใน Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ รุ่นสูงสุด ขับแบบเรื่อยๆ ที่ย่านความเร็วเดินทางอยู่ที่ 22 กิโลเมตรต่อลิตร และเพิ่มขึ้นเป็น 17.8 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อใช้ความเร็วต่อเนื่อง

เส้นทางที่คดเคี้ยว แคบและลาดชันแบบสองเลน สวนกันบนเกาะช้างบางช่วงบางตอนเป็นการขับขึ้นเนินชัน ซึ่งใช้ทดสอบสมรรถนะ และประสิทธิภาพด้านแรงบิดของเครื่องยนต์ แรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ฟุตปอนด์) ที่รอบต่ำเพียง 2,000 รอบต่อนาที ช่วยขับเคลื่อนรถเอสยูวีรุ่นนี้ให้สามารถปีนป่ายเนินลาดชันได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าใดนัก ห้องโดยสารหลังจากผ่านระยะทาง 345 กิโลเมตร ยังให้ความสบายตัวในการขับขี่ เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ รหัส XLDE25 LP2 ควบคุมการทำงานโดยกล่องควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) ที่พัฒนาโดยจีเอ็มเพื่อปรุงแต่งประสิทธิภาพที่ดีของการขับขี่ โดยมีฟังก์ชั่นควบคุมที่เป็นสิทธิบัตรของจีเอ็มมากกว่า 150 ฟังก์ชั่น ซึ่งช่วยประสานการทำงานระหว่างซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด กับเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตร มีการติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น Trailblazer รุ่นใหม่ ยังมาพร้อมยางรองตัวถัง และยางรองแท่นเครื่องยนต์แบบใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ทำให้มีระดับเสียงและแรงสั่นสะเทือนภายในห้องโดยสารลดลง โดยจากการทดสอบของทีมวิศวกร แสดงให้เห็นว่าห้องโดยสารเงียบลง 2-4 เดซิเบล ตลอดเส้นทางการทดสอบเจ้า Trailblazer ถ่ายทอดสมรรถนะของการควบคุมที่ดี และให้ความสะดวกสบายด้วยระบบบังคับเลี้ยวแบบใหม่ซึ่งเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า อัตราทดน้ำหนักที่แปรผันไปตามความเร็ว ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการบังคับพวงมาลัยสำหรับการขับขี่ในเมืองรวมไปถึงการจอด ระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามความเร็วในการขับขี่ ดังนั้นจึงมีน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงขึ้น ทำงานเป็นเอกเทศมากกว่าพวงมาลัยแบบเพาเวอร์สายพานของรุ่นเก่าที่ให้น้ำหนักคงที่ตลอดการขับใช้งาน

ทีมวิศวกรรมจีเอ็มได้ทำการปรับปรุงโครงสร้าง และวัสดุตัวถังของ Trailblazer รุ่นใหม่ให้มีความแข็งแรงมากพอ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบความปลอดภัยจัดเต็มสูบ เช่น ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา ระบบแจ้งเตือนการจราจรและสิ่งกีดขวางด้านหลัง นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยทั้งแบบแอกทีฟและแพสซีฟ รุ่นแพงสุด Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ ประดังระบบความปลอดภัยมาให้เพียบ เช่น ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS), ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน PanicBrake Assist (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake ForceDistribution (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ElectronicStability Control (ESC), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน HillDescent Control (HDC) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน HillStart Assist (HSA) ระบบรักษาเสถียรภาพขณะลากจูง (TrailerSway Control) ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (Anti-RollingProtection) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่เทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร (Lane DepartureWarning) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (ForwardCollision Alert) ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง (Front and Rear Parking Assist) ระบบแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารแถวสอง (Second Row Seat Belt Reminder) และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire PressureMonitoring System) นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณน้ำฝนไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ กระจกหน้าต่างคู่หน้าเลื่อนลงเล็กน้อยเพื่อช่วยในการปิดประตูให้ง่ายยิ่งขึ้น Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ ยังมีฟังก์ชั่นรีโมตสตาร์ต ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในสภาพอากาศร้อนอบอ้าวอย่างเมืองไทยผู้ขับขี่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้จากกุญแจ เพื่อให้ห้องโดยสารมีอุณหภูมิที่เย็นสบายก่อนเข้าไปนั่ง

โดยภาพรวมหลังจากควบกันยาวๆ ไปและกลับจาก จ.ตราด เจ้า Chevrolet Trailblazer รุ่นท็อป VGT 4x4 AT LTZ ราคา 1,479,000 บาท เป็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่มีความน่าใช้งานพอสมควร หากคุณต้องขับรถบนเส้นทางแบบผสม มีทั้งทางเรียบและทางแบบลุย รถรุ่นนี้ดูจะเข้ากันได้ดีกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เป็นรถครอบครัวที่มีประสิทธิภาพพอตัว ให้ความสะดวกสบายอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หากจะวัดกันจริงๆ จังๆ ก็ต้องขอบอกว่ามันขับได้ด้อยกว่า Ford Everest 2.2 Titanium Plus นิดหน่อยจากการวางระบบรองรับ และชุดบังคับเลี้ยวของ Ford ส่วนด้านอื่นๆ นั้น ย่านของกำลังใน Trailblazer 2.5L VGT 4X4 AT LTZ เหนือกว่านิดเดียว ทำให้เกิดความคล่องตัวมากกว่าเมื่อขับในเมือง รูปลักษณ์ที่สดใหม่ (แต่ไม่ยอมเปลี่ยนบั้นท้าย) สไตล์อเมริกันน่าจะโดนใจลูกค้าต่างจังหวัดที่ชอบรถแนวลุยได้ไม่น้อย ราคา 1,479,000 บาท นั้นอาจดูแพงแต่ก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้มากเกินพอต่อความต้องการ ทั้งเนวิเกเตอร์ที่ค่อนข้างละเอียด กับระบบต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตกับโลกภายนอกที่มีความทันสมัย งานตกแต่งภายในที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่ง ลองไปหาขับเปรียบเทียบจับความรู้สึกกับรถ PPV-SUV รุ่นอื่นๆ ที่มีราคาใกล้เคียงกัน คุณจะพบคำตอบที่ว่าความชอบส่วนตัวนั้นทำให้ห้ามใจได้ยากจริงๆ ครับ.


Chevrolet Trailblazer รุ่นและราคา
TheAll-New Trailblazer 2.5L VGT 4X2 AT LT 1,244,000 บาท
TheAll-New Trailblazer 2.5L VGT 4X2 AT LTZ 1,379,000 บาท
The All-New Trailblazer 2.5L VGT 4X4 AT LTZ 1,479,000 บาท


ข้อมูลรายละเอียดจาก Chevrolet Thaialnd

Chevrolet Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ
ภายนอก
กระจังหน้าใหม่-ไฟหน้าใหม่พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันแบบแอลอีดี-แผงกันชนหน้าใหม่-ฝากระโปรงใหม่-ล้ออัลลอยด์ใหม่ขนาด 18 นิ้ว-สีตัวถังใหม่ (สีขาว Abalone, สีแดง Pull Me OverRed, สีดำ Black Meet Kettle) การออกแบบ


ภายใน
คอนโซลกลางและแผงคอนโซลหน้าใหม่-มาตรวัดสำหรับผู้ขับขี่พร้อมภาษาไทย-ปรับตำแหน่งของสวิตช์เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น และถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งาน-ออกแบบและจัดวางห้องโดยสารใหม่ให้เหมาะกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น-ตกแต่งแผงข้างประตูใหม่-ลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร-ภายในห้องโดยสารมีความประณีตหรูหรามากขึ้น

สมรรถนะ-เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ ดีเซล 4 สูบ 2.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผันเพื่อพละกำลัง แรงบิด และความประหยัดน้ำมันที่ดียิ่งขึ้น-ติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงเพื่อลดเสียงรบกวน และแรงสั่นสะเทือน


แชสซีส์และการควบคุม
ติดตั้งยางรองแท่นเครื่องยนต์แท่นเกียร์ และยางรองตัวถังใหม่เพื่อลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และระบบป้องกันการลื่นไถล เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดให้มากขึ้นกว่าเดิม ยกระดับความสะดวกสบาย ความประณีตหรูหรา และความปลอดภัย เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ และการยึดเกาะถนน เปลี่ยนระบบบังคับเลี้ยวจากเพาเวอร์สายพานเป็นแบบแคแอนพีเนียนควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า พวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือ งและขณะจอดรถพร้อมยกระดับความประหยัดน้ำมัน ระบบไฟฟ้าของพวงมาลัยแปรผันตามความเร็วของตัวรถ พวงมาลัยจะมีน้ำหนักเบาที่ความเร็วต่ำ และมีน้ำหนักมากขึ้นที่ความเร็วสูง


คุณสมบัติพิเศษความปลอดภัย และความสะดวกสบาย
รถเอสยูวีรุ่นแรกในตลาดที่มีฟังก์ชั่นรีโมต สตาร์ต ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้จากกุญแจ เพื่อให้ห้องโดยสารมีอุณหภูมิที่เย็นสบายก่อนขึ้นรถ กระจกหน้าต่างคู่หน้าจะเลื่อนลงเล็กน้อยเพื่อช่วยในการปิดประตูให้ง่ายยิ่งขึ้น ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (Side BlindZone Alert) ระบบแจ้งเตือนการจราจรขณะถอยหลัง (Rear CrossTraffic Alert) เซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณน้ำฝน ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ เซนเซอร์ตรวจจับวัตถุขณะจอดรถด้านหน้าและด้านหลัง กล้องมองหลัง ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร (Lane Departure Warning) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert) ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง ถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่า(สำหรับผู้ขับขี่) ระบบแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารแถวสอง


เครื่องยนต์
ดูราแม็กซ์ รหัส XLDE25 LP2 คอมมอนเรลเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่น พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ เครื่องยนต์บล็อก 4 สูบแถวเรียง เพลาลูกเบี้ยวคู่เหนือฝาสูบ 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรความจุ 2,499 ซีซี กระบอกสูบxช่วงชัก 92:94 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 16.5:1 มาตรฐานมลพิษไอเสีย EURO-4 กำลัง 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที-แรงบิด 440 นิวตันเมตร (45 กก.-ม.) ที่ 2,000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง
อัตราทดเกียร์ (สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด)
1 -4.06
2 -2.37
3 -1.55
4 -1.16
5 -0.85
6 -0.67
เกียร์ถอยหลัง 3.20
อัตราทดเฟืองท้าย : 3.42
อัตราทดเกียร์ถอยหลัง : 3.20
อัตราทดเกียร์ส่งกำลัง 4WD High/Low : 2.62/1

ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า: อิสระ ปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและโช็กอัพแก๊ส
ด้านหลัง: 5 ลิงก์พร้อมคอยล์สปริงและโช็กอัพแก๊ส
พวงมาลัย-แร็กแอนด์พีเนียน ผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า (Electric Power Steering)

เบรก
ด้านหน้า: จานดิสก์เบรก ขนาด 300 มม. พร้อมครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง: จานดิสก์เบรก ขนาด 318 มม. พร้อมครีบระบายความร้อน
ขนาดหม้อลมเบรก 10.5 นิ้ว

มิติตัวถังภายนอก
ความยาว 4,887 มม.
ความกว้าง 1,902 มม.
ความสูง 1,852 มม. (รุ่น LTZ)
ระยะโอเวอร์แฮงก์ด้านหน้า 957 มม.
ระยะโอเวอร์แฮงก์ด้านหลัง 1,085 มม.
ความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 221 มม.
มุมไต่ 29.1 องศา
มุมจาก 25.5 องศา
มุมข้าม 22.7 องศา
ล้อและยาง 265/60 R 18 (รุ่น LTZ)
น้ำหนักรถเปล่า 2,142 กก.
น้ำหนักบรรทุก 594 กก.
ศักยภาพการลากจูง 3,000 กก. สำหรับรถพ่วงที่มีเบรก
และ 750 กก. สำหรับรถพ่วงที่ไม่มีเบรก

มิติภายในห้องโดยสาร
ความยาว พื้นที่ช่วงขาด้านหน้า 1,045 มม.
ความยาว พื้นที่ช่วงขาด้านหลัง 879 มม.
ความสูง พื้นที่ศีรษะด้านหน้า 1,009 มม.
ความกว้าง พื้นที่ช่วงไหล่ 1,488 มม.
ความกว้าง พื้นที่สะโพก 1,424 มม.
รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง
ความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร


ระบบความปลอดภัย
คานกันกระแทกด้านข้าง
ถุงลมนิรภัยคู่หน้าพร้อมถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน (PBA)
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC)
ระบบป้องกันการลื่นไถลทั้งขณะออกตัวและในโค้ง (TCS)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HSA)
ระบบรักษาเสถียรภาพขณะลากจูง (Trailer Sway Control)
ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ(Anti-Rolling Protection)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

รีวิวสัมผัสแรก กรุงเทพฯ-เกาะช้าง ใน Chevrolet Trailblazer VGT 4x4 AT LTZ รุ่นปรับโฉม Big Minor Change ราคา 1,479,000 บาท 20 ก.ย. 2559 15:02 ไทยรัฐ