วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความเชื่อ

สังคมโลกสมัยหนึ่ง ไม่นานมานี้ แบ่งประเทศออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายขวา ลัทธิเสรีนิยม ฝ่ายซ้าย ลัทธิคอมมิวนิสต์ คติขวาซ้าย มิใช่จะเพิ่งเกิด หากแต่เกิดมานาน เป็นธรรมชาติมีคู่มากับโลก

(7 ความเชื่อของไทย พลูหลวง สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พ.ศ.2546)

ในพุทธศาสนา พระสารีบุตร ผู้เลิศทางปัญญา เป็นอัครสาวกฝ่ายขวา พระโมลคัลลานะ ผู้เก่งทางวิปัสสนาเลิศทางฤทธิ์ เป็นอัครสาวกฝ่ายซ้าย

คณะสงฆ์สมัยหลังพุทธกาลแยกสงฆ์ฝ่ายขวาฝ่ายผู้เรียนปริยัติ เรียกคามวาสี สงฆ์ฝ่ายซ้าย เรียกอรัญญวาสี

“คติความเชื่อ รหัสเร้นลับของธรรมชาตินี้ เมื่อได้ตรวจสอบแล้ว ตรงกันทุกชาติภาษา คือถือว่า ขวาเป็นมงคล ซ้ายเป็นอวมงคล” อาจารย์พลูหลวงว่า

แต่ความเชื่อมงคล หรืออวมงคลนี้ คงใช้ไม่ได้ เพราะในการจำแนกสรรพสิ่งต่างๆในจักรวาล โดยถือลักษณะธรรมชาติ ถือกันว่า ขวาเป็นชาย ซ้ายเป็นหญิง เพราะผู้หญิงคงไม่ยอม

การไปเที่ยวชมพระปฐมเจดีย์ คนมักไปเดินขวาซ้ายตามใจชอบ โดยไม่รู้ว่า การเดินเวียนขวา เป็นการแสดงความเคารพ เดินเวียนซ้าย เป็นการดูหมิ่น

การทายลูกในครรภ์ ในสมัยโบราณ วิธีหนึ่ง ถ้าหากหญิงมีครรภ์ลุกขึ้น ก้าวเท้าซ้ายก่อน ให้ทายว่าลูกจะเป็นหญิง แต่ถ้าก้าวเท้าขวา ทายว่า ลูกเป็นชาย

คนฝ่ายซ้าย ถ้าเอาพระอิศวรซึ่งเป็นเทพฝ่ายขวา มาบูชาจะไม่เกิดคุณประโยชน์แก่ตน แต่ถ้าได้บูชาพระนารายณ์เทพฝ่ายซ้าย จึงจะให้คุณแก่ตนเป็นอย่างมาก

ตำราโหราศาสตร์ แบ่งประเภทพลอยสีต่างไว้ดังนี้

พลอยสีฝ่ายขวา บุษราคัม โกเมน พลอยสีส้ม นิล มรกต นากสวาด และไพฑูรย์ พลอยสีฝ่ายซ้าย ไพลิน พลอยสีขี้นกการะเวก พลอยสีม่วง โมรา เพชร ทับทิม และมุก

ยังมีการสังเกตคน คนคนนั้นใช้สีอะไร สีฝ่ายซ้าย น้ำเงิน ฟ้า ม่วงคราม และม่วง ซึ่งเป็นกลุ่มธาตุลม และสีขาว ชมพู แดง อันเป็นกลุ่มธาตุน้ำ ทั้งธาตุลมและธาตุน้ำเป็นฝ่ายซ้าย

สีฝ่ายขวา ส้ม แสด เหลือง สามสีนี้เป็นธาตุไฟ สีดำ เขียวอ่อน เขียวแก่ สามสีนี้คือธาตุดิน ทั้งธาตุดินธาตุไฟเป็นฝ่ายขวา

ตำราโหราศาสตร์ จำแนก ราศีฝ่ายขวา คือ เมษ พฤษภ สิงห์ กันย์ ธนู และมังกร ราศีฝ่ายซ้าย คือ เมถุน กรกฎ ตุล พิจิก กุมภ์ และมีน

ความเชื่อเรื่องขวาซ้าย นอกจากอยู่ในโหราศาสตร์ ยังอยู่ในคัมภีร์พิชัยสงคราม ตำราไสยศาสตร์และแพทย์แผนโบราณ แต่ละคัมภีร์มีนัยอันพิสดารลึกซึ้ง แตกแขนงออกไปอีกมาก

ความเชื่อประดามีเหล่านี้ค่อยๆจางหายไป ในโลกสมัยใหม่ ที่คนมีความรู้ เรียกหาเหตุผล

จะเหลือก็แต่ความเชื่อ เรื่องลัทธิ ศาสนา แม้จะโลดโผนพิสดาร ขาดเหตุผลแค่ไหน...ในโลกสมัยใหม่ ก็ต้องให้ความนับถือ แตะต้องไม่ได้ แตะเมื่อไหร่จะเกิดเรื่องใหญ่

อีกความเชื่อ ไม่เกี่ยวกับขวาซ้าย คือความเชื่อในเกียรติยศและศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีของมนุษย์นั้น ต้องเคารพกันเป็นพื้นฐาน แต่หากเกินเลยไปถึงศักดิ์ศรีของสถาบัน?

นักการเมืองเขามี ทหารมี ตำรวจเขาก็มี ตำรวจมีหน้าที่จับคนทำผิดกฎหมาย แน่ล่ะ โดยหน้าที่ก็ต้องถูกก่นด่า คำสอนหนึ่งที่ครูตำรวจย้ำนักหนา คือต้องอดทนอดกลั้นต่อความเจ็บในใจ

ตำรวจระดับผู้บัญชาการ บอกผมว่า ด่าตัวให้เจ็บใจแค่ไหน ก็ต้องทน

แต่ถ้าด่าสถาบัน ก็ยอมกันไม่ได้ ผมฟังแล้วนึกถึงเพลง เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง แล้วก็ดีใจ ยังมีตำรวจดีๆที่พอฝากผีฝากไข้ได้ไม่น้อยเลยในบ้านเมืองของเรา.

กิเลน ประลองเชิง

20 ก.ย. 2559 14:26 20 ก.ย. 2559 14:26 ไทยรัฐ